ข่าว

จับยกแก๊งปล้นเงินธกส.อ้างหาเงินใช้หนี้

จับยกแก๊งปล้นเงินธกส.อ้างหาเงินใช้หนี้

17 มี.ค. 2552

รวบยกแก๊งปล้นเงินจากพนง.ธกส. อุกอาจกลางเมืองโคราช ได้ของกลางครบ หน.แก๊งค์เป็นเจ้าของลานมันฯ สารภาพต้องการนำเงินใช้หนี้ เพราะถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงาน ด้าน ตร.เร่งไล่ล่าคนร้ายที่ยังหลบหนีอีก1 คน

(17มี.ค.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.เดชาวัต รามสมภพ  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3 พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ร่วมแถลงข่าวจับกุมคนร้ายปล้นเงิน 780,483  บาท ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. พร้อมทำร้ายเจ้าหน้าที่ธนาคารบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดขึ้นที่หน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลนครราชสีมา เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

 ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ทั้งหมดเป็นชาว จ.นครราชสีมา คือ นายชัยฤกษ์ หรือฮวง แสงศิรินาคะกุล อายุ 30 ปี เจ้าของลานมันแห่งหนึ่งในอ.ครบุรี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 6 ต.หนองมะนาว อ.คง นายพิษณุ  สืบปรุ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 8 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง นายชิงชัย  มะณีสี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 1 ต.โนนเต็ง อ.คง นายสุรชัย  ชาญนอก อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 4 ต.ดอนใหญ่ อ.คง  นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ทั้งสองพักอาศัยอยู่ที่ ต.โนนเต็ง อ.คง

 พร้อมของกลางรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีชมพู่ ทะเบียน ษย-6979 กทม. เงินสดจำนวน 760,012 บาท ท่อนเหล็กกลมยาวประมาณ 17 นิ้ว 1 ท่อน ปืนอัดลมพลาสติก 1 กระบอก นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่ยังหลบหนีอยู่ เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ของธนาคาร คือนายศราวุธ หรือ ต้อม เนตฝาง ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว

  สอบสวนนายชัยฤกษ์ หัวหน้าแก๊งค์สารภาพว่า ได้ร่วมกับนายพิษณุวางแผนปล้นเงิน ธกส.โดยติดตามดูพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ธนาคารมานาน จากนั้นได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน คือนายชิงชัย ให้ไปจ้างเหมารถยนต์มาจากนายเอ  และ น.ส.บี ส่วนนายศราวุธ ที่ยังหลบหนีอยู่ ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปกับนายสุรชัย เพื่อปล้นเงินจากเจ้าหน้าที่ธนาคารที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา เมื่อได้เงินแล้วจะขี่รถมาส่งนายสุรชัย ขึ้นรถเก๋งที่เช่าเหมามาหลบหนี โดยนัดหมายแบ่งเงินกันที่ อ.โนนไทย แต่มาถูกตำรวจสกัดจับกุมไว้ได้ 

 ส่วนสาเหตุที่ลงมือปล้นอุกอาจครั้งนี้ เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้กิจการลานมัน ที่นายชัยฤกษ์ทำอยู่ เนื่องจากขาดทุนมาตลอด ส่วนนายพิษณุ ต้องการนำเงินไปใช้หนี้ธุรกิจร้านคอมพิวเตอร์ที่ขาดทุนจากสภาพเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายเอ  และ น.ส.บี  ถูกจับกุมได้ปฎิเสธว่า ไม่ได้ร่วมกระทำผิดด้วย โดยเป็นเพียงผู้ให้เช่ารถเท่านั้น