
สุเทพโยนฝ่ายสอบสวนแจงเหตุปะทะอนุสรณ์สถานฯ
"สุเทพ"โยนฝ่ายสอบสวนให้ข้อสรุปเหตุปะทะอนุสรณ์สถานฯ ลั่นหลังจากนี้ให้ผู้ว่าฯดูแลห้ามตั้งด่านเถื่อนตรวจปชช.ทั่วประเทศอีก พร้อมนัยนรบ.ไม่จำเป็นต้องจัดฉากจับอาวุธสงคราม ชี้อาวุธทั้งหมดเตรียมส่งไปใช้ทำร้ายจนท. ส่วนคดี " เมธี -หน.การ์ดเสื้อแดง" ปล่อยให้เป็นหน้
(29เม.ย.) เมื่อเวลา 12.20 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง เมื่อวันที่ 28 เม.ย. จนทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บ 18 ราย ว่า เหตุที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช.นำผู้ชุมนุมเดินทางไปที่ตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อสมทบกับผู้ชุมนุมที่นั่นที่ทำผิดข้อหาปิดถนนขวางกั้นประชาชนไม่ให้เดินทางเข้าออกกทม.ได้ ศอฉ.ต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปคี่คลายสถานการณ์
ขอเรียนว่าเป็นหลักของศอฉ.ที่ให้โอกาสผู้ชุมนุมพิสูจน์ตัวเองมานานแล้ว และอ้างว่าชุมนุมด้วยหลักสันติ อหิงสา ไม่เบียดเบียนและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่เกือบสองเดือนมานี้ปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่าผู้ชุมนุมไม่ได้รับผิดชอบแบบนั้นเลย และไม่สนใจรวมทั้งรับผิดชอบกับความเสียหายเดือดร้อนในสิทธิของประชาชน เพราะมีการตั้งด่านเถื่อนทั้งๆที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจค้นประชาชนที่สุจริต บางรายมีการละเมิดคุกคาม คือ มีการหยิบทรัพย์สินของประชาชน ศอฉ.จึงยอมให้เกิดขึ้นเหตุการณ์ดังกล่าวอีกต่อไปไม่ได้ หากชุมนุมที่แยกราชประสงค์ที่เป็นที่ตั้งนั้นว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมาดำเนินการคุกคามสร้างความเดือดร้อนบนถนนให้ประชาชนนั้นต้องใช้กำลังไปแก้ไขสถานการณ์หวังว่าประชาชนจะเข้าใจถึงความจำเป็นของศอฉ.ที่ต้องปฏิบัติ และตนมีคำสั่งไปยังผู้ว่าฯ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆและผู้บังคับการตำรวจจังหวัดต่างๆว่า ต้องดำเนินการอย่างเดียวกัน ไม่ยอมให้ใครไปปิดถนนจนทำให้ประชาชนเดือดร้อนในการสัญจรอีกต่อไป
ส่วนผลการสอบสวนวิถีกระสุนที่ทำให้ทหาร 1 นายเสียชีวิตนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องว่ากันไป แต่รายละเอียดนั้นตนพูดแทนเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รายงานตามลำดับมาว่าการปฏิบัติการมีผลอย่างไร ใช้กำลังเท่าใด มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวมทั้งโดนจับกุมเท่าใด เมื่อถามว่านปช.ระบุว่าการเสียชีวิตดังกล่าวนั้นเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยกันเอง นายสุเทพกล่าวว่า ข้อเท็จจริงจะปรากฏเอง และรอให้ทหารตรวจสอบให้เสร็จก่อนแล้วจะเรียนให้ทราบ
เมื่อถามว่ากรณีนี้ตรวจสอบยากกว่าเหตุที่ศาลาแดงหรือไม่เพราะครั้งนั้นใช้เวลาสองชั่วโมงก็ระบุวิถีกระสุนได้ นายสุเทพ กล่าวว่า มันคนละอย่าง ครั้งนั้นตนนั่งดูอยู่โดยมีเครื่องบินขึ้นไปบิน และเห็นว่าอะไรเป็นอย่างไร และที่จริงเห็นรถคันนั้นด้วยซ้ำ แต่เหตุล่าสุดนั้นมีสื่อบางสำนักอยู่ด้วยแต่ฝนตกหนัก แต่ตนตอบรายละเอียดแทนไม่ได้
เมื่อถามถึงความคืบหน้าล่าสุดหลังจากที่ศอฉ.แถลงข่าวจับกุมอาวุธสงครามจำนวนมากได้ที่ด้านหน้าฐานทัพอากาศดอนเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังแก้ปัญหานั้น ชายคนนี้พยายามเข้ามาสนับสนุนผู้ชุมนุมแต่ตำรวจจราจรและสารวัตรทหาร กองทัพอากาศเห็นพิรุธจึงขอจับกุมแต่ชายคนนั้นซึ่งหลบหนีไปต้องไล่จับกัน แต่ได้ทิ้งลังและถุงใส่อาวุธ รถจักรยานยนต์และบัตรประจำตัวเอาไว้ กระโดดปีนกำแพงหนีไป แต่หลักฐานที่ทิ้งไว้ทำให้รู้ว่าชื่ออะไร อยู่ที่ไหน จะได้ดำเนินการจับกุมต่อไป
เมื่อถามว่ามีภาพถ่ายเป็นหลักฐานหรือไม่เพราะนปช.มองว่ารัฐจัดฉาก นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องจัดฉาก เพราะมีบันทึกไว้และรวบรวมพยานหลักฐานเรียบร้อยตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อถามว่าอาวุธที่พบครั้งนี้เชื่อมโยงกับการก่อวินาศกรรมหลายครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “จะนำเข้าไปให้คนที่เตรียมการจะยิงตำรวจและทหารที่แก้ปัญหาตรงนั้น”
เมื่อถามว่าอาวุธเหล่านี้ประชาชานจะมีไว้ในครอบครองได้หรือไม่ หรือมันจะเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น และตรวจสอบหมายเลขบนอาวุธเหล่านี้แล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนสอบถามแล้ว พบว่าไม่มีเลขรหัส และสิ่งใดที่บ่งบอกว่าเป็นของราชการ ยืนยันว่าไม่ใช่ของราชการ เมื่อถามว่าแต่มีการระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า หากถามรายละเอียดขนาดนั้นคงจะไม่ได้ มันเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนที่ต้องนำไปรวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะนำเรื่องนี้รวมเข้ากับคดีก่อการร้าย
เมื่อถามว่าองค์กรนิรโทษกรรมสากล สหรัฐอเมริกาเตรียมที่จะเสนอนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในการตั้งคณะทูตพิเศษเข้ามาสังเกตการณ์ในไทย นายสุเทพ กล่าวว่า เรายังไม่เคยเข้าไปยุ่งในกิจกรรมภายในของสหรัฐอเมริกา และตนยังไม่เคยวิจารณ์นายโอบามาเลย นายโอบามาคงไม่มายุ่งกับไทย เพราะเรื่องนี้มันเรื่องภายในของไทย
เมื่อถามต่อว่าได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษจับตัวแกนนำการ์ดนปช.ที่เป็นชายชุดดำที่ก่อเหตุวันที่ 10 เม.ย.ได้ และจะขยายผลไปยังผู้สั่งการได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ครับ แต่ส่วนใหญ่ในเรื่องคดีนั้นหากไม่มีการรายงานเข้ามาตนก็ไม่ไปถาม ให้ว่ากันไปตามคดีความ และคงจะเป็นประโยชน์เวลาที่จับกุมและสอบสวนใครได้นั้นจะได้ข้อมูลและสืบสาวโยงใยว่าไปถึงใครชัดเจนขึ้น” เมื่อถามต่อว่าตอนนี้จับกุมผู้ก่อเหตุและอาวุธได้แล้วนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า จะพยายามจับกุมให้เพิ่มขึ้นและพยายามจับทุกวัน จับได้บ้างไม่ได้บ้างก็แล้วไป แต่จะเดินหน้าจับกุมเพราะจะไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายกำแหงหาญในประเทศไทยเด็ดขาด เพราะคุกคามต่อความปลอดภัยและวิถีชีวิตประชาชนและทรัพ์สิน ตนเชื่อว่าคนไทยไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้เดินลอยนวลในประเทศ ตนต้องริบรอนและจับไปเลย
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะให้นายเมธี อมรวุฒิกุล แกนนำนปช.ที่โดนจับกุมและให้การสอบสวนที่เชื่อมโยง และพาดพิงแกนนำนปช.หลายคนมาแถลงข่าวนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษในรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะงานต้องแบ่งแยกกันทำ กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบด้านคดี ผลเป็นเช่นใด จะกระทบกับรูปคดีและจะแถลงข่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่จะพูด หากตนไปพูดแทนเดี๋ยวจะลำบาก เมื่อถามว่าหากนายเมธีออกมาพูดนั้นจะมีน้ำหนัก เพราะตอนนี้หลายฝ่ายและนปช.มองว่ารัฐบาลพูดเองในเรื่องนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า นปช.คงกล่าวหารัฐบาลไปทุกวันและไม่ยอมรับอะไรสักอย่าง หากนปช.คนหนึ่งไปทำอะไรผิดก็บอกว่าเสื้อแดงเทียม ก็ว่ากันไปเรื่อย ตนจึงไม่ตั้งความหวังใดๆอยู่แล้ว แต่ขอเรียนให้ทราบว่ารัฐบาลตั้งใจปฏิบัติทุกอย่างตามกฎหมายและจะเป็นผู้รักษากฏหมายที่ต้องการทำให้บ้านเมืองเป็นนิติรัฐ ตนยืนยันกับประชาชนว่าความจริงจะปรากฏ
เมื่อถามว่าแสดงว่าศอฉ.จะเข้มงวดในการจับกุมนปช.ในการเคลื่อนขบวนแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า ขอเรียนว่าประชาชนอดทนมานานแล้ว หากไปทำความเดือดร้อนอีกก็ไม่ยอม เมื่อถามว่าจะทำให้นปช.เคารพกฎหมายและอำนาจรัฐอย่างไร เพราะตอนนี้คล้ายว่ากฎหมายและอำนาจรัฐไม่มีความศักดิ์สิทธิ์แล้ว จะทำให้สังคมเชื่อมั่นรัฐได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ก็จับ และค่อยๆดูผลการปฏิบัติ โดยช่วงต้นนั้นให้โอกาสและพยายามอดทนอดกลั้นแต่เมื่อเห็นว่านปช.ชุมนุมและมีผู้ก่อการร้ายด้วยนั้นก็เพิ่มมาตรการดำเนินการ และตอนนี้แยกไม่ได้ว่านปช.และผู้ก่อการร้ายนั้นนอนอยู่หลังเวทีด้วยกันและออกมารังแกประชาชนอีกตนจึงเพิ่มมาตรการที่เด็ดขาดขึ้น
เมื่อถามว่าพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่จะเดินทางไปศอฉ.ในวันที่ 30 เม.ย.นั้นจะรับมืออย่างไร เพราะพลเอกชวลิต มีบารมีสูงเนื่องจากเคยเป็นผบ.ทบ. รมว.กลาโหม รองนายกฯ และนายกฯมาแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า จริงๆแล้ว หมายเรียกยังไม่มีและตนยังไม่ได้ออกหมายเรียกและหมายจับพลเอกชวลิต แต่หากพลเอกชวลิตตั้งใจจะไปเพื่อสร้างภาพทางการเมืองก็ยินดีต้อนรับ หากเดินทางไปศอฉ.ก็จะมีคนเตรียมตั้งคำถามกับพลเอกชวลิตให้ตอบ
