
ยกฟ้องชัยวัฒน์"อดีตผอ.กองสลากคดีหวยล็อค
พิพากษายกฟ้อง ชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีต ผอ.กองสลาก - อุเทน เจนสระคู หัวหน้าสำนักงานสลากฯ ไม่ผิดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ล็อกหวยงวด 1 มิ.ย.44 ศาลชี้ไม่มีส่วนเชื่อมโยง แก๊งล็อกหวย กลม บางกรวย
(29เม.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขคดีดำ อ.3612/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอุเทน เจนสระคู หัวหน้าสำนักงานสาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ,นายธรรมนูญ พิชชากร อดีตประธานคณะกรรมการอุปกรณ์รางวัล และ นายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นจำเลยที่ 1 -3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต และกระทำการเพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่นไม่ให้ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 184 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11
ทั้งนี้สำหรับ นายธรรมนูญ พิชชากร จำเลยที่ 2 ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากเป็นบุคคลไร้สมรรถภาพ เพราะเป็นอัมพาต
สำหรับคดีนี้ฟ้องโจทก์ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 - 15 มิ.ย. 2544 จำเลยที่ 1 - 2 รู้อยู่แล้วว่าประธานกรรมการออกรางวัล ได้เสี่ยงจับหางบัตรของประชาชนผู้เข้าชมการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 3 คน เพื่อทำหน้าที่ร่วมเป็นกรรมการ ตักลูกบอลหมายเลขสำหรับออกรางวัลที่หนึ่ง ได้ทำการสับเปลี่ยนตัวด้วยการนำหางบัตรของผู้มีชื่อดังกล่าวไป โดยจำเลยที่ 1 - 2 ได้รู้เห็นและได้รับแจ้งการกระทำของนายสมตระกูล จอบกระโทก,พ.อ.อ.กิตติชาติ กุลประดิษฐ์ และนายทองสุข ชนะการี ( กลุ่มจำเลยที่ถูกยื่นฟ้องพร้อมนายณรงค์ อุ่นแพทย์ หรือ กลม บางกรวย ผู้กว้างขวางย่านบางกรวย จ.นนทบุรี และศาลมีคำพิพากษาคดีล็อคออกสลากรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิ.ย. 44 ไปแล้ว ) จากผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วเพิกเฉยไม่ทักท้วง ไม่ยุติการกระทำดังกล่าวตามหน้าที่
ส่วนจำเลยที่ 3 ซึ่งได้รับรายงานและทราบมาโดยตลอดว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลมีคราบสีขาวเปื้อนติดอยู่ที่ตลับบรรจุลูกบอลหมายเลข 1 และประชาชน 3 คนที่ขึ้นไปออกรางวัลโดยไม่มีสิทธิ จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบโดยเร็ว และรายงานให้ นายวราเทพ รัตนากร รมช.กระทรวงการคลัง ทราบถึงเรื่องประชาชน 3 คนที่ขึ้นไปร่วมออกรางวัลโดยไม่มีสิทธิกับเรื่องที่อุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลมีข้อพิรุธดังกล่าว แต่จำเลยที่ 3 กลับเพิกเฉยมิได้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วและมิได้รายงานให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังทราบถึงเรื่องดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ จำเลยทั้ง 3 ได้กระทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐาน อันเป็นการปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งนี้ซึ่งช่วยให้นายสมตระกูล ,พ.อ.อ.กิตติชาติ และนายทองสุข กับพวก และเจ้ามือสลากกินรวบ ไม่ให้ต้องรับโทษอันเป็น การปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เหตุเกิดที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 และ 3 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์จะมีพยานเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯ ที่ควบคุมการออกรางวัลสลากกินแบ่งฯในงวดดังกล่าว เบิกความทำนองว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่เป็นหัวหน้าควบคุมดูแลการออกรางวัลสลากกินแบ่งงวดดังกล่าว กลับปล่อยให้มีการกระทำซึ่งผิดปกติส่อไปในทางทุจริตและใช้ดุลพินิจนิ่งเฉยไม่แจ้งต่อ รองผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือประธานในการออกรางวัลเพื่อใช้ดุลยพินิจใด ๆ ซึ่งจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าเหตุที่นิ่งเฉยปล่อยให้การออกรางวัลดำเนินต่อไปเพราะพฤติกรรมของประชาชนดังกล่าวยังไม่มีเหตุให้เชื่อได้ว่ามีการทุจริต อีกทั้งไม่สามารถสั่งยุติการออกสลากกินแบ่งฯงวดดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบได้เนื่องจากมีห้วงเวลาจำกัดเพราะมีการถ่ายทอดสดออกทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี
ศาลเห็นว่าความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ ผู้กระทำผิดจะต้องมีเจตนาจงใจหรือเจตนาพิเศษที่จะทำให้รัฐหรือสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียหาย แม้ในทางนำสืบจะพบว่าจำเลยที่ 1 ปล่อยให้มีการกระทำในลักษณะส่อไปในทางทุจริตก็เป็นเพียงการบกพร่องต่อหน้าที่ไม่มีเจตนาพิเศษที่จะทำให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียหาย จึงไม่เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามฟ้อง ส่วนเรื่องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับผู้กระทำผิด โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับ นายณรงค์ อุ่นแพทย์ หรือกลม บางกรวย กับพวกซึ่งเป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีฉ้อโกงออกรางวัลสลากกินแบ่งฯงวดดังกล่าวจึงไม่มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำผิดด้วย
ส่วนจำเลยที่ 3 ในทางนำสืบพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องสั่งการในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด วันที่ 1 มิ.ย.44 เนื่องจากไปร่วมอบรมกับสถาบันพระปกเกล้า ที่ จ.เชียงใหม่ อีกทั้งหลังทราบเรื่องการทุจริตยังพบว่าจำเลยที่ 3 ได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบกรณีดังกล่าว จำเลยที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามฟ้องโจทก์
ส่วนความผิดฐานช่วยเหลือบุคคลอื่นไม่ให้ต้องรับโทษนั้นเมื่อในทางนำสืบพบว่าจำเลยที่ 1และ 3 ไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มจำเลยในคดีฉ้อโกงออกรางวัลสลากกินแบ่งฯงวดดังกล่าว จึงไม่มีเหตุให้เชื่อว่าร่วมกระทำผิดด้วย พิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดี“หวยล็อค”งวดประจำวันที่ 1 มิ.ย.44 นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก นายณรงค์ หรือ กลม บางกรวย ,นายสมตระกูล จอบกระโทก ,พ.อ.อ.กิตติชาติ กุลประดิษฐ์ และนายสุริยัน ดวงแก้ว หรือ ผู้ใหญ่หมึก คนละ 3 ปี ฐานซ่องโจร และฐานฉ้อโกง ฯ ส่วนนายพิชัย เทพอารักษ์ หรือ ชัย โคกสำโรง ผู้กว้างขวาง จ.ลพบุรี จำเลยร่วมอีกคนหนึ่งศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษให้จำคุกเหลือ 2 ปี เฉพาะความผิดฉ้อโกงเท่านั้น ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ในชั้นพิจารณาในชั้นศาลฎีกา



