ข่าว


เป้าหมายวิหคเพลิง//ผศ.พิมล ศรีวิกรม์

เป้าหมายวิหคเพลิง//ผศ.พิมล ศรีวิกรม์

28 เม.ย. 2553

เป็นที่ทราบกันดีว่าผมเริ่มเข้ามาบริหารสโมสรฟุตบอล ทีโอที แคท เอฟซี ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ช่วงนั้นสโมสรอยู่ในสภาพ “เสือลำบาก” ทั้งโค้ชและนักกีฬาหลายคนออกไป


  เซียนฟุตบอลส่วนใหญ่ทำนายว่า ทีโอที แคท ซึ่งปัจจุบันมีชื่อใหม่ว่า “วิหคเพลิง” มีโอกาสตกชั้นสูง เพราะภายในองค์กรปั่นป่วน ขาดผู้บริหาร ขาดนักกีฬา และไร้ทิศทาง แต่ล่าสุดสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคือ เราลงสนามแข่งมาแล้ว 5 นัด ยังไม่แพ้ใคร ล่าสุดคะแนนอยู่อันดับสองในพรีเมียร์ลีก
 จากที่บริหารงานมาสิ่งที่ผมเน้นที่สุดสำหรับทีมคือ ความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนักกีฬา ที่ว่า “สามัคคีคือพลัง” นั้นคือสัจธรรมจริงๆ หากมองตัวต่อตัวแล้ว นักเตะวิหคเพลิงอาจไม่มีชื่อเสียงเท่านักเตะอีกหลายคนในสโมสรอื่น แต่ถ้าเป็นทีมแล้วผมว่าเราไม่เป็นรองใคร ทั้งนักกีฬาไทยและต่างชาติเราล้วนสามัคคีกัน ในสนามถึงแม้จะเล่นกันมาได้เพียง 3 เดือนแต่ดูเหมือนเล่นกันมาไม่ต่ำกว่าปี พูดง่ายๆ ว่า “จังหวะลงตัว”
 สัปดาห์ก่อนสโมสรต้องพบกับความสูญเสียอย่างไม่คาดคิดหลังจากที่ ชานนท์ วงษ์อารีย์ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ เหตุการณ์นี้นำความโศกเศร้ามาสู่ทุกๆ คนในสโมสร ความผูกพันระหว่างนักกีฬาที่มีต่อชานนท์ เห็นได้ชัดจากความอาลัยที่นักเตะแสดงออก แม้แต่ เงินอัดฉีด 1 แสนบาทที่ท่านประธานที่ปรึกษา คุณไพโรจน์ สุวรรณฉวี มอบให้ นักเตะทุกคนพร้อมใจกันมอบให้ครอบครัวของชานนท์ วงษ์อารีย์ ทั้งหมด สำหรับผมในฐานะผู้จัดการทีม นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนของความเป็นหนึ่งของทีม ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง


 จากผลงานที่ผ่านมาของสโมสร ทำให้ผมตัดสินใจปรับเป้าหมายของวิหคเพลิงที่จากเดิมคิดว่าจะต้องอยู่ในตำแหน่ง “เลขตัวเดียว” มาเป็นอันดับ 1 ใน 4 ของลีก เป้าหมายนี้ถึงแม้จะไม่ง่าย แต่เป็นไปได้ ที่ว่าไม่ง่ายก็เพราะเราเพิ่งแข่งมาได้ 5 นัด ยังเหลืออีก 25 นัดที่ทีมจะต้องยืนระยะให้ได้ ปัญหาบาดเจ็บเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนั้นเรื่องทักษะในการเล่นและความฟิตของร่างกายของนักกีฬามองข้ามไม่ได้ ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
 ประเด็นเหล่านี้ ฝ่ายเทคนิค ฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงจิตวิทยาและโภชนาการต้องเล่นบทบาทที่สำคัญ ส่วนตัวผมเองก็ต้องทำหน้าที่เหมือนไวทยากรของวงดุริยางค์ ดูแลให้ทุกคนในองค์กรทำหน้าที่ให้สอดคล้องกัน
 ถ้า “วิหคเพลิง” สามารถคว้าตำแหน่ง 1 ใน 4 ของลีกมาได้อย่างที่ผมตั้งใจไว้ จากที่เดิมเกือบจะตกชั้น ก็จะเป็น “ม้ามืด” ที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง