
วีถีของคนนอก
ต้องบอกว่าการละเมิดกฎหมายของคนเสื้อแดงวันนี้ไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว
การออกมาปิดถนนตามจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือและอีสานสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว
มิหนำซ้ำยังเรียกตรวจค้นรถชาวบ้าน รถโดยสาร สกัดกั้นตำรวจทหารไม่ให้มาสับเปลี่ยนกำลังในกรุงเทพฯ จนผู้คนเอือมระอากันไปทั่วบ้านทั่วเมือง
คนเสื้อแดงมีสิทธิ์อะไรที่เรียกค้นรถประชาชน มีอำนาจอะไรไปปิดกั้นการสัญจร
ประชาธิปไตยไม่ใช่การลิดรอนสิทธิผู้อื่น ไม่ใช่การหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพของผู้อื่น ไม่แม้แต่การแสดงออกด้วยท่าทีคุกคาม
ตรงกันข้ามกับตำรวจที่ทำอะไรไม่ได้เลย ทั้งที่เป็นผู้รักษากฎหมายแท้ๆ
ผมเคยบอกเอาไว้แล้วว่าการประนีประนอมใช้ได้ในบางกรณีบางเหตุการณ์เท่านั้น
เมื่อแกนนำแดงในกรุงเทพฯ เคลื่อนไหวอะไรได้ไม่มาก ส่งสัญญาณให้แดงต่างจังหวัดออกมากดดันรัฐบาลแทน
การปล่อยข่าวรัฐบาลจะใช้กำลังตำรวจ-ทหารจากต่างจังหวัดเข้ามาสลายการชุมนุม ฟังยังไงก็ไม่ใช่เหตุผลให้พี่น้องประชาชน ที่ยกเรื่องประชาธิปไตยขึ้นมากล่าวอ้าง ออกมาปิดถนนตรวจค้นรถผู้คนได้อย่างอิสรเสรี
เมื่อผลการปฏิบัติที่หนึ่งถูกมองว่าเป็นบรรทัดฐานให้แก่อีกที่ วันนี้ชาวบ้านเลยต้องทนรถติด ทนให้ใครก็ไม่รู้มาค้นรถ ค้นร่างกาย ไม่พอใจก็ไม่ให้ผ่านไม่ให้ไปต่อ
ตอนนี้รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาสั่งการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังอีกรอบ ใครเห็นว่ายากเกินทำไม่ได้ก็ขอเปลี่ยนตำแหน่งได้
ฟังดูแข็งขัน แต่ก็ยังเต็มไปด้วยวาทกรรมทางการเมือง
ตำรวจ-ทหารเขาต้องสั่งกันแบบตรงไปตรงมา
จะให้จับกุมดำเนินคดีกับใครคนไหนบ้าง หรือจะให้ใช้กฎหมายฉบับไหนก็สั่งกันไปตรงๆ เลย
อย่าลืมว่าตำรวจผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ยังเข็ดกับคำสั่งคลุมเครือเช่นนี้ เมื่อครั้งสลายการชุมนุม 7 ตุลา 51 ยุครัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนนายตำรวจใหญ่ 3 นายถูกเด้งออกจากราชการ ปัจจุบันเรื่องนี้ก็ยังไม่จบ
ตอนนี้การละเมิดกฎหมายออกมาปิดถนน ค้นรถชาวบ้านได้กลายเป็นวิถีของคนนอก (กฎหมาย) ไปแล้ว ถ้าไม่รีบทำอะไรเชื่อขนมกินได้เลย อีกหน่อยเกิดความขัดแย้งทางการเมือง คนก็จะแห่ทำกันอย่างนี้อีก
เหมือนการยึดพื้นที่เศรษฐกิจสี่แยกราชประสงค์ ที่ถูกยกระดับขึ้นมาแทนถนนราชดำเนินไปแล้วโดยปริยายไงล่ะ !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



