
ลือกระฉ่อน...คนที่คุณก็รู้ว่าใคร'ป่วย'
ยังเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ตลอดสัปดาห์ เมื่อข่าวคนที่คุณก็รู้ว่าใครป่วยถึงขั้นช็อกหมดสติ ทั้งฟอร์เวิร์ดเมล โซเชียลเน็ตเวิร์ก เฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์ หรือแม้แต่ในเว็บบอร์ดต่างๆ
บางข่าวลือกันกระฉ่อนถึงขนาดว่า หมดสติถึงกับต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ !?!
บางเมลก็อ้างแหล่งข้อมูลจากแพทย์ผู้บินไปรักษาโดยตรง โดยอ้างอิงว่าแพทย์ที่ว่าเป็นเพื่อนของแม่ และแม้จะเป็นจรรยาบรรณแพทย์ แต่ด้วยความที่เป็นคน "ในกระแส" เลยอดพูดถึงไม่ได้
รายละเอียดในข่าวลือว่ากันว่า คนที่คุณรู้ว่าใครป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะ 3 แล้ว ประเทศที่เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมอย่างสหรัฐอเมริกาดั๊นไม่ให้เข้าประเทศ เลยต้องอยู่รักษาตัวที่ดูไบ แล้วขนอุปกรณ์ทางการแพทย์จากเมืองไทย และระดมแพทย์ทุกสาขาบินตามไปรักษาอาการ
แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อแพทย์รักษาด้วยกัมมันตภาพรังสี ด้วยวิธีฝังเรเดียมแร่ธาตุกัมมันตภาพรังสีชนิดหนึ่ง แต่บังเอิ๊ญบังเอิญตัวแร่เรเดียมดันแตก แล้วกระจายสู่เส้นเลือดทั่วร่างกาย จนเกิดอาการช็อกหมดสติดังเจ้ากรมข่าวลือกระพือข่าว
ขาเม้าท์ยังคันปากไม่หยุดฉุดไม่อยู่ อ้างความเห็นแพทย์โอกาสเรเดียมแตกมีน้อยถึงน้อยมาก ชนิดหนึ่งในล้าน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่คุณก็รู้ว่าใครหายหน้าหายตาไปโฟนอินเหมือนอย่างเคย
ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ยกเหตุผลมาสนับสนุน ทั้งภาพถ่ายและการปรากฏกายในที่สาธารณะ
เพื่อคลายข้อสงสัยและปมปริศนาค้างคาใจ "คม ชัด ลึก" ประสานไปยังนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยไขคำตอบให้คลายสงสัย ได้รับคำตอบว่า กระแสข่าวคนที่คุณก็รู้ว่าใครป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น เกิดขึ้นมานานมากแล้ว ทั้งการฟอร์เวิร์ดเมลและพูดกันปากต่อปาก เขาไม่ขอออกความเห็นว่าข่าวไหนจริงไม่จริงอย่างไร แต่จะขอให้ความเห็นทางการแพทย์ เกี่ยวกับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยวิธีฝังแร่เรเดียมแทน
นายแพทย์คนเดิมเริ่มว่า วิธีรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแพทย์เฉพาะทางจะรักษาตามหลักทางการแพทย์ทั่วไป คือ การให้ยาปฏิชีวนะ การทำคีโม แล้วสังเกตอาการ คนไข้ต้องรักษาตัวต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาที่แม่นยำและเห็นผล
หากคนไข้มะเร็งต่อมลูกหมากขั้นที่ 3 หรือระยะสุดท้ายเป็นเพศชาย แพทย์มักจะเสนอให้ตัดถุงอัณฑะทิ้ง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝังแร่เรเดียม เพราะเพศชายหากเป็นมะเร็งบริเวณนี้การฝังแร่จะกระทำได้ค่อนข้างยาก เพราะไม่รู้จะไปฝังแร่ตรงจุดไหน บริเวณใด
แต่หากคนไข้เพศหญิงเป็นมะเร็งปากมดลูก การฝังแร่เรเดียมจะทำได้ง่ายกว่า โดยแพทย์อาจจะนำแร่เรเดียมสอดใส่เข้าไปทางช่องคลอดแทน
ทีนี้ก็มาถึงประเด็นสงสัยเกี่ยวกับแร่เรเดียมแตกจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งให้ความเห็นว่า โอกาสที่แร่เรเดียมจะแตกขณะฝังอยู่ในร่างกายนั้น มีเปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นได้น้อยมากในวงการแพทย์
"แต่ถ้าเกิดแตกขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เพราะการฝังแร่เรเดียมเข้าในร่างกาย แพทย์ผู้ดำเนินการจะคำนวณอย่างแม่นยำ ไม่ให้แร่เรเดียมทำอันตรายต่อผู้ป่วยถึงขั้นเสียชีวิตได้ แม้จะเกิดความผิดพลาดก็ตาม"
ยัง...ยังไม่หมด ข่าวลือยังมีอีกว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็งอย่างเดียว แต่เป็นโรค "ลูคีเมีย" อันเกี่ยวเนื่องมาจากพันธุกรรมด้วย และสาเหตุการช็อกอาจมาจากโรคแทรกซ้อนทางระบบเลือด ซึ่งเกิดจากเลือดของคนดูไบไม่เข้ากั๊นเข้ากันกับของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ?!!
แพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญโรคระบบเลือดโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง ช่วยอธิบายไขข้อข้องใจว่า โรคทางระบบเลือดชนิดแรก คือ ลูคีเมีย เป็นโรคที่เกิดจากเม็ดเลือดขาวมากกว่าเม็ดเลือดแดง และมีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
สาเหตุของโรคมีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม พ่อแม่อาจเป็นพาหะสู่ลูก หรืออาจเกิดจากยีนในร่างกายมีความผิดปกติทางพันธุกรรม ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง การตรวจทำได้ด้วยการตรวจระบบเลือดอย่างละเอียด รักษาด้วยการใช้ยา ใช้เคมีบำบัด ผู้ป่วยมักมีอาการผมร่วง ปากแห้ง เจ็บปาก เป็นแผลที่ปาก อ่อนเพลีย แพทย์ต้องจ่ายยาให้รับประทาน ทั้งยารักษา ยาบำรุง และต้องทำอย่างต่อเนื่องควบคู่กันไป ที่สำคัญผู้ป่วยต้องไม่เครียด
"บางกรณีอาจต้องเปลี่ยนถ่ายเลือดในผู้ป่วยบางราย ปัจจัยที่อาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต คือ โปแตสเซียมในร่างกายควบคุมไม่ได้ อาจมีผลโดยตรงต่อระบบหัวใจ หากโปแตสเซียมน้อยหรือมากเกินไป จะมีส่วนไปกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจทำงานเร็วขึ้นหรือช้าลง ส่งผลให้เกิดภาวะช็อกหมดสติ หากส่งให้แพทย์กู้ชีวิตช้าไปก็อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้"
ทั้งหมดนี้คือคำอธิบายอันเป็นหลักวิทยาศาสตร์ต่อข่าวลือที่เกิดขึ้นทั้งหลายทั้งปวงในเวลานี้ !?!



