
มาร์คไม่ขัดถกร่วมรัฐสภารับคนกทม.เริ่มเหลืออด
มาร์ค ไม่ขัดข้องเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เผยสั่ง ตร. เข้าไปดูแลแต่ละพื้นที่แม้แต่ราชประสงค์ ลั่น นปช. ห้าม ทำผิดกฎหมาย พร้อมปรับแนวทางเร่งแก้ปัญหา ยอมรับ คนกทม. เริ่มอดทนน้อยลง ชี้ หาก ผู้ประกอบการ รวมตัวกันเพื่อฟ้องร้อง ศาลแพ่ง ก็เป็นสิทธิ์ท
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 27 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไป ว่า ขณะนี้ทางวุฒิสภาได้ทำหนังสือมาว่าขอให้รัฐบาลไปชี้แจงที่ประชุมวุฒิสภาก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา เพราะฉะนั้นวันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้เห็นชอบว่าให้ไปตอบญัติของวุฒิสภา ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันจันทร์ที่ 3 พ.ค.นี้ หลังจากนั้นก็จะมีการดำเนินการตามมาตรา 129 ซึ่งเรื่องของการประชุมร่วมรัฐสภาทางรัฐบาลไม่ได้ขัดข้อง เพราะได้บอกกับประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วว่าจะตั้งใจเปิดการประชุมร่วม แต่ต้องเป็นช่วงจังหวะเวลาที่คิดว่าเหมาะสม ไม่เป็นอุปสรรค์ต่อการทำงานในการแก้ไขสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้การบริหารสถานการณ์เป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในภาพรวมเมื่อคืนนี้ ก็พยายามที่จะไม่ให้เกิดลักษณะการไปตั้งด่านของกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งใน กทม. ปริมณฑล และภูมิภาค ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการในจุดหลัก ๆ และวันนี้ก็มีการสั่งการไปทุกจังหวัดว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะที่เป็น ผอ.กอ.รมน.ของจังหวัด จะต้องดูแลไม่ให้มีการตั้งด่าน ซึ่งคิดว่าในเรื่องนี้เมื่อแนวปฏิบัติชัดเจนขึ้นก็คงจะทำได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็จะมีปัญหาอยู่ในพื้นที่บริเวณสื่แยกราชประสงค์ โดยจะค่อย ๆ เข้าไปดำเนินการแก้ไขตรงจุดนั้นให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีประชาชนถูกทำร้ายร่างกาย และพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายคนจากการปิดล้อมของกลุ่ม นปช. ในหลายพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า แม้แต่พื้นที่ราชประสงค์ก็จะต้องเข้าไปดู เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ดำเนินการกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายและการชุมนุมของ นปช. ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมาเรียกร้องทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องการละเมิดสิทธิของคนอื่น ซึ่งได้กำชับไปแล้ว และขอให้ประชาชนร้องเรียนมา ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ก็จะดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่กลุ่ม นปช.มีการตรวจค้น และยึดทรัพย์สินของประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ย้ำไปสองวันแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่าได้ปรับแนวทางกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอยู่ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะเคลื่อนไหวด้วยการนำรถกระบะ และรถมอเตอร์ไซต์ป่วนในพื้นที่ กทม.นั้น เราจะไม่ให้เป็นอย่างนั้น และไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะปั่นป่วนกระทบคนอื่น ซึ่งทาง ศอฉ.ได้เตรียมวางแผนไว้แล้ว
"ขอย้ำปฏิกิริยาของกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วง 1-2 วันนี้ ว่าจะมีการสลายการชุมนุม ฉะนั้นก็จะมีการเตรียมการทำทุกวิถีทางที่จะป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปในพื้นทื่ ดังนั้นเหตุที่เกิดขึ้นกับรถขยะ และรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อเช้านี้ก็เป็นการสะท้อนว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อว่าจะมีการสลายการชุมนุม ซึ่งก็ทำให้ทาง ศอฉ.เห็นภาพชัดเจนขึ้น ที่จะเข้าไปในพื้นที่จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง "
