ข่าว

ตำรวจไทยกับการจัดการภัยบนท้องถนน

ตำรวจไทยกับการจัดการภัยบนท้องถนน

28 เม.ย. 2553

"ไม่เข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย" เหตุผลที่มักถูกนำมากล่าวอ้างบ่อยครั้ง ทำให้ดิฉันเกิดความคิดโต้แย้งและตั้งคำถามว่า หากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งจริงจังจะทำให้อุบัติเหตุ การเสียชีวิตและการบาดเจ็บลดลงจริงหรือ? ตำรวจไทยควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไรในเชิง

 “จับกุมและปรับเพิ่มขึ้นสองพันกว่าเปอร์เซ็นต์” นายตำรวจใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงแสดงความภาคภูมิใจในผลงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ดิฉันตั้งคำถามย้อนกลับชวนคิดว่า “สถิติการเกิดอุบัติเหตุการเสียชีวิตและการบาดเจ็บที่เพิ่มสูงขึ้นจะอธิบายผลกระทบหรือความสัมพันธ์กับยอดการจับกุมเปรียบเทียบปรับที่สูงขึ้นด้วยได้อย่างไร?” เพราะเหตุใดตำรวจส่วนหนึ่งเลือกที่จะไม่ทำการจับปรับทั้งๆ ที่การเขียนใบสั่งแต่ละครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติได้รับเงินส่วนแบ่งจากค่าปรับด้วย

 การชื่นชมยกย่องสนับสนุนผู้มุ่งเน้นที่จะทำงานเฉพาะการจับปรับนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องควรกระทำหรือเป็นสิ่งที่จะต้องทบทวนไตร่ตรองและคิดให้รอบด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลยุทธ์การสร้างแรงจูงใจจากส่วนแบ่งค่าปรับนั้นเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่ทำให้บรรลุประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ภาพลักษณ์เชิงลบที่ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าตำรวจต้องการส่วนแบ่งจากค่าปรับมากกว่าความห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของชาวบ้านจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร? ...วันหนึ่งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ดื่มสุราและไม่สวมหมวกกันน็อกขับขี่รถมาด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนทางตรงผ่านมาระยะหนึ่ง มีหลุมขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้า เขาใช้ประสบการณ์เบี่ยงรถหลบหลุมขนาดใหญ่นั้นมายังเลนติดกัน ในขณะเดียวกันรถยนต์ที่วิ่งมาในเลนดังกล่าวใช้ความเร็วสูงด้วยทำให้รถทั้งสองคันชนกันอย่างแรง คนขับรถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่... ปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นตำรวจควรจะต้องแก้ไขประเด็นใดเป็นสำคัญในลำดับแรก ...ตำรวจควรจะตั้งด่านสกัดคนที่ขับขี่รถที่ผิดกฎจราจรให้เข้มข้นทั่วถึงมากขึ้น หรือว่า ตำรวจจะประสานงานไปยังแขวงการทางเพื่อให้ปรับปรุงสภาพวิศวกรรมจราจรที่ไม่เอื้อต่อความปลอดภัย ถ้าตำรวจกระทำในประการที่สองตำรวจจะไม่ได้รับส่วนแบ่งรางวัลจากการกระทำ แต่ถ้าตำรวจกระทำในประการแรกจะได้รับเงินส่วนแบ่งค่าปรับด้วย?

 ตัวอย่างผลการจับกุมเด็กและเยาวชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยลีลาที่เสี่ยงและดัดแปลงตกแต่งเพิ่มความเร็วและความแรงให้สูงขึ้นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายดีจากพื้นที่ หรือแผนกิจกรรมที่ต้องการทำต่อจังหวัดๆโดย สภ.ต้องนำเสนอข้อมูลสถิตดนัด  หมู่บ้านจัดสรร  กระทำดังกนั้นเป็นไปโดยมุ่งเน้นตัวบุคคล มิได้รื้อรากถอนโคนไปยังระบบที่เอื้อต่อความไม่ปลอดภัยเช่น ร้านตกแต่งดัดแปลงรถจักรยานยนต์ที่กระจายอยู่ทั่วไปในชุมชน  ระบบการโฆษณาในรูปแบบต่างๆ ที่เน้นความเร็ว ความแรง ร้านค้าที่ขายของชำในชุมชนที่นิยมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมเพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนเกิดความใกล้ชิดผูกพันสมัครใจเป็นลูกค้าขาประจำที่สามารถซื้อเหล้าได้ด้วยความคุ้นเคยกัน การพยายามวิ่งไล่จับตัวบุคคลผู้กระทำผิดที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น เป็นวิธีการพื้นฐานที่นับวันจะไม่มีประสิทธิภาพเนื่องด้วยจำนวนบุคลากรตำรวจที่มีจำกัด ภาระงานและปัญหาอาชญากรรมที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น

 ดังนั้น ทิศทางการทำงานของตำรวจไทยจึงควรให้ความสำคัญต่อการแก้ไขวามปลอดภัยเด็นใดเป็นประระบบที่เอื้อต่อการกระทำผิดโดยแสวงหาร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการมากกว่าที่จะทำตัวเป็นเพียงแมวที่วิ่งไล่จับหนูที่จับเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดถ้าไม่ได้ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์หนู ำรวจจะจับจะยังมีอีกมากำ แต่ถ้าตำรวจกระทำในประการแรกจะได

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข