ข่าว

พลเมืองอส.จี้รัฐจัดการคนหมิ่นสถาบัน

พลเมืองอส.จี้รัฐจัดการคนหมิ่นสถาบัน

28 เม.ย. 2553

พลเมืองอาสาจี้รัฐบาลจัดการคนหมิ่นสถาบัน ใช้มาตรการเด็ดขาดจับแกนนำนปช. สนับสนุนก่อการร้าย

(28เม.ย.) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา นายบวร ยสินทร ผู้ประสานงานกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน, นายภัคเดช ปรีชาชนะชัย เครือข่าย เฟสบุ๊ค“มั่นใจคนไทย 1 ล้านคนต่อต้านการยุบสภา” , นายสกุล สื่อทรงธรรม มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย , นายสุริยัน ทองหนูเอียด รักษาการเลขาธิการครป, นายสมเกียรติ หอมลออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ร่วมแถลงว่า จากการชุมนุมเพื่อแสดงพลังเงียบอันบริสุทธิ์ของประชาชนผู้รักความสงบสุขของสังคมในนาม“กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 14 เม ษายน 2553 เป็นต้นมา ซึ่งต่อมาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกหมู่เหล่า จนเป็นที่มาของการชุมนุมพลเมืองคนเสื้อหลากสีในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

 แม้ว่ารัฐบาลและฝ่ายรักษาความมั่นคงอันได้แก่ทหารและตำรวจ จะได้ใช้ความพยายามจัดการต่อกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.คนเสื้อแดงภายใต้การปฏิบัติการของ“ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน”แต่เหตุการณ์ก็ยังไม่กระเตื้องขึ้น   ซ้ำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้ยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยลำดับ จนถึงขั้นมีการใช้อาวุธสงครามที่มีความรุนแรง ทำให้ประชาชนและทหารจำนวนมากต้องบาดเจ็บล้มตาย 

 นอกจากนี้กลุ่มแกนนำนปช.ทั้งที่ปรากฏตัวในที่ชุมนุมและที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ไม่เปิดเผย ได้มีพฤติกรรมในการลบหลู่จาบจ้วงและมุ่งบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดแจ้งและต่อเนื่อง  ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เลวร้ายเกินกว่าพสกนิกรชาวไทยผู้จงรักภักดีจะอดทนต่อไปได้  มีการแสดงให้ปรากฏถึงความต้องการสถาปนารัฐไทยใหม่ และการโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยวิธีการต่างๆ

 การกระทำดังกล่าวข้างต้น จัดว่าได้เข้าองค์ประกอบของการก่อการร้ายและการกบฏในราชอาณาจักรอย่างสมบูรณ์ โดยแกนนำของกลุ่มผู้ก่อการร้ายนปช. ไม่เคยที่จะสำนึกผิดในการกระทำดังกล่าว กลับบิดเบือนข่าวสารในที่ต่าง ๆ ได้แก่  การสร้างความเข้าใจผิดด้วยวาจาอันเป็นเท็จในหมู่ประชาชนผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ การเผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือนในหนังสือพิมพ์ RED NEWS และ VOICE OF TAKSIN  การร่วมมือกับนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยปลุกปั่นยุยงประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ มีสื่อที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบางรายเป็นแนวร่วม  ตลอดจนมีการซื้อพื้นที่ข่าวในสื่อต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อให้ข่าวที่บิดเบือนและเป็นเท็จในเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 10 และ 22  เมษายน ที่ผ่านมา

 นอกจากการกระทำที่ขัดต่อความสงบสุขของประชาชนดังกล่าวแล้ว กลุ่มผู้ก่อการร้าย นปช. ยังขยายผลการปฏิบัติการที่มีความมุ่งหมายทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่ออำนาจรัฐ ด้วยปฏิบัติการที่ขัดขวางการทำหน้าที่ของทหารและตำรวจ อันได้แก่ การตั้งด่านปิดกั้นการเคลื่อนย้ายกำลังพลและเข้ายึดทรัพย์สินของทางราชการทหาร  มีการคุกคามประชาชนและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ได้แก่ การตั้งด่านตรวจค้นรถยนต์ที่สัญจรในจุดต่างๆ การขัดขวางมิให้รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสามารถเดินรถได้ตามปกติ การวางระเบิดสาธารณะสมบัติ ได้แก่ เสาส่งไฟฟ้าแรงสูง  คลังเก็บน้ำมัน เป็นต้น ขณะเดียวกัน พื้นที่การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะคืนพื้นที่ให้กับประชาชนเมื่อไร

 กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินได้รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนและติดตามข่าวสารสถานการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเห็นว่าสถานการณ์ของบ้านเมืองในเวลานี้ อยู่ในสภาวะวิกฤตการณ์อย่างที่สุด จึงมีความจำเป็นในการแถลงจุดยืนของกลุ่มในฐานะพลเมืองของประเทศเพื่อปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต้องการเห็นความสงบสุขของบ้านเมืองกลับคืนมาโดยเร็ว

 ขณะเดียวกันก็พยายามเข้าใจข้อจำกัดของรัฐบาลในการทำหน้าที่  ซึ่งกลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างความถูกต้องในการบังคับใช้กฏหมายของรัฐบาลในการปราบปรามผู้ก่อการร้าย นปช.อย่างเด็ดขาด และการฟื้นฟู้สถานการณ์ของบ้านเมืองภายหลังการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย นปช.รวมทั้งการดำเนินคดีกับองค์กรและบุคคลที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย นปช. ไปจนกว่าจะหมดเสี้ยนหนามของแผ่นดิน
 กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดินขอแถลงจุดยืนดังต่อไปนี้

 1.รัฐบาลต้องดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อผู้กระทำผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์   สั่งปิดและดำเนินคดีต่อหนังสือพิมพ์และสื่อทุกประเภทที่เป็นภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และความมั่นคงของรัฐทันที 
 2.รัฐบาล ทหาร  และตำรวจ ต้องดำเนินการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย นปช. ด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด  จับตัวแกนนำ นปช.แกนนำผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกคนมาลงโทษ  ยกเลิกสัญญาสื่อสารสัมปทานจากรัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย

 3.เร่งดำเนินการปฏิรูปการเมืองและสังคมอย่างจริงจังให้มีผลเป็นรูปธรรมก่อนการจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป  เพื่อให้คนดีมีความสามารถได้มีโอกาสเข้ารับใช้บ้านเมือง  และควบคุมมิให้คนชั่วมีโอกาสเข้ามามีอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป
 4.ดำเนินการรับมือถึงผลกระทบของการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย นปช.  ทุกรูปแบบ ด้วยการสร้างความเข้าใจและการเข้าถึงประชาชนทุกระดับ โดยรัฐบาลต้องแถลงให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าถึงผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดภายหลังการปราบปราม  เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจและให้การสนับสนุนในการกอบกู้บ้านเมืองครั้งนี้

 5.กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน  พร้อมร่วมมือกับกลุ่มพลังภาคประชาชนอื่นๆที่มีความมุ่งหมายเดียวกัน  และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลที่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเพื่อนำความสงบสุขของบ้านเมืองกลับคืนมา