ผู้สื่อข่าวถามว่าปฏิกิริยาของกลุ่มผู้ชุมนุมทำให้ความอดทนของคน กทม. เริ่มลดลง นายอภิสิทธิ์ กล่าว่า ตนเข้าใจดี และแก้ไขสถานการณ์ในแต่ละจุดไป แต่ว่าจะต้องทำให้การดูแลพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณรอบ ๆ ให้แข็งแรงก่อน จึงจะเข้าไปดำเนินการได้ ฉะนั้นตอนนี้จึงต้องเร่งกันดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนความพร้อมของเจ้าหน้าที่นั้นค่อนข้างที่จะพร้อม ในแง่ของการที่จะมาดูแลไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน และการละเมิดกฎหมายอย่างที่เป็นอยู่ เช่น เมื่อสองวันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าผู้ประกอบการควรรวมตัวกันเพื่อฟ้องร้องศาลแพ่งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการ เป็นดุลพินิจของเขา ส่วนรัฐบาลได้ออกมาตรการในการที่จะลดผลกระทบช่วยเหลืออยู่ วันนี้ในส่วนของสภาพคล่องทางกระทรวงการคลังได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครม.อนุมัติไปแล้ว และวันพฤหัสบดีที่ 29 เม.ย.นี้ จะมีการนัดพบกับผู้ประกอบการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องของค่าเช่า ลูกจ้าง และจะมีการสำรวจผลกระทบเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าวันนี้กลไกของรัฐเข้มแข็งพอที่จะทำให้ประชาชนอุ่นใจได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยืนยันว่าจะต้องทำให้สำเร็จ และคิดว่าหลายส่วนก็แสดงถึงความเข้มแข็งมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทันวันเปิดเทอมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบ ซึ่งกำลังทำในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เห็นว่า ยังเห็นได้ชัดว่ายังมีการเคลื่อนไหวซึ่งจะเป็นอุปสรรคได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ครับ นายชินวรณ์ บุณยะเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้ถ่ายทอดในเรื่องของปัญหาที่จะต้องแก้ไข ซึ่งทาง ศอฉ.ก็รับทราบ และได้ดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจะไปฟ้องร้องต่อศาลแพ่งเพื่อมีคำสั่งโดยตรงให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงจะดูว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะฟ้องร้องหรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่า ในพื้นที่จริง ๆ คือ โรงเรียนที่ถือได้ว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการได้มีกี่แห่งอย่างไร แต่ที่ผ่านมา การใช้สิทธิ์ของเอกชนก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในส่วนนั้น เป็นส่วนราชการ และมีผลกระทบก็สามารถที่จะใช้อำนาจของศาลได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวานนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสเกี่ยวกับเรื่องของการทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดตอนนี้มีกลไกรัฐส่วนไหนลืมทำหน้าที่ของตัวเองอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลก็ได้เน้นย้ำในเรื่องของการทำหน้าที่เพื่อรักษาระบบ รักษาบ้านเมืองไม่ใช่หน้าที่ในเรื่องของการจะมาต่อสู้ของพรรคการเมืองหรือทางการเมือง ทั้งนี้ การประชุมของผู้ว่าราชการจังหวัด ของปลัดกระทรวง และมีการประชุมของกำลังพล ทหาร ตำรวจ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาก็ได้มีการเน้นย้ำอย่างชัดเจน ซึ่งตนคิดว่ามีการตอบสนองในทางบวกมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทหารที่จะต้องมีการปลดประจำการจะเป็นอุปสรรค์ต่อการบริหารในสถานการณ์ขณะนี้หรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ศอฉ.ทราบล่วงหน้าและมีการบริหารจัดการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าจะมีการเชื่อมโยง และดึงเรื่องเกี่ยวกับการล้มสถาบันมาจัดการอย่างจริงจังหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องของปัญหาของการละเมิดสถาบันจะต้องดำเนินการ เพราะเมื่อมีชื่อมีเครือข่ายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก็จะดำเนินการไปตามนั้น