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ เพราะพลเอกชวลิตเชี่ยวชาญด้านบู๊และบุ๋น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หนักใจและจะปฏิบัติต่อพลเอกชวลิตเหมือนที่ปฏิบัติกับประชาชนคนอื่นๆ เมื่อถามว่าจะตั้งคำถามกับพลเอกชวลิตด้วยตัวเองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแล ตนไม่ใช่พนักงานสอบสวน เมื่อถามว่าพลเอกชวลิตระบุว่าจะนำทูตประเทศต่างๆมาร่วมรับฟังเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ด้วย และพยายามดึงภาคส่วนต่างๆบนเวทีโลกมาร่วมสังเหตุการณ์นั้น มีความหนักใจบ้างหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องทั้งหลายของทูต เพราะมันเป็นเรื่องในประเทศไทย
เมื่อถามว่าการบังคับใช้กฎหมายจะคลี่คลายเหตุการณ์จะเสร็จก่อนวันที่ 5 พ.ค.หรือไม่ เพราะจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมา และอาจเผชิญหน้ากัน นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องแยกเรื่องกัน การจัดงานบรมราชาภิเษก 60 ปีนั้นเป็นเรื่องของการร่วมจิตร่วมใจของคนๆไทยทุกหมู่เหล่าที่ต้องการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อคนไทยมา 60 กว่าปี ฉะนั้นไม่มีอะไรยับยั้งประชาชนเหล่านี้ได้ และไม่ต้องกลัวใดๆทั้งสิ้น ส่วนวิธีรักษาความปลอดภัยนั้นเชื่อว่าไม่มีผู้ก่อการร้ายคนใดจะต้านทานคลื่นมหาประชาชนได้
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะฟ้องร้องนายสุเทพในข้อหาหมิ่นประมาทนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาทุกอย่างจะได้สู้คดีกัน สิ่งที่ตนกระทำทุกวันนี้เพื่อที่จะดำเนินคดีกับกลุ่มของพ.ต.ท.ทักษิณอยู่แล้ว เพียงแต่หากจะมีช่วยฟ้องให้นั้นยิ่งดีใหญ่ เพื่อที่จะได้นำคดีไปสู่การพิจารณาของศาล ตนมีขั้นตอนและกระบวนการให้ดำเนินการรวบรรวมพยานหลักฐาน หากฝ่ายนั้นเร่งการดำเนินคดีก็ยิ่งดีและรอดูว่าใครจะติดคุกก่อนกัน เพราะมั่นใจว่าศาลจะเรียกพยานหลักฐานของฝ่ายต่างๆมาได้และประชาชนได้เห็นอะไรเร็วขึ้น ส่วนจะนำคดีนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น ตนจะรวบรวมประเด็นทั้งหมดและปรึกษากับกรรมการศอฉ.แล้วพบว่าควรฟ้องกลับก็จะทำเรื่องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณา เพราะการจะรับคดีใดเป็นคดีพิเศษนั้นต้องมีคณะกรรมการพิจารณา
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.เข้ามาช่วยงานศอฉ. นายสุเทพ หัวเราะและกล่าวว่า ตนยังไม่เจอพล.ต.อ.จุมพลเลยและใครให้มาช่วยราชการ ตนคิดว่าไม่ควรนำข่าวลือมาถามตน เพราะตนตอบไม่ถูก ตนอยู่ที่ศอฉ.เกือบ 50 วันแล้วยังไม่เคยเจอพล.ต.อ.จุมพลเลย เมื่อถามว่าหากจะให้พล.ต.อ.จุมพลมาช่วยงานต้องมีหนังสือออกมาก่อน และเรื่องนี้เป็นข่าวลือใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่านำเรื่องไม่เป็นเรื่องมาถามตน ตนตอบไม่ถูก และมันไม่มีข่าวจริงแล้วจะบอกได้อย่างไร ตนยังไม่เคยเจอพล.ต.อ.จุมพลเลย ตอบได้แค่นี้ เมื่อถามว่าแสดงว่าพล.ต.อ.ปทีป ตั้งประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.ยังทำงานต่อได้ นายสุเทพหัวเราะและกล่าวว่า เมื่อเช้าวันนี้ตนเจอพล.ต.อ.ปทีปนั่งกุมหัวอยู่



