
อภิวันท์ย้ำควรเปิดประชุมร่วมรัฐสภาโดยเร็ว
อภิวันท์ย้ำควรเปิดประชุมร่วมรัฐสภาโดยเร็ว จวกสังคมเวลานี้ไร้สติ เชื่อซักฟอกรัฐบาลไม่ได้ประโยชน์เพราะอำมาตย์ครอบงำ รับอยู่ในขบวนการล้มอำมาตย์แต่ปกป้องสถาบัน เหน็บไม่ตอบกระทู้ทำได้แต่เสียมารยาท
(28เม.ย.) พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวกรณีที่ครม.มีมติให้เปิดประชุมร่วมรัฐสภาว่า เชื่อว่าสภายังมีประโยชน์ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองแต่ที่ทราบข่าวคือครม.อนุมัติให้เปิดเพียงสภาเดียวตามมาตรา 161 เท่านั้น ซึ่งปกติควรจะใช้มาตรา 179 เพื่อให้สมาชิกทั้ง 2 สภาได้ซักถามและมีการเสนอข้อเสนอแนะโดยไม่มีการลงมติ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าสถานการณ์ยังไม่ปกติ เกรงว่าการอภิปรายจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องคิด เพราะยิ่งสถานการณ์ไม่ปกติก็ยิ่งต้องเปิดประชุมร่วมรัฐสภา
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยมีการประชุมเรื่องการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยบางคนระบุว่าสถานการณ์ขณะนี้เลยเวลาที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แต่บางส่วนก็ระบุว่าในฐานะพรรคการเมืองก็ต้องดำเนินการตามระบอบรัฐสภา ซึ่งเป็นความเห็นที่แตกต่างกัน แต่เท่าที่ฟังดูนั้นส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ล่วงเลยเวลาไปแล้ว เนื่องจากมีการปราบปรามและมีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก ตามปกตินายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่แสดงอะไรเลย กลับออกมากล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้ง ๆ ที่ท่านเคยเป็นผบ.ทบ.ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความคิดเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถูกกล่าวร้ายว่าเป็นหัวหน้าขบวนการจ้องล้มสถาบัน สังคมไทยขณะนี้ไร้สติ
ส่วนหากฝ่ายค้านไม่ใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะถูกมองว่าหลีกเลี่ยงการใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ปัญหานั้น พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า เราใช้กระทู้แต่รัฐบาลก็ไม่ตอบ คงต้องดูสถานการณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ขณะนี้อำมาตย์ได้ครอบงำ แม้ซักฟอกรัฐบาลไปก็ไม่เกิดประโยชน์ สถานการณ์ปัจจุบันพูดกันถึงว่า ทำอย่างไรบ้านเมืองจึงจะกลับมาสามัคคีกันใหม่
ส่วนกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่าควรใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่าการขอเปิดอภิปรายตามมาตรา 179 นั้น พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน แต่ลูกชายท่านก็ยังออกมาบอกว่าพล.อ.ชวลิตเป็นผู้ก่อการร้าย และยืนยันว่าการอภิปรายหรือไม่นั้นไม่จำเป็นต้องหารือกับกลุ่มนปช.เนื่องจากการอภิปรายไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง แต่การพูดคุยกันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนจะปฏิบัติตามผลการหารือหรือไม่เป็นเรื่องของพรรค ไม่เกี่ยวกับมวลชนคนเสื้อแดง และทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกัน เพียงแต่คิดเหมือนกันคือเรียกร้องประชาธิปไตยที่เป็นจริง
“ ที่ผ่านมามีคนกล่าวหาว่าผมก็เป็นหนึ่งในขบวนการล้มเจ้า ผมยอมรับว่าผมล้มอำมาตย์แต่ปกป้องสถาบัน เพราะอำมาตย์เป็นบุคคลที่อาศัยสถาบันมามีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่น ถึงเวลาแล้วที่บ้านเมืองเราจำเป็นต้องขจัดระบอบอำมาตย์ออกไป จะทำให้สถาบันอยู่อย่างมั่นคงและสมพระเกียรติ แต่ไพร่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนจน ” พ.อ.อภิวันท์กล่าว
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะไม่ตอบกระทู้สดของสภาในช่วงนี้นั้น พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำได้แต่เสียมารยาทนิดหน่อย เพราะฝ่ายค้านไม่มีช่องทางในสภา ต้องใช้ช่องทางกระทู้ถามสด แต่การปฏิเสธที่จะมาตอบกระทู้นั้นก็ทำได้เพียงแต่ผิดมารยาทนิดหน่อย



