ข่าว

เรือนชานบ้านเมือง-ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้

เรือนชานบ้านเมือง-ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้

30 เม.ย. 2553

สถานการณ์ในปัจจุบันได้บีบบังคับทั้งฝ่ายรัฐบาล โดยมีท่านนายกฯ เป็นผู้นำ และฝ่ายแกนนำของพลพรรคเสื้อแดงที่ต่างฝ่ายต่างมีอาการคล้ายกัน คือ หนาวๆ ร้อนๆ นอนกันไม่ค่อยจะหลับ ก็เป็นผลให้ดูหมดสง่าราศีหน้าตาอ่อนล้าและสุขภาพทรุดโทรมกันไปทุกฝ่าย

ในความเห็นของผม ฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นใดเหลืออยู่ นอกจากจะต้องเดินตามกรอบของกฎหมาย ทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะกิจกรรมการชุมนุมของพลพรรคเสื้อแดงที่กล่าวอ้างว่าเป็นการชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพของประชาธิปไตยที่พึงกระทำได้แบบสันติวิธีนั้น ได้เกินเลยจุดนั้นไปแล้ว

 เนื่องจากเป็นการชุมนุมที่นำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต อีกทั้งยังเป็นการปลุกระดมมวลชน และมีการผสมโรงของบรรดาผู้ก่อการร้ายที่เรียกว่า “นักรบชุดดำ” เงื่อนไขของการชุมนุมที่นำไปสู่ความรุนแรงภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลจะต้องรีบเร่งดำเนินการ เพราะหากอำนาจรัฐบังคับใช้ไม่ได้แล้วก็จะเกิดการยกระดับความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผลคือความขัดแย้งจะยิ่งขยายตัวออกไปในวงกว้างมากขึ้น อันจะนำไปสู่ “สงครามประชาชน” ระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน นับแต่นี้ไปสังคมไทยก็จะเปราะบางมากขึ้น มีความสุ่มเสี่ยงกับสถานการณ์ที่อาจจะลุกลามไปสู่ความรุนแรง บานปลายกันไปทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น  

 ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องทบทวนและควรที่จะต้องยอมรับนะครับว่าต้นเหตุของ ปัญหาที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย ผลที่ติดตามมาคือหลายต่อหลายกลุ่มได้เริ่มออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เกิดอาการรำคาญ เบื่อหน่าย ทนไม่ไหว กับการเล่นกับการเมืองแบบสกปรกนอกสภา รวมไปถึงการจับคนกรุงเทพฯ และเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างเงื่อนไขในการต่อรอง 

 อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าตัว ท่านนายกฯ เองนั้นก็ขาดวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ และยังไม่ชัดเจนกับนโยบายและขาดความรับผิดชอบ (ไม่กล้ารับผิดและรับชอบ) ตลอดจนต้องเร่งดำเนินการอะไรสักอย่างให้เป็นรูปธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่ มิใช่เพียงแค่การสั่งการแบบโยนลูกกันไปมา  หลีกเลี่ยงการแก้ไขปัญหา  เอาแต่ประคองตัวให้อยู่รอดไปแบบวันต่อวัน เลยกลายเป็นการปล่อยปละละเลย 

 ถ้าท่านนายกฯ และพลพรรคร่วมรัฐบาลยังเล่นเกมหวงอำนาจ หวงเก้าอี้ ห่วงผลประโยชน์ส่วนตนและบรรดาพรรคพวกเพื่อนพ้องกันแบบนี้ ก็เลือกที่จะยุบสภาหรือลาออกเถอะครับ  มิฉะนั้นรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามอำนาจอันชอบธรรมที่มีอยู่ และจำเป็นต้องรักษากฎหมายเพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์  อีกทั้งยังต้องเร่งฟื้นฟู “นิติรัฐ” ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ต้องเร่งจับตัวมาลงโทษโดยไม่ต้องเกรงใจใคร ไม่ต้องมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับใคร  สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เสมอครับ   

 ดังนั้น ท่านนายกฯ ต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้บ้านเมืองมีขื่อมีแปและเพื่อมิให้เกิดพฤติกรรมความรุนแรงลุกลามบานปลายออกไป และจะต้องไม่ให้ประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเราตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงนั้น ผมขอกราบวิงวอนครับ ว่า หากทำไม่ได้หรือไม่กล้าทำก็ขอให้ยุบสภาหรือลาออกเถอะครับ เปิดโอกาสให้คนดีๆ ศรีรัตนโกสินทร์ท่านอื่นให้เข้ามาทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองแทน  ผมมีความรู้สึกลึกๆ ครับว่าเวลาของท่านเหลือน้อยเต็มทีแล้วครับ  หากท่านไม่ตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง 

 เพราะแท้จริงแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่ความกล้าของผู้นำประเทศในการบังคับใช้กฎหมายครับ

ภัทรพล เวทยสุภรณ์