ข่าว

ตั้งเป้าดันข้าวตันละ8,500บาทพาณิชย์เชื่อมั่นมาตรการ-ชาวนาบุกกดดันรัฐ

ตั้งเป้าดันข้าวตันละ8,500บาทพาณิชย์เชื่อมั่นมาตรการ-ชาวนาบุกกดดันรัฐ

28 เม.ย. 2553

ชาวนาบุกราบ 11 จี้นายกฯ เร่งแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ อุตรดิตถ์นำรถอีแต๋นปิดถนน พาณิชย์ตั้งเป้าเดือนหน้าราคาขึ้นไปอยู่ที่ 8,500 บาทต่อตัน พร้อมเร่งเพิ่มโรงสีและจุดรับซื้อให้ได้ 126 แห่งภายใน 29 เมษายนนี้

เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา สมาคมชาวนาและกลุ่มชาวนาภาคกลาง นำโดยนายขวัญ มหาชื่นใจ อุปนายกสมาคมชาวนาภาคกลาง ได้รวมตัวกันมาชุมนุมบริเวณด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยมีนางพรทิวา นาคาสัย รมว.พาณิชย์เป็นตัวแทนรับหนังสือ

 ขณะที่ชาวนาในจ.อุตรดิตถ์กว่า 1,000 คน นำรถอีแต๋นกว่า 400 คัน มาปิดถนนทางหลวงหมายเลข 11 อุตรดิตถ์-พิษณุโลก เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาข้าวนาปรังตกต่ำ โดยนายยวง อยู่มา ตัวแทนเกษตรอำเภอพิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ชาวนา จ.อุตรดิตถ์ กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อข้าวเก็บเกี่ยวประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงได้รวมตัวกันเรียกร้องไปยังรมว.พาณิชย์ ให้เร่งแก้ไข

 ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ราคาข้าวจากนี้จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ให้ซื้อข้าวในราคานำตลาดตันละ 300 บาท โดยราคาตลาดปัจจุบันเฉลี่ยที่ตันละ 7,000-7,500 บาท เมื่อซื้อนำตลาดไปสักระยะ จะทำให้ราคาในช่วงเดือนหน้าปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8,000-8,500 บาท เพราะขณะนี้ทั้งโรงสีและผู้ส่งออกต่างมีข้าวอยู่ในสต็อกจึงไม่มีฝ่ายใดต้องการให้ข้าวราคาตก อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวต้องมีการแก้ปัญหาสภาพคล่องโรงสี โดยให้ค่าสีแปรข้าวทุก 1 พันตัน สามารถสีแปรได้ในสัดส่วน 20-30% และได้ค่าสีแปรตันละ 500 บาท และการเปิดรับเข้าโครงการแลกเปลี่ยนข้าวสารในสต็อกรัฐบาล สัดส่วน 1 ต่อ 1

 นายยรรยง กล่าวว่า ปัจจุบันมีโรงสีร่วมตั้งโต๊ะรับซื้อข้าว แล้ว 96 แห่ง แต่เปิดซื้อจริง 44 แห่ง ซึ่งโรงสีที่ไม่สามารถรับซื้อข้าวได้จริงเพราะไม่มีพื้นที่จัดเก็บและรายได้ค่าจ้างจัดเก็บเพียงตันละ 75 บาท โดยจะเร่งเพิ่มโรงสีและจุดรับซื้อให้ได้ถึง 126 แห่ง ภายในวันที่ 29 เมษายนนี้

 นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวจะซบเซาต่อเนื่อง เพราะประเทศผู้ผลิตแข่งขันส่งออกกันรุนแรง โดยเฉพาะเวียดนาม พม่า และอินเดีย โดยมาตรการช่วยเหลือที่รัฐกำหนดออกมา เป็นสิ่งที่จะช่วยลดความเดือดร้อนของชาวนา แต่ไม่สามารถดันราคาข้าวให้สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะตลาดส่งออกเงียบมาก นอกจากนี้ ผู้ซื้อในต่างประเทศวิตกถึงความสามารถการขนส่งของไทย ว่าจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ ทำให้ผู้ซื้อยังลังเลที่จะลงคำสั่งซื้อในช่วงนี้