ข่าว

น้อง"ตูมตาม"โพสต์ขอความเป็นธรรมให้พ่อถูกป.ป.ช.ชี้มูลสลายม็อบ7ต.ค.

น้อง"ตูมตาม"โพสต์ขอความเป็นธรรมให้พ่อถูกป.ป.ช.ชี้มูลสลายม็อบ7ต.ค.

17 มี.ค. 2552

น้อง "ตูมตาม" ร่อนข้อความผ่านเว็บไซต์พันธ์ทิพย์ ขอความเป็นธรรมให้พ่อคือ พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รอง ผบช.น. กรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเหตุการณ์สลายม็อบ 7 ต.ค. ด้านพ่อยอมรับลูกชายส่งข้อความจริงไม่ใช่บุคคลแอบอ้าง ผบ.ตร.พร้อมชี้แจงป.ป.ช.รับมีผบกระทบแน่

วันที่ 17 มี.ค. พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) กล่าวยอมรับว่า นายวรรัตน์ มีปรีชา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นน้องของนายวศิน มีปรีชา หรือ "ตูมตาม" อดีตดารารุ่นเด็ก ซึ่งโพสต์ข้อความขอความเป็นธรรมให้กับตนเองกรณีตำรวจยิงแก็สน้ำตาสลายการชุมนุมวันที่ 7ตุลาคมที่ผ่านมาในเว็ปไซต์พันธ์ทิพย์นั้น เป็นบุตรชายคนเล็กของตนจริง

"คงไม่ต้องตรวจสอบว่า เป็นการแอบอ้างว่าเป็นบุคคลอื่นคงเป็นความรู้สึกของลูกที่เป็นห่วงพ่อซึ่งสามารถทำได้ไม่ได้มีข้อความที่ทำให้ใครเสียหายแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธที่จะพูดถึงการสอบสวนดำเนินคดีความผิดในเรื่องนี้บอกเพียงว่าเชื่อมั่นในความยุติธรรมและความถูกต้อง" พล.ต.ต.เอกรัตน์  กล่าว

ผบ.ตร.พร้อมชี้แจงป.ป.ช.รับมีผบกระทบแน่

 ที่ ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่ลาว จ.เชียงราย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อหาในคดีสลายการชุมนุมวันที่7 ต.ค.2551นั้นว่า  ตนพร้อมเข้าชี้แจงกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.โดยพยานหลักฐานก็เป็นคำสั่งที่ รองนายกรัฐมนตรีสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยการทำงานของตำรวจทำตามกฎหมายทุกอย่าง ส่วนข้อถามว่าโกธร ป.ป.ช.หรือเปล่า ตนเรียนว่าทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเอง ส่วนตนมั่นใจตอบคำถามได้ทุกอย่าง เพราะเจตนาของตำรวจไม่เคยคิดที่จะทำร้ายประชาชน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกมาแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจที่ทำตามหน้าที่นั้นจะทำให้ตำรวจที่จะปฏิบัติงานกรณีมีการชุมนุมในอนาคตขาดความมั่นใจในการทำงานหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่าต้องยอมรับว่ามีผลกระทบแน่นอน แต่ตำรวจต้องทำตามหน้าที่ทำตามกฎหมาย แต่มีการกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอว่า ไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

140ส.ส.เพื่อไทย ยื่นปธ.วุฒิดำเนินคดีอาญา 9 ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 13.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า จากกรณีที่ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนกล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสั่งระงับเรื่อง ไม่ดำเนินคดีกับอธิบดีกรมบังคับคดีและรองอธิบดีกรมบังคับคดี ที่สั่งคืนเงินจำนวน 70 ล้านบาทที่ได้จากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดธัญบุรีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และมีการนำออกมาเปิดเผยนั้นทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าป.ป.ช.ทั้ง 9 คนกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 125 ดังนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น 140 คนจึงร่วมกันเข้าชื่อเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อดำเนินคดีอาญากับป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ที่สภาในวันที่ 18 มี.ค. เวลา 14.00 น.
อ้าง ให้โอกาสกลับตัวกลับใจแล้ว

“ผมเคยรวบรวมรายชื่อส.ส.พรรคพลังประชาชนในขณะนั้น ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญากับ 9 ป.ป.ช. ซึ่งครั้งนั้นมีเพื่อนนักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รุ่นเดียวกันมาเจรจาขอให้ผมถอนชื่อ และให้ติดต่อกับเพื่อนส.ส.เพื่อให้ถอนชื่อด้วย เพื่อให้เรื่องนี้ตกไป แต่ผมได้ปฏิเสธกับเพื่อนที่ทำงานกับนายวิชา มหาคุณไป ซึ่งต่อมาส.ส.พรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งเปลี่ยนขั้วไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาลจึงมีการถอนชื่อส.ส.ดังกล่าวออกไป จึงทำให้เรื่องนี้ตกไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมให้โอกาส 9 ปปช.กลับตัวกลับใจ ไม่รับใช้เผด็จการทหาร และพรรคที่แสดงออกชัดเจนว่าต้องการล้มล้างพรรคพลังประชาชน แต่เท่าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า หากให้ 9 ป.ป.ช.ทำงานต่อไปนั้นบ้านเมืองจะต้องวิบัติ ความยุติธรรมถูกทำลาย และเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย” ร.ต.ท.เชาวริน กล่าว