ข่าว

 ชีวิตเคว้งคว้าง...ของแรงงานราชประสงค์

ชีวิตเคว้งคว้าง...ของแรงงานราชประสงค์

28 เม.ย. 2553

"ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องขอความช่วยเหลือ และเตรียมนำงบที่เหลือจากโครงการต้นกล้าอาชีพ 86 ล้านบาทมาช่วยเหลือ หากต้องการฝึกงานกับโครงการต้นกล้าอาชีพจะได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท"

 สิ้นเสียงของ "ไพฑูรย์ แก้วทอง" รมว.แรงงาน ที่กล่าวผ่านทีวีช่องหนึ่ง..."เหมียว" แม่บ้านทำความสะอาดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์วัย 43 ปีก็รีบติดต่อเพื่อนๆ กลุ่มแม่บ้านทันที เพราะเกือบเดือนแล้วที่พวกเธอมีชีวิตอยู่ด้วยความเคว้งคว้าง ไม่รู้ว่าชีวิตในวันพรุ่งนี้จะเอาอย่างไรดี...

 เช้าวันที่ 26 เมษายน 2553 เหมียวและเพื่อนอีก 4 คนเดินทางไปกรมแรงงาน เพื่อขึ้นทะเบียนฝึกอาชีพ แต่มีข้อแม้ว่าหากร้านอาหารที่เคยทำงานในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เปิดให้บริการ จะขอกลับไปทำงานที่เดิมทันที

 "พวกเราไม่รู้จะเอาอย่างไรกับชีวิตดี นั่งลุ้นมาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนแล้ว เมื่อไรห้างจะเปิดได้สักที ตอนนี้ผ่านไป 3 สัปดาห์แล้วเริ่มไม่มีความหวัง นายจ้างติดต่อมาตลอด ฉันทำงานอยู่แผนกล้างจาน พอมีเรื่องเสื้อแดงเขาก็ให้ย้ายไปช่วยงานที่สาขาเดอะมอล์ บางแค พอลองไปทำได้ 3-4 วันก็ไม่ไหว เพราะเงินที่ได้ต้องเอาไปจ่ายค่ารถเกือบหมด ออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อให้ทันก่อนห้างเปิด 10 โมง ฉันล้างจานจนห้างปิด 4 ทุ่ม กว่าจะกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนหรือตี 1 รายได้วันละ 200 กว่าบาทไม่พอค่าเดินทาง" แม่ม่ายวัย 43 ปี เล่า

 เมื่อหยุดงานมาเกือบเดือนรายรับที่เคยได้ก็ไม่มี แต่รายจ่ายยังเหมือนเดิม ประกอบกับเหมียวมีภาระต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูก 2 คนเพียงลำพัง ก็ต้องพยายามใช้ชีวิตอย่างประหยัดที่สุด ที่ผ่านมาเธอและลูกอาศัยอยู่ในห้องเช่าแถวประตูน้ำ แล้วเดินมาทำงานที่เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตอนนี้ลูกเรียนอยู่ ป.3 กับ ม.4 กำลังจะเปิดเทอม ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้ แต่ไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหน พอได้ยินว่ามีการอบรมฝึกอาชีพก็เลยลองไปสมัครดู อย่างน้อยก็ได้ความรู้เพิ่มดีกว่าอยู่เฉยๆ

 "พูดตรงๆ นะว่า ยังมืดแปดด้านอยู่ ยังไม่รู้เลยว่าจะฝึกอาชีพอะไร แล้วจะทำอะไรในอนาคต เพราะไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อยู่ๆ ห้างก็ปิดเป็นเดือน ไม่ตกงานเพราะนายจ้างไม่ไล่ออก แต่ไปทำงานไม่ได้ นั่งลุ้นนั่งรอไปวันๆ จนตัดสินใจชวนเพื่อนๆ มาสมัครฝึกอาชีพ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะช่วยอะไรได้บ้าง เพราะนายจ้างยังไม่ได้ไล่ออก ตอนนี้ร้านอาหารปิดไปเกือบเดือน นายจ้างก็บอกไม่ได้ว่าจะให้เงินเดือนเท่าไร ให้กี่เปอร์เซ็นต์ เราเข้าใจความรู้สึกของนายจ้าง ตอนนี้มันมืดไปหมดจริงๆ นะ" เหมียวกล่าวด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม

 เช่นเดียวกับ "ทัศนา" แม่บ้านทำความสะอาดเซ็นทรัลเวิลด์อีกคน เล่าว่า เป็นลูกจ้างชั่วคราวมีรายได้วันละ 206 บาท หากวันไหนมีโอทีจะได้เพิ่มอีกชั่วโมงละ 27 บาท รวมแล้วมีรายได้เฉลี่ยวันละ 200-300 บาท เมื่อรวมกับรายได้ของสามีที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็แทบจะไม่พอค่าใช้จ่าย เพราะต้องเลี้ยงลูกวัยรุ่นอีก 3 คน อายุ 17 ปี 15 ปี และ 13 ปี

 "ปัญหาหนักตอนนี้คือต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยืมมาหลายหมื่นบาท มีทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือนกับร้อยละ 12 ต่อปี แต่ละเดือนต้องจ่ายค่าดอกประมาณ 4-5 พันบาท ตอนนี้ตกงานไม่รู้จะทำอย่างไร วันก่อนเขามาทวงค่าเช่าบ้านเดือนนี้แล้ว 2,000 บาทก็ยังไม่มีให้ มาสมัครฝึกอาชีพเพราะหวังว่าจะพอทำอะไรก็ได้ ให้มีเงินสักวันละ 100-200 บาทเอาไปซื้อข้าวซื้อน้ำให้ลูกๆ กิน"

 แม่บ้านทำความสะอาดข้างต้นยืนยันว่า ตัวเองไม่เคยเข้าร่วมชุมนุม ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเสื้อสีไหน ไม่อยากไปสู้รบกับใคร แต่ละวันก็ตั้งใจทำงานหารายได้มาเลี้ยงลูกๆ จ่ายหนี้จ่ายสินเพียงเท่านั้น

 "วนิดา ภุมมรานันท์" หัวหน้าศูนย์บริการจัดหางาน (E-Job center) กรมการจัดหางาน ให้ข้อมูลล่าสุดว่า หลังจากเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านการจ้างงานจากการชุมนุมทางการเมือง (ศชจ.) มาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ มีผู้ติดต่อมา 100 กว่าคน แบ่งเป็น  2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มนายจ้างและกลุ่มลูกจ้าง โดยกลุ่มนายจ้างได้รับความเดือดร้อนจากภาระที่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ แต่ไม่สามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ หรือบางรายสามารถเปิดร้านค้าได้ แต่ลูกค้ามีจำนวนน้อยมากเสียจนเกือบต้องปิดให้บริการ จึงมีรายได้ไม่พอจ่ายให้ลูกจ้าง สำหรับกลุ่มลูกจ้างนั้นมีปัญหาเรื่องการขาดรายได้ และไม่สามารถเบิกเงินช่วยเหลือจากรัฐ หรือประกันสังคมได้ เพราะยังไม่ได้ลาออกจากงานหรือถูกไล่ออก

 "ตอนนี้ศูนย์กำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมด แยกแยะคนงานและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบในเรื่องต่างๆ จากนั้นก็รายงานให้ผู้บริหารของกรมการจัดหางานทราบ เพื่อนำไปเสนอรัฐบาลและร่วมกันหาทางออก ส่วนการแก้ปัญหาเบื้องต้นก็นำเงินจากโครงการต้นกล้าอาชีพ มาช่วยในโครงการอบรมฝึกอาชีพให้ลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม ถ้าใครสนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ เบอร์โทรศัพท์ 0-2245-5763-5 หรือสายด่วน 1694

 ขณะที่ "วิไลวรรณ แซ่เตีย" ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) วิเคราะห์ว่า ผลกระทบจากการปิดแยกราชประสงค์ของกลุ่มเสื้อแดงนั้น ทำให้นายจ้างและลูกจ้างกว่า 9 หมื่นคนเดือดร้อน โดยเฉพาะลูกจ้างรายวันที่มีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของลูกจ้างทั้งหมด ซึ่งภาครัฐยังไม่มีมาตรการใดๆ เป็นรูปธรรมช่วยเหลือผู้เดือดร้อนกลุ่มนี้

 ส่วนเรื่องการนำงบประมาณจากต้นกล้าอาชีพมาช่วยเหลือนั้น ตัวแทนแรงงานข้างต้นถือว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะคนที่เดือดร้อนมีอาชีพ และมีฝีมืออยู่แล้ว ไม่ได้อยากเปลี่ยนอาชีพใหม่ แม้จะได้เบี้ยเลี้ยงฝึกอาชีพวันละ 120 บาท แต่ก็ไม่พอค่าเดินทางกับค่าใช้จ่าย รัฐบาลควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยการจ่ายเงินค่าชดเชยรายได้ หรือหาพื้นที่ประกอบอาชีพให้ใหม่

 สอดคล้องกับ "สมพงค์ สระแก้ว" ผู้อำนวยกมามูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ที่เสนอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือแรงงานกลุ่มนี้ โดยให้ลูกจ้างรายวันไปลงทะเบียนพร้อมแสดงหลักฐานว่า เดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมืองจริง จากนั้นก็อนุญาตให้เบิกเงินทดแทนในระหว่างว่างงานได้ อาจปรับเป็นอัตราส่วนประมาณร้อยละ 60-70 ของค่าจ้างรายวันที่เคยได้รับ การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ทั่วถึงมากกว่า