
"เมธัส"ดอดเข้ามอบตัวอ้างอาวุธปืนปลอม
"เก่ง"เมธัสนายแบบดอดขอเข้ามอบตัวตร.พัทยา อ้างอาวุธปืนปลอม ทั้งที่เพิ่งแถลงข่าวไปว่าใช้ปืนของพ่อเอามาขู่ ยืนยันเรื่องเข้าใจผิด
จากกรณีเหตุการณ์นายปิยะณัฐ ทานา อายุ 32 ปี รปภ. ดิฟเฟอร์ ผับ ย่านพัทยาเหนือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ว่าถูก นายเมธัส สวนศรี อายุ 26 ปี หรือ เก่ง เมธัส ดารานายแบบชื่อดัง ทำร้ายและใช้อาวุธปืนจ่อหัว เหตุเพราะไม่พอใจ ที่ถูกเรียกตรวจบัตรประชาชน ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น
กระทั่งเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 เม.ย. 53 พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพาณิชย์ รอง.ผกก.สส. ร่วมกันเปิดเผยว่าคดีดังกล่าว อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนและผู้บังคับบัญชาระดับ ซึ่งทางตำรวจเคยติดต่อยัง นายเมธัส สวนศรี อายุ 26 ปี หรือเก่ง-เมธัส ดารานายแบบชื่อดัง แต่ก็ไม่ยอมติดต่อขอเข้ามอบตัว จึงดำเนินการขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ เลขที่ 317 / 2553 ลงวันที่ 26 เม.ย.53 ฐานความผิด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต พกพาไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ ใช่อาวุธปืน เพื่อการขู่เข็ญผู้อื่น จนได้รับความตกใจ
ด้าน พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพาณิชย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ความผิดดังกล่าวมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน โดยตำรวจได้รวบรวมหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติออกหมายจับ ซึ่งขณะนี้นายเมธัส สวนศรี ตกเป็นผู้ต้องหา สามารถจับกุมได้ทันที มีการพบเจอตามสถานที่ต่างๆ ปัจจุบันหนีไปพักอยู่กับญาติที่ บ้านพักในพื้นที่ จ.อ่างทอง โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอน รวบรวมหลักฐาน เพื่อเข้าต่อสู้คดี เนื่องจากยืนกรานว่า เป็นการเข้าใจกันผิด อีกทั้ง ตนเองเป็นผู้ถูกฝ่ายคู่กรณีกระทำก่อน จึงนำอาวุธปืนออกมาเพื่อป้องกันตัว พร้อมทั้งจะขอนัดเข้ามอบตัว
ล่าสุด เมื่อเวลา 21.30 น. วันนี้ (27เม.ย.53) นายเมธัส ได้ดอดเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพาณิชย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พร้อมปฎิเสธข่าวก่อเหตุวิวาทที่ ดิฟเฟอร์ ผับ ย่านพัทยาเหนือ เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า เกิดจากความเข้าใจผิดในการขอเข้าตรวจค้นบัตรประชาชนก่อนเข้าผับดังกล่าว
นายเมธัส เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาโชว์ตัวที่งานแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จากนั้นจึงชวนเพื่อนซึ่งมีผู้หญิง 5 คน ชาย 2 คน เดินทางมาเที่ยวที่ผับดังกล่าว ซึ่งปกติแล้วก็สามารถเข้าไปในผับได้เพราะรู้จักกับเจ้าของผับ แต่คืนเกิดเหตุเจ้าของผับที่ตนรู้จักไม่อยู่ มีการ์ดเข้ามาตรวจค้นบัตรประชาชนซึ่งตนแต่ได้แสดงให้ดู ส่วนหลานชายที่มาด้วยอยู่ในกลุ่มมีบัตรแต่อายุไม่ถึง มีอายุ 17 ปี การ์ดจึงไม่ยอมให้เข้า ตนจึงได้ขอร้องการ์ดให้หลานชายเข้าไปนั่งบริเวณด้านนอกร้าน แต่การ์ดไม่ยอม พวกตนจึงพากันเดินกลับมาที่รถซึ่งจอดอยู่ด้านหน้าผับ
