
กรือเซะ ราชประสงค์ !?
หลายคนหวาดหวั่นว่า วิหารเวิลด์เทรดที่ราชประสงค์วันนี้ จะกลายเป็นมัสยิดกรือเซะเมื่อ 6 ปีก่อนการล้อมปราบผู้ก่อการร้าย ที่ไปหลบภัยอยู่ในมัสยิด ห่ากระสุนที่ลั่นเข้าไป เจาะกำแพงหนาทึบทะลุตัดขั้วหัวใจ จนทำให้คนในนั้นเสียชีวิตทั้งหมด
แต่ปรากฏการณ์ราชประสงค์ และปรากฏการณ์กรือเซะ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตรงที่คนในกรือเซะทำด้วยอุดมการณ์ ไม่ว่าอุดมการณ์ของเขาจะถูกตีความอย่างไรก็ตาม แต่คนในราชประสงค์ โดยเฉพาะแกนนำทำเพื่อผลประโยชน์และอำนาจ ประการสำคัญคือปูทางให้ทักษิณ ชินวัตร กลับมาสถาปนาอำนาจรัฐใหม่
ฉะนั้น หากมีความสูญเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ราชประสงค์ความสูญเสียนั้น อาจเป็นความสูญเสียที่สูญเปล่า และนอกจากความเสียใจแล้ว คงไม่มีใครยินดียกย่องให้คนเหล่านั้นเป็นวีรบุรุษ
คนที่อยู่ห่างไกลเหตุการณ์ หรือรับรู้ข่าวสารเฉพาะที่สื่อของรัฐต้องการให้รู้ คงไม่รู้ว่าที่กรือเซะ หรือแม้กระทั่งที่ตากใบ เป็นการทารุณเพื่อนมนุษย์ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่หากประเมินความเลวร้ายของรัฐแดงนาทีนี้แล้ว คนเสื้อแดงสมควรถูกกระทำมากมายกว่านี้หลายเท่า
ที่กรือเซะ หรือตากใบ คนที่นั่นตายจริง ตายจากการใช้ความรุนแรงของทหาร ปืนจริง กระสุนจริง เหยียบและกระทืบจนกระอักเลือดจริง ด้วยหลักฐานทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องพยายามสร้างเรื่อง เล่านิยายเช่นคนเสื้อแดง
หาก 6 ปีของกรือเซะ คนตาย แต่กรือเซะไม่เคยตาย มันยังคงยืนยันด้วยเสียงปืน ระเบิด และข่าวร้ายจนถึงวันนี้
จะเนิ่นนานเพียงใด ความตายของคนกลุ่มหนึ่งในมัสยิดกรือเซะ ก็เสมือนไม่ตาย แม้ในวันที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สั่งให้กระหน่ำยิงเข้าไปภายในมัสยิดหลังนี้ จนเลือดกระจายเต็มพื้น สาดกระเซ็นไปทั่วฝาผนัง คล้ายจะตอกย้ำชัยชนะ และประกาศสิ้นสุดสงคราม แต่จนถึงนาทีนี้ ความตายที่กรือเซะ กลับเป็นความตายที่โหมไฟให้ลุกโชนขึ้น
เนื่องเพราะ คนตาย แต่กรือเซะไม่ตาย !
คณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ สรุปว่า ปฏิบัติการจับตายในมัสยิดกรือเซะเป็นไปโดยสมควรแก่เหตุแล้ว แต่ญาติพี่น้อง พ่อแม่ ลูกของคนตาย อาจคิดตรงข้าม และนั่นเป็นสาเหตุให้กรือเซะมิใช่บทสุดท้าย สำคัญยิ่งกว่านั้น ก็คือ การที่คนเหล่านั้นเลือกที่จะไปตายในกรือเซะ กลับทำให้ฐานะการตายของเขาสูงส่งมากขึ้น ไม่ว่าใครจะตีความอย่างไร
มัสยิดกรือเซะอาจมีฐานะทางประวัติศาสตร์ด้อยกว่า มัสยิดดิลหะรอม ที่นครมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย มัสยิดอัล-อักซอ ที่กรุงเยรูซาเล็ม แต่มัสยิดกรือเซะ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับคำสาปแช่งของเจ้าแม่ ต่อสู้กับสภาพญาฮีลียะห์ หรือความชั่วร้าย เช่นเดียวกับที่มัสยิดดิลหะรอม เคยเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้กับบรรดาเทวรูป 360 องค์ ความป่าเถื่อนของกลุ่มชนแห่งแผ่นดินทะเลทราย เพื่อประกาศความเชื่อ "พระเจ้าองค์เดียว" อย่างเด็ดเดี่ยว
ฉะนั้น ความตายในมัสยิดกรือเซะ จึงมีนัยสำคัญไม่เพียงการตายชะฮีด ซึ่งนับเป็นความตายอันมีเกียรติอย่างยิ่งในทัศนะของอิสลามเท่านั้น แต่เป็นความตาย ที่ตายสิบเกิดแสน เพื่ออุดมการณ์ที่คนเหล่านั้นเชื่อถือ ศรัทธาด้วย
ไม่ว่ามือที่มองไม่เห็น จะเป็นกลุ่มคนที่เป็นเครื่องมือของทหารบางคน ที่ไม่ต้องการให้เหตุการณ์สงบเพื่อรักษางบลับก้อนโตไว้ หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ หรือกระทั่งญาติพี่น้องของคนที่ถูกกระทำ ตราบใดที่ยังแยกน้ำออกจากปลาไม่ได้เด็ดขาด หน้าที่ "ไปตาย" ของพลทหาร รวมทั้งทหารชั้นผู้น้อยที่ภาคใต้ก็ยังดำเนินต่อไป
คนที่มัสยิดกรือเซะตาย แต่กรือเซะไม่เคยตาย แต่หากคนที่ราชประสงค์ตาย แน่นอนว่ามหาวิหารที่เรียงรายอยู่รอบราชประสงค์อาจพังทลาย ตายไปพร้อมกัน
จักร์กฤษ เพิ่มพูล
http://www.oknation.net/blog/chakkrish
แทนสุทธิชัย หยุ่น



