
กทม.เดินหน้าพัฒนาโครงการระบบขนส่งมวลชน
กทม.เตรียมจ้างที่ปรึกษา เพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการระบบขนส่งมวลชน กทม. คาดแล้วเสร็จใน 6-12 เดือน พร้อมขอสภา กทม.เห็นชอบเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนระบบหลักและระบบรองในพื้นที่และนอกเขต กทม.
นายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ตามที่ กทม.มีแผนจะพัฒนาโครงการระบบขนส่งของ กทม.ทั้งหมด ได้แก่ บีทีเอส บีอาร์ที และโครงการขนส่งทางน้ำนั้น ในระยะสั้นจะดำเนินการโดยใช้งบประมาณของ กทม.หรือรัฐบาล หรือร่วมกันออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน และในระยะยาว มีแผนใช้การระดมทุนในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (Public Private Partnership)
ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่ประสงค์ให้เอกชนเข้าร่วมงานต้องเสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการโดยละเอียดต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และถ้ามีวงเงินหรือทรัพย์สินเกิน 5,000 ล้านบาท หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องว่าจ้างที่ปรึกษา และที่ปรึกษาต้องจัดทำรายงานตามรายละเอียดที่ สศช.กำหนด
ดังนั้น กทม.ต้องจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในโครงการดังกล่าว เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการให้เอกชนร่วมงาน ตามประกาศของ สศช. ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ รวมทั้งการจัดทำเอกสารเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมงาน โดยการจ้างที่ปรึกษา จะแบ่งเป็นระยะที่ 1 จำนวน 48 ล้านบาท ระยะที่ 2 จำนวน 19 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 67 ล้านบาท และ กทม.จะเร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 6-12 เดือน
ความคืบหน้าการดำเนินการระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบหลักและรองในพื้นที่และนอกพื้นที่ กทม. 3 เส้นทาง ประกอบด้วย สายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต-ลำลูกกา ระยะทาง 24.9 กม. นอกพื้นที่ 8 กิโลเมตร สายแบริ่ง-สมุทรปราการ-บางปู ระยะทาง 19.6 กม. กทม.จะขอรับทรัพย์สินและหนี้สินที่ รฟม.ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเงินลงทุนคืนรัฐบาลจากสัญญาสัมปทานปีที่ 11-13 โดยมีระยะเวลาปลอดการชำระหนี้ช่วง 10 ปีแรกของสัมปทาน ส่วนระบบไรท์เรล สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.3 กม. นอกเขต 13.3 กม.
เพื่อให้การดำเนินการระบบขนส่งมวลชนระบบหลักมีการเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ อำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน กทม.จะดำเนินการระบบขนส่งมวลชนหลักส่วนต่อขยายสายสีเขียวตามแผนแม่บทฯ เพิ่มเติมจากมติ ครม.ปี 2547 รวมถึงระบบขนส่งมวลชนระบบรองที่อยู่นอกพื้นที่ กทม.ด้วย โดยจะนำเสนอต่อสภา กทม.ในวันที่ 28 เมษายนนี้



