ข่าว

จับจ.ส.ต.ปริญญาพันM79ปัดไม่เกี่ยวข้องแดง

จับจ.ส.ต.ปริญญาพันM79ปัดไม่เกี่ยวข้องแดง

30 เม.ย. 2553

ผู้การปทุมธานีสั่งให้จ.ส.ต.ปริญญาออกจากราชการไว้ก่อน หวั่นเกี่ยวข้องขบวนการค้าอาวุธ หลังจนท.เอ็ม 79 จำนวน 63 นัด ระหว่างปะทะกลุ่มคนเสื้อแดง ล่าสุดรวบตัวจ.ส.ต.ปริญญาได้แล้ว สารภาพเป็นเจ้าของจริงแต่ไม่เกี่ยวข้องเสื้อแดง

จากเหตการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไล่ติดตามชายที่นำกล่องโฟมมาทิ้งไว้ข้างถังขยะริมถนนใกล้อนุสรณ์สถานแห่งชาติดอนเมือง และพบมีกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 63 นัด พบกระเป๋าเงิน และบัตรข้าราชการตำรวจของของ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ สังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคต จังหวัดปทุมธานีเมื่อวันที่ 28 เม.ย.

 วันที่ 29 เม.ย.นี้ พล.ต.ท.กฤษดา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมกำลัง เข้าตรวจค้นรถยนต์มาสด้าสีแดง ของ จ.ส.ต.ปริญญา ซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถข้างอาคารบ้านพักข้าราชการตำรวจที่ สภ.คูคต

 สำหรับผลการตรวจรถ จ.ส.ต.ปริญญา พบอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 กระบอก แม็กช์กาซีน -100 อัน ปืนเอ็ม 79 จำนวน 3 กระบอก ลำกล้องอาวุธปืนเอ็ม 79 กว่า 10 อัน และเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อตรวจค้นรถอย่างละเอียด พบว่ามีกระเป๋าใส่กระสุนปืนอีกสองใบ และมีปฏิทินที่วงกลมวันที่ไว้ มีข้อความส่งของ และสั่งของหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 ด้าน พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี มีคำสั่งให้ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ ออกจากราชการไว้ก่อน และจะสอบสวนว่าเป็นหัวหน้าขบวนการค้าอาวุธสงครามหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเป็นประจำ และ จ.ส.ต.ปริญญา ยังชอบรับจำนำสิ่งของต่าง ๆ รวมทั้งรถยนต์ด้วย จึงต้องตรวจสอบขยายผลต่อไป

จ.ส.ต.ปริญญาอ้างไม่เกี่ยวข้องเสื้อแดง 

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 29 เม.ย. 53 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.ภ.1 ร่วมกับชุดสืบสวน บก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้เข้าจับกุมตัว จ.ส.ต.ปริญญา ขณะขับรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ณส 4360 กทม.ติดไฟแดงอยู่ที่สามแยกคลองเจ็ด ถนนลำลูกกา-คลองสิบสอง ม.4  ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนยัง สภ.ลำลูกกา

 ต่อมา พล.ต.ท.กฤษฎา พันธ์คงชื่น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เทิดคม สุภาพงษ์ ผกก.สภ.ลำลูกกา ได้ร่วมกันสอบปากคำ จ.ส.ต.ปริญญา อย่างเคร่งเครียด ในเบื้องต้นนั้น ทางด้าน จสต.ปริญญา รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของอาวุธต่างๆที่ถูกตรวจยึดได้นั้นจริง แต่ไม่ได้เป็นคนเสื้อแดงและไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงใดๆ

 จากการตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน ณส 4630 กทม. พบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก แมกกกาซีนพร้อมกระสุนเต็มแม็กจำนวน 1 อัน กล้องที่ใช้ติดปืนยาวจำนวน 1 อัน แผ่นป้ายทะเบียนปลอมจำนวน 4 แผ่น เสื้อผ้าและกระเป๋าลายพรางทหารจำนวนหนึ่ง และเงินสดจำนวน 7 แสนบาทเศษ

 พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นนั้น จ.ส.ต.ปริญญา ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของอาวุธต่างๆที่ถูกจับได้นั้นจริง เพราะตัว จสต.ปริญญา นั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธ แต่ปฎิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง  และในวันที่ถูกตรวจค้นเจอเครื่องอาวุธต่างๆนั้น ก็เพราะจะนำของเหล่านั้นไปส่งให้ลูกค้า

 ทั้งนี้จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมตัวได้นั้น เนื่องจากพบว่า ในเวลา 10.30 น.ของวันนี้ จ.ส.ต.ปริญญา ได้เข้าไปเบิกเงินสดจำนวน 290,000 บาท ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซียร์รังสิต จากนั้นก็เข้าไปเบิกเงินอีกครั้งที่ธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดสี่มุมเมือง จำนวน 300,000 บาท จากนั้นก็ขับรถยนต์กระบะ ที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ใช้ทะเบียนปลอม ไปยังห้างบิ๊กซีลำลูกกา ซึ่งทางชุดสืบสวนได้แกะรอยตามไปจนสามารถจับกุมตัวเดอาไว้ได้โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด

 ด้าน พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า  ในขณะนี้เรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของ จ.ส.ต.ปริญญา เพราะทางการสืบสวนนั้นพบว่า จ.ส.ต.ปริญญา ในส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ ที่เคยถูกจับกุมไปแล้วที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเราคงต้องควบคุมตัวไว้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยอาจจะมีการโอนคดีไปยัง สภ.คูคต  เพื่อสะดวกต่อการทำงาน อีกทั้งยังไม่ทราบว่าทาง ดีเอสไอ นั้นจะรับโอนคดีไปทำเองหรือไม่เพราะยังอยู่ในช่วงการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งคงจะได้ประสานงานกันต่อไป

ภาณุพงษ์ตั้งทีมสืบ4ชุดล่ามือบึ้มกรุงเทพและตจว.

เมื่อเวลา 14.00 น.  พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดที่เกิดขึ้นในความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจนครบาลและพื้นที่ตำรวจภูธรต่างๆ ทั่วประเทศ เรียกประชุมคณะทำงานสืบสวนนครบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมเปิดเผยสถิติคดีระเบิดตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ถึงปัจจุบันว่า มีเหตุระเบิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ทั้งหมด 60 คดี พฤติการณ์การก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นการสร้างสถานการณ์ โดยมีผู้ก่อเหตุ 2 กลุ่มใหญ่แยกกันทำหน้าที่อย่างชัดเจน

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า มีการจัดชุดตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุจำนวน 4 ชุดด้วยกัน แบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนโดยชุด 1. ทำหน้าที่สืบสวนคนร้ายก่อเหตุขว้างระเบิด M 67 ชุด 2. ติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุยิงระเบิด M 79 ชุดที่ 3.ชุดสืบสวนตรวจค้นยานพาหนะ และผู้ก่อเหตุใช้ปืน ขนาด .38 ยิงก่อเหตุ และชุดที่ 4 ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานในการออกหมายจับ มีการดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 6 คน ส่วนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นขณะนี้ปรากฎพยานหลักฐานบ้างแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต้องรอให้ทุกอย่างครบถ้วนชัดเจนก่อนเพื่อไปสู่การจับกุมต่อไป

มือป่วนวางวัตถุต้องสงสัยหน้าสวนลุมไนท์ที่แท้แค่กล่องนม

 เมื่อเวลา 14.00 น.พ.ต.ท.สมัคร ปัญญาวงศ์ ร้อยเวร สน.ลุมพินีรับแจ้งว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดห่อด้วยนสพ.พันด้วยเทปกาวมีสายไฟสีแดงและดำพันอยู่โดยรอบ เจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหัวมุมเกาะกลางถนนหน้าประตูทางเข้าสวนลุมไนท์บาร์ซาร์จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้ฯบก.ตปพ.บชน. พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ในระหว่างการเก็บกู้เจ้าหน้าที่ได้นำยางรถยนต์3เส้นมาครอบวัตถุดังกล่าวไว้ พร้อมด้วยสั่งการปิดถนนวิทยุทั้งขาเข้าและออก

 หลังจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้ฯมาตรวจสอบได้กันประชาชน นักข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ แล้วใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงยิง เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงกล่องนมแลคตาซอย ห่อด้วยหนังสือพิมพ์หุ้มด้วยเทปกาว ทางร้อยเวรยืนยันว่าไม่ใช่ระเบิดแต่อย่างใดเป็นเพียงกล่องนมที่ผู้ไม่หวังดีนำมาวางไว้เพื่อสร้างสถานการณ์เท่านั้น

กรมสุขภาพจิตเผย คนกรุง-ภาคกลางอารมณ์การเมืองพุ่งปรี๊ด

นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า จากการสำรวจอารมณ์ทางการเมืองล่าสุดของประชาชนทั่วประเทศ  ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 แม้ผลการสำรวจจะไม่ 100 % เต็ม แต่แนวโน้มที่ออกมาพบว่า อารมณ์ทางการเมืองของคนกรุงเทพฯ และภาคกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ภาคอีสาน และภาคเหนือลดลง ส่วนภาคใต้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยในส่วนของกรุงเทพฯ ผลสำรวจครั้งแรกอยู่ที่ 17 % ครั้งที่ 2 เพิ่มเป็น 24 % พอหลังเกิดเหตุการณ์ที่ถนนสีลมเพิ่มเป็น 32 %  แต่ปัจจุบันตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 37 % สำหรับภาคกลางนั้นตัวเลขตอนแรกอยู่ที่ 53 % ครั้งที่ 2 ลดลงเหลือ  12 % ครั้งที่ 3 เพิ่มเป็น 20 % และครั้งล่าสุด 25 %  กรณีดังกล่าวสะท้อนได้ว่ากรุงเทพฯเป็นพื้นที่การชุมนุมและภาคกลางก็อยู่ใกล้การชุนนุมทำให้คนมีอารมณ์ทางการเมืองสูง แต่โดยภาพรวมก็ยังไม่น่าเป็นห่วง

นพ.ชาตรี กล่าวต่อว่า สำหรับการสำรวจในครั้งนี้เป็นการสอบถามประชาชนทั่วไป แต่คิดว่าหากไปสำรวจกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง อารมณ์ทางการเมืองคงจะสูงกว่านี้ อาจจะสูงถึง 80 %

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ 10 เม.ย.ที่สี่แยกคอกวัวจากการลงไปเยี่ยมผู้ป่วยหลาย รพ. ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. พบว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจะกลับไปร่วมชุมนุมหลังจากหายป่วย มีเพียงรายเดียวที่ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาที่ถูกกระสุนยางจนตาบอดที่ทั้งผู้ป่วยและมารดารู้สึกผิดอยู่ ยังไม่คิดว่าจะกลับไปหรือไม่ สำหรับอารมณ์ความรุนแรงที่พบ คือ คนกลุ่มนี้มีความโกรธ เพราะมองว่าตัวเองถูกระทำ เป็นเหยื่อ คิดว่าผู้กระทำต้องรับผิดชอบ ถึงขั้นจะเอาชีวิตฝ่ายตรงข้ามเลย  อย่างไรก็ตามสิ่งที่พบอีกอย่างคือ คนกลุ่มนี้มองว่าในการรักษาตัวนั้นมองว่าถูกปฏิบัติแบบไม่เป็นมิตร ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถนนสีลม นั้นก็มีความโกรธแค้นเช่นกันแต่เป็นการโกรธคนละแบบ คือ คนส่วนนี้ก็มองว่า เขาทำเพื่อชาติและสถาบันเช่นกัน แต่ในความรู้สึกไม่แรงเท่ากลุ่มแรก.