ข่าว

อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นมุ่งมั่นแก้ปัญหาม็อบ

อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นมุ่งมั่นแก้ปัญหาม็อบ

27 เม.ย. 2553

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น "ปณิธาน"เผยนายกฯเตรียมออกซีเอ็นเอ็น-บีบีซีชี้แจงวิกฤติการเมืองคืนนี้

สาระสำคัญในการให้สัมภาษณ์กับคริสเตียน อามานพัวร์ พิธีกรคนดังของซีเอ็นเอ็น  นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะหาข้อยุติสำหรับวิกฤติการณ์ที่กำลังเกาะกุมประเทศในปัจจุบัน แต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ความอดทน และความร่วมมือ เขาบอกว่า และบทสรุปทางการเมืองจะต้องมาอย่างถูกเวลา และต้องรับใช้ผลประโยชน์ของทุกคน

นายกรัฐมนตรีบอกว่า รัฐบาลตระหนักดีว่า ในทุกวันที่ผ่านไป คนไทยต่างก็เดือดร้อน ประเทศก็เดือดร้อน แต่รัฐบาลก็ต้องการทำให้มั่นใจว่าจะมีการปกครองด้วยกฏหมายรัฐบาลจะพยายามบังคับใช้กฏหมายโดยให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด รัฐบาลจะทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ พยายามผลักดันประเทศให้เดินหน้าต่อไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ต่อข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลของเขา เป็นรัฐบาลที่ไม่ถูกกฏหมาย นายกรัฐมนตรีบอกว่า รัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาทำหน้าที่ด้วยวิธีการเดียวกัน ด้วยกฏระเบียบอันเดียวกัน ด้วยเสียงโหวตจากรัฐสภาเดียวกันกับรัฐบาล 2 ชุดก่อน ที่มาจากการเลือกตั้งหลังการก่อรัฐประหาร

เขาบอกว่า รัฐบาลตระหนักถึงความคิดเห็นที่แตกต่าง และคิดว่าควรแก้ไขปัญหา แต่มันก็ควรเป็นไปภายใต้เงื่อนไขของสันติ ที่ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้  ไม่ใช่ภายใต้การใช้กำลังหรือการข่มขู่โดยคนกลุ่มเล็กๆ

ต่อกรณีที่มีการเรียกร้องให้ยุบสภาภายใน 30 วันนั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และว่าความคิดเห็นของกลุ่มการเมืองอื่นๆ ก็สมควรต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ

นายรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องความเป็นไปได้ของสงครามกลางเมืองว่า รัฐบาลได้ขอให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ประท้วงว่าควรอดกลั้น  และรัฐบาลจะทำทุกอย่างที่ทำได้ ในการรับประกันว่าจะไม่มีการปะทะกันระหว่างคนสองกลุ่ม

"ปณิธาน"เผยนายกฯเตรียมออกซีเอ็นเอ็น-บีบีซีชี้แจงวิกฤติการเมืองคืนนี้

ที่กรมทหารราบที่ 11 รอ. เมื่อเวลา 14.00 น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม. ในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และผอ.ศอฉ. เกี่ยวกับกับการชุมนุม นปช. โดยให้ความมั่นใจกับ ครม. ว่า จนท.วันนี้มีกำลังอยู่เกือบประมาณ 300 กองร้อย ที่ดูแลเกี่ยวกับการตั้งด่าน รวมถึงการควบคุมดูแลการปิดถนนของกลุ่มผู้ชุมนุมนปช. มีแนวทางชัดเจนให้สลายการปิดถนน ตลอดจนการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่มากีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ได้มีคำสั่งออกไปชัดเจน โดยเฉพาะด่านถาวรต่างๆ จะเร่งดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ สำหรับการดำเนินคดีทำอย่างต่อเนื่อง และจะทำเพิ่มมากขึ้นในหลายกรณี ในเรื่องการออกหมายเรียก หากออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วไม่มารายงานตัว ก็จะดำเนินคดีออกหมายจับต่อไป

 นายปณิธาน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องข่าวลือ กรณีดังกล่าวเห็นได้ชัดเจน แม้แต่ผู้ชุมนุมเองก็สับสน กรณีมีข่าวลือว่ามีทหารจะเข้าไปบริเวณพื้นที่ชุมนุมโดยใช้รถไฟฟ้ามวลชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง และเราพยายามทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมแต่แรก จนนำไปสู่การปิดเดินรถของบริษัท รถไฟฟ้าบีทีเอส โดยเหตุการณ์เมื่อเช้า ศอฉ. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปคลี่คลายสถานการณ์จนคลี่คลายตามลำดับ จึงเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากระแสข่าวลือมีอยู่ ทั้งนี้นายสุเทพ จึงได้ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงในที่ประชุมปลัดกระทรวงเมื่อวานนี้(26เม.ย.) โดยมีแนวทางที่ชัดเจนว่าให้ทุกกระทรวงร่วมมือกันในการสอดส่องให้ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงทำงานร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในกระทรวง

และในวันนี้รองนายกฯ จึงได้ขอความร่วมมือกับรัฐมนตรีทุกกระทรