
เพื่อไทยยื่นอุทธรณ์ร้องศาลรับคดีสั่งเปิดพีทีวี
พร้อมพงศ์ยื่นอุทธรณ์ ร้องศาลรับคดีสั่งเปิดสัญญาณ พีทีวี ไว้พิจารณา ยัน มีสิทธิ์ฟ้องเป็นผู้เสียหายตามรธน.
(29เม.ย.) ที่ศาลแพ่ง เวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ พร้อมด้วยนายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความเข้ายื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ 1389/2553 ที่ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่อง ละเมิด ที่ออกคำสั่งตัดสัญญาณสถานีโทรททัศน์พีเพิลชาแนล ( พีทีวี) ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.53
โดยคดีนี้นายพร้อมพงศ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ซึ่งศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่านายพร้อมพงศ์ ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
ทั้งนี้นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นที่ยื่นอุทธรณ์ ตนได้ระบุว่าเป็นผู้เสียหายที่มีสิทธิโต้แย้งการกระทำของจำเลยทั้งสามได้ เพราะตนเป็นบุคคลที่มีสิทธิจะได้รับฟังข้อมูลข่าวสารที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 โดยความคุ้มครองนั้นครอบคลุมถึงสิทธิการเสนอข้อมูลของประชาชนทุกด้าน ไม่ใช่มีเจตนารมณ์คุ้มครองเฉพาะการคุ้มครองผู้บริโภคที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าและบริการตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้
ดังนั้นการที่รัฐบาลมีคำสั่งปิดพีเพิลชาแนล จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นฯตามมาตรา 45 และละเมิดสิทธิการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องเป็นจริงตามมาตรา 61 ด้วย ตนจึงเป็นผู้เสียหายตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งตนขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับ ให้รับคดีไว้พิจารณาตามกระบวนการต่อไป
ด้านนายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความ กล่าวว่า ศาลแพ่งจะแจ้งคำสั่งให้ทราบภายใน 7 วันว่าจะรับอุทธรณ์ ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาหรือไม่ต่อไป