"ระหว่างที่เดินไปที่รถเฟอร์รารี่มีการ์ดของผับ ซึ่งมีประมาณ 4-5 คน เดินตรงเข้ามาที่พวกตนพร้อมกับไล่ให้พวกตนกลับไป แต่ตนได้บอกว่ายืนรอรถของเพื่อนอีก 2 คัน ที่จอดอยู่ด้านในขับออกมา ระหว่างนั้นการ์ดก็ได้มาไล่ซ้ำอีก ทำให้หลานชายซึ่งยืนอยู่ไม่พอใจเอามือผลักอกการ์ดไป 1 ครั้ง จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุลขึ้น ด้วยความตกใจจึงเปิดประตูรถแล้วคว้าอาวุธปืนปลอมที่ใช้ประกอบการแสดงหนังออกมาข่มขู่ จนการ์ดตกใจหนีกระเจิง ก่อนที่ผมกับเพื่อนจะขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป จนมาทราบข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับในวันรุ่งขึ้นว่าผมกับเพื่อนไปทำร้ายและใช้อาวุธปืนไปข่มขู่การ์ดในผับ ซึ่งเป็นเรื่องการเข้าไปผิดกัน จึงเดินทางเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งนี้"นายเมธัส ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังรับทราบข้อกล่าวหา นายเมธัส ได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวกับพนักงานสอบสวน ก่อนเดินทางกลับกทม.
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเมธส ได้เปิดแถลงข่าวที่จ.นนทบุรี ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุวันนั้นตนได้ไปโชว์ตัวที่พัทยา จากนั้นก็ได้ไปพักผ่อนกับครอบครัวต่อที่บ้านพักในพัทยา จนกระทั่งในตอนกลางคืนจึงชวนกันไปเที่ยวต่อร้านดิฟเฟอร์ผับ เพราะรู้จักกับพี่หุ้นส่วนเจ้าของทั้งสองคน เมื่อไปถึงได้นำบัตรประชาชนของญาติทั้งหมดมาถือไว้ และเดินเข้าไปเจรจากับทางการ์ดของทางร้าน เพื่อให้ช่วยยกเว้นหลานชายให้เข้าร้านด้วย เพราะอายุไม่ถึง แต่ระหว่างนั้นทางการ์ดของร้านไม่ยอม ก็พยายามโทรหาพี่เจ้าของร้าน เพื่อขออนุญาต ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อกับทางพี่เจ้าของได้ ระหว่างนั้นหลานชายเข้าใจผิดคิดว่าตนเองกำลังจะมีเรื่องกับการ์ด จึงวิ่งเข้ามาช่วย เลยทำให้เหตุการณ์ชุลมุน
จากนั้นนายเมธัส ได้เดินกลับมาที่รถพร้อมกับญาติๆและหยุดยืนคุยกันอยู่ ระหว่างทางกลุ่มการ์ดนับสิบคนของร้านก็ได้เดินเข้ามาหา เมื่อเห็นท่าไม่ดีเพราะกลัวถูกทำร้ายจึงได้เปิดประตูรถเฟอร์รารี่เข้าไปหยิบอาวุธปืนพกขนาด 9 ม.ม.ของพ่อ ที่อยู่ในช่องเก็บหน้ารถออกมาเพื่อป้องกันตัว ทางการ์ดคนหนึ่งก็ตรงเข้ามาคว้าแย่งปืน จึงทำให้ปลอกปืนหยุดไป จากนั้นพวกการ์ดเมื่อเห็นว่าแย่งปืนจากตนไม่ได้ จึงวิ่งแยกย้ายกันหลบออกไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าปืนพกที่ตนหยิบออกมานั้น ไม่มีแม็กกาซีนบรรจุลูกกระสุน



