
กมธ.เข็นกฎเหล็กคุมส.ส.หัวงูจ้องงาบขรก.สาว
กมธ.ออกกฎเหล็กคุมเข้มส.ส.หัวงูจ้องงาบขรก. ชี้โทษหนักอาจถึงขั้นถอนถอน ขณะที่การกดบัตรลงคะแนนแทนเที่ยวนี้โทษหนักแน่
(17มี.ค.) เวลา 13.00 น. นางผุสดี ตามไท เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณายกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการพ.ศ. แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมที่มีจำนวน 32 ข้อว่า ขณะนี้ได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว 29 ข้อ โดยเนื้อหาหลักที่น่าสนใจคือเรื่องจริยธรรมการดำรงตนในครอบครัวและผู้อื่น ที่ได้มีการเพิ่มข้อบังคับว่า ส.ส.และกรรมาธิการต้องไม่แสดงพฤติกรรมคุกคามหรือระรานทางเพศต่อผู้ใด และจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดียืนหยัดกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปราศจากการถูกครอบงำและไม่วางตนอยู่ภายใต้การเงิน กฎเกณฑ์ หรือใต้อิทธิพลใดๆ ในการปฏิบัติหน้าที่
ส่วนความผิดแม้ว่าขณะนี้ยังพิจารณาไม่ถึงแต่ก็น่าจะมีบทลงโทษสูงสุดคือการถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ยอมรับเรื่องอย่างนี้ปฏิบัติยากเพราะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องชู้สาวที่มีผลต่อการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ต่อไปหากมีผู้ที่ทราบเรื่องก็สามารถนำมาร้องเรียนต่อสภาฯได้ ทั้งนี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะกรณีการละเมิดทางเพศต่อฝ่ายหญิงอย่างเดียวแต่หมายถึงทุกเพศด้วย
นางผุสดี กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ส.ส.มักจะแสดงท่าทีหยอกล้อข้าราชการใต้บังคับบัญชาถือเป็นการแสดงทีเล่นทีจริง อาจต้องแต่งตั้งตำรวจนอกเครื่องแบบคอยดูพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อให้สภาฯปลอดจากการถูกคุกคามทางเพศ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเหตุที่การร้องเรียนเรื่องการกระทำผิดจริยธรรมมักประสบความล้มเหลว เนื่องจากมีการใช้เสียงข้างมากที่เป็นกรรมการจริยธรรมลากกันไป เพราะมักจะช่วยพวกเดียวกันเสมอ แต่ต่อไปจะพิจารณาโดยไม่คำนึงถึงสัดส่วนของพรรคการเมือง แต่จะให้ทุกพรรคเป็นกรรมการจริยธรรมในสัดส่วนที่เท่ากัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเสียงข้างมากลากไป
ด้านน.ส.รังสิมา รอดรัศมี โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเสริมว่า ต้องยอมรับว่าตลอด 10ปีที่มีประมวลจริยธรรมส.ส.ตั้งแต่ปี2542 ไม่สามารถจะเอาผิดสมาชิกได้เลย โดยเฉพาะเรื่องการกดบัตรแทนกัน ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนก็ยังไม่สามารถลงโทษได้ แต่หากประมวลจริยธรรมฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เชื่อว่าส.ส.จะต้องถูกลงโทษได้แน่นอน



