ข่าว

"อียู"แนะกลุ่มเสื้อแดงเคารพกฎหมายมุ่งเจรจา

"อียู"แนะกลุ่มเสื้อแดงเคารพกฎหมายมุ่งเจรจา

29 เม.ย. 2553

สหภาพอียู แนะกลุ่มคนเสื้อแดงให้เคารพกฎหมายบ้านเมือง ด้านนปช.วอนอียูส่งคนเข้าสังเกตการณ์ชุมนุม กษิตเตือนไม่ให้นานาชาติแทรกแซงการเมืองไทย

(29เม.ย.) ที่สำนักงานอียูประจำประเทศไทย อาคารเคี่ยนหงวน  เวลา 12.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพบกันระหว่างตัวแทนเสื้อแดงกับคณะผู้แทนสหภาพอียูประจำประเทศไทยที่ได้หารือพูดคุยกันเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤติการณ์การเมืองภายในประเทศประมาณ 45 นาที

 หลังจากนั้น MRS.SUVI SEPPALAINEN PRESS APPACHE OF EU ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์ของอียู ว่า "สมาชิกกลุ่มเคลื่อนไหวเสื้อแดงได้ยื่นหนังสือถึงคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยวันนี้ เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในปัจจุบันหนังสือฉบับนี้ได้ส่งมอบให้แก่เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย นายเดวิด ลิปแมน ในระหว่างการพบปะสั้น ๆ เอกอัครราชทูตลิปแมน ได้กล่าวว่า สหภาพยุโรปยังคงมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในประเทศไทยและรู้สึกเสียใจต่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เอกอัครราชทูตฯลิปแมนเรียกร้องให้มีการเคารพกฎหมาย การเจรจาที่เป็นประโยชน์และการหาทางออกอันเป็นผลจากการเจรจา ที่นำไปสู้การแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองในขณะนี้อย่างสันติวิธีและเป็นประชาธิปไตย"   

 นพ.เชิดชัย  ตันติศิรินทร์  แนวร่วมคนเสื้อแดง กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องที่ทางผู้ชุมนุมเสื้อแดง ได้ขอให้อียูส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมตรวจสอบเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาเอกอัครราชทูตอียูประจำประเทศไทย บอกกับตนว่าจะรับไปพิจารณาแต่ไม่ได้บอกระยะเวลาที่จะให้คำตอบ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.30 น.วันเดียวกัน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แนวร่วมเสื้อแดง นำมวลชนคนเสื้อแดงบางส่วนเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย โดยเนื้อหาในหนังสือมีใจความสรุปได้ว่า ภายใต้พรก.ฉุกเฉินทหารถูกใช้ให้มาสลายการชุมนุมของประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย เราประท้วงเพราะสถาบันประชาธิปไตยถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

 คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นและศาลรัฐธรรมนูญล้วนเอนเอียงไปในทางสนับสนุนรัฐบาลเราเรียกร้องให้ยุบสภาแต่รัฐบาลไม่ยอมรับและฟ้องร้องเราด้วยเรื่องการก่อการร้ายและล้มล้างสถาบัน เมื่อวันที่ 10 เม.ย.กองทัพสลายการชุมนุมด้วยกองพลติดอาวุธสงครามครบมือกระทำต่อประชาชนสองมือเปล่าจนมีผู้เสียชีวิต 25 คนและบาดเจ็บกว่า 800 คน

 ที่สำคัญคือเราเสนอเงื่อนไขใหม่ให้ยุบสภาภายใน 1 เดือนแต่นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ปฏิเสธ คนเสื้อแดงจึงเคลื่อนตัวไปบริเวณรังสิตเพื่อแจ้งข่าวและแจกซีดีที่ให้ข้อมูลความจริงแต่รัฐบาลปิดกั้นถนนวิภาวดีรังสิตแล้วระดมยิงด้วยแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริง ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ 16 คนและทหารเสียชีวิต 1 คน เนื่องจากการยิงของพวกทหารกันเอง นอกจากนี้ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในการสลายการชุมนุม เราจึงขอความช่วยเหลือโดยให้ช่วยประณามและหยุดการปราบปรามของรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งมอบหมายตัวแทนมาสังเกตการณ์การกระทำของรัฐบาลและกองทัพ

กษิตเตือนไม่ให้นานาชาติแทรกแซงการเมืองไทย

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศที่อยู่ระหว่างเยือนกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียเป็นครั้งที่ 4 เข้าหารือกับนายมาร์ตี นาทาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศในวันนี้ และเปิดเผยหลังการหารือว่า รัฐบาลไทยยังคงควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ และยังไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากนานาชาติในเวลานี้ หลังจากมีความวิตกจากนานาชาติต่อการปะทะนองเลือดระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและทหารที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 คนและบาดเจ็บเกือบ 1,000 คนในเดือนนี้

ถ้อยแถลงของนายกษิตมีขึ้นขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ยื่นหนังสือต่อนายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยวันนี้ เพื่อขอให้ส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์มายังกรุงเทพฯเพื่อป้องกันการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม และได้เชิญทูตต่างชาติประจำกรุงเทพฯไปเยี่ยมพื้นที่ชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกษิต บอกว่า เขารู้สึกกังวลที่มีทูตบางประเทศได้ไปพบผู้ชุมนุม และหวังว่าจะมีไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

นายกษิต บอกด้วยว่า  การเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อขอบคุณสำหรับความห่วงใยของรัฐบาลอินโดนีเซียต่อสถานการณ์ในไทย และสรุปถึงสถานการณ์และมาตรการของรัฐบาลที่ดำเนินการเพื่อยุติวิกฤติ พร้อมกันนี้เขาย้ำว่า ไทยยังไม่ต้องการความช่วยเหลือจากชาติอาเซียน แต่ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของชาติสมาชิก และยืนยันว่ารัฐบาลยังคงปฏิบัติหน้าที่และควบคุมสถานการณ์ได้อยู่