
ดีเอสไอชี้หัวหน้าการ์ดนปช.เป็นทหารเก่า
"ดีเอสไอ" ชี้หัวหน้าการ์ดนปช.เป็นทหารเก่า คาดไม่ยอมเปิดปากสารภาพง่าย ๆ พร้อมออกหมายเรียกตำรวจมะเขือเทศเข้าให้ปากคำกรณีขนระเบิด อธิบดีดีเอสไอประชุมลับกับป.ป.ง.ตรวจข้อมูลธุรกรรมเงินต้องสงสัย
(29เม.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการสอบปากคำนายชยุต ใหลเจริญ หัวหน้าการ์ดนปช.ว่า ตนได้มอบหมายให้คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอเดินทางไปสอบปากคำนายชยุต ซึ่งถูกนำตัวไปควบคุมในต่างจังหวัด เบื้องต้นจะต้องควบคุมตัวนายชยุตไว้ระยะหนึ่งก่อน เพราะนายชยุตเคยเป็นทหารเก่า ตามหลักจิตวิทยาคาดว่าผู้ต้องหาคงไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทันทีที่ถูกจับกุม
อย่างไรก็ตามจากเบาะแสที่ได้จากคำให้การของนายเมธี อมรวุฒิกุล แนวร่วมนปช. และงานการสืบสวนของตำรวจที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ทำให้สามารถกำหนดเป้าหมายที่เป็นตัวการหลักในการก่อความรุนแรงหลายรูปแบบ แต่บุคคลที่เป็นเป้าหมายรู้ตัวว่าถูกเฝ้าติดตามจึงพยายามหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ชุมนุมแยกราชประสงค์
นายธาริต กล่าวถึงการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ของจ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ ผบ.หมู่ฝ่ายปราบปรามสภ.คูคต จ.ปทุมธานี และยึดกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 62 ลูก พร้อมเครื่องยิงกระสุนได้จาก ว่า ในวันนี้ ( 29 เม.ย.) ดีเอสไอจะออกหมายเรียกจ.ส.ต.ปริญญา นายไทยรัฐ ศรีสมัย และนายจุฑา วงศ์พิทักษ์ ซึ่งเป็นบุคคลตามบัตรประชาชน 3 ใบ ที่เจ้าหน้าที่พบในรถจักรยานยนต์ของกลางมาพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้การยึดอาวุธสงครามได้ก่อนที่จะนำเข้าส่งต่อให้กับมือยิงกระสุนเอ็ม 79 ที่ปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมสำหรับใช้ก่อเหตุร้ายแรง ทำให้สามารถต่อภาพการกระทำความผิดฐานก่อการร้ายชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าคนร้ายก้าวนำงานสอบสวนไปหนึ่งก้าวเสมอ งานของดีเอสไอเป็นงานเก็บตกหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (29 เม.ย.) นายธาริต ได้เดินทางไปร่วมประชุมลับกับพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อตรวจสอบข้อมูลการวิเคราะห์เส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเชื่อมโยงกับแกนนำและการชุมนุมก่อความไม่สงบ และกระแสเงินเข้าไทยผิดปกติ แต่รายละเอียดทั้งหมดถูกปิดเป็นความลับในสำนวนคดี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
จันทบุรีพบลูกระเบิดM79 ริมทาง
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 29 เมษายน 2553 พันตำรวจเอกผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมด้วย ร้อยตำรวจโทชัยเชษฐ์ แก้วไตรรัตน์ ร้อยเวรประจำวัน และกำลังเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี ได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณป่าหญ้าข้างทาง ริมถนนแยกเกาะรงค์ ม. 11 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังได้รับแจ้งจาก นายสุชาติ ล้อมวงศ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/1 ม.1 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี คนงานวางท่อประปา ว่า พบวัตถุต้องสงสัยบรรจุในกระเป๋าผ้าสีเขียวจำนวน 2 ใบ ผูกติดกับรั้วหนามในป่าหญ้าข้างทาง คาดว่าจะเป็นวัตถุระเบิด
เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันกลุ่มประชาชน และผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากพื้นที่ ก่อนที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าไปทำการตรวจสอบ พร้อมใช้เชือกทำการดึงถุงผ้าต้องสงสัยออกจากป่า เพื่อป้องกันเนื่องจากไม่ทราบว่า เป็นระเบิดชนิดใด จากการตรวจสอบภายในถุงผ้า พบเครื่องกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 4 นัด ปลอกกระสุนชนิดเดียวกัน 12 นัด และซองใส่กระสุนพลาสติกจำนวน 2 แถว ซึ่งเครื่องกระสุนที่พบ เป็นกระสุน เอ็ม 79 ชนิดกระทบแตก ไฮ เอ็กส์ โพสท์ซีฟ หรือ กระสุนอัดดินระเบิดแรงสูง มีวิถีการยิงหวังผลในระยะ 600 เมตร ระยะการทำลายล้าง ประมาณ 6 – 10 เมตร
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจพบเครื่องกระสุน เอ็ม 79 ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่คาดว่า เครื่องกระสุนที่หายไปจำนวน 8 นัด น่าจะเป็นสัญญาณในเชิงลบว่า กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ได้เตรียมก่อเหตุวินาศกรรมในพื้นที่ หลังมีการสำรวจพบว่า จังหวัดจันทบุรี เป็น 1 ใน 38 จังหวัด ทั่วประเทศ รองจาก กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ที่ส่อเค้าจะมีการชุมนุม และการก่อเหตุรุนแรง



