
ทัพฟ้าจับมือก.เกษตรฯทำฝนหลวงสู้ภัยแล้ง
กองทัพอากาศ จับมือ ก.เกษตรฯ ส่งเครื่องบิน 15 ลำและจนท.กว่า 400 นายทำฝนหลวงช่วยผู้ประสบภัยแล้ง มั่นใจศักยภาพเครื่องบินไม่มีปัญหา
(17มี.ค.) ที่ฝูงบิน 601 ดอนเมือง พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. กล่าวหลังเป็นประธานพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง กองทัพอากาศประจำปี 2552 ว่า กองทัพอากาศได้เข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริ โดยร่วมปฏิบัติการกับกระทรวงเกษตรฯอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2515 ซึ่งปีที่ผ่านมากองทัพอากาศได้ปฏิบัติการกว่า 600 เที่ยวบิน หรือ 770 ชั่วโมงบิน ใช้สารเคมีเกือบ 900 ตัน และในปีนี้ได้เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งหน่วยบินฝนหลวงไป จ.อุบลราชธานีเป็นจุดแรก และกองทัพอากาศขอยืนยันว่าปีนี้จะพยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถจนกว่าภัยแล้งจะหมดไป
ทั้งนี้ในปีนี้กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินเพิ่มจากปีที่ผ่านมาอีก 2 เครื่อง รวมเป็น 15 เครื่อง โดยใช้เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 7 ( บจ. 7) หรืออัลฟาเจ็ทเป็นเครื่องทำเมฆเย็นเพิ่มเติมซึ่งการเพิ่มจำนวนเครื่องบิน และการปฏิบัติการที่หลากหลายเพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้มากขึ้น ส่วนเรื่องการปฏิบัติบำรุงเครื่องบินนั้นในภารกิจฝนหลวง เราต้องดูแลเรื่องความสะอาดอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วเครื่องบินจึงยังคงสภาพปลอดภัยไม่น่าเป็นห่วงอะไร
พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า นอกจากโครงการฝนหลวงแล้ว กองบินต่าง ๆของกองทัพอากาศยังมีศูนย์บรรเทาสาธารณภัยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว การปฏิบัติการฝนหลวงร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เป็นการขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินพร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์สนับสนุนในภารกิจดังกล่าว จำนวน 15 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่ 400 คน โดยเครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติภารกิจ ประกอบด้วย เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก ( BT-67) เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 9 ( นอร์แมด) เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 (AU-23) และเครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 7( อัฟฟาเจ็ท) โดยมีฐานปฏิบัติการฝนหลวงอยู่ที่ จ.ลพบุรี จ.อุบลราชธานี จ.สุราษฎร์ธานี และจ.เชียงใหม่ สำหรับประชาชนที่ต้องการขอความช่วยเหลือสามารถมาแจ้งมายังศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ โทร. 02-5342096 , 02-5348333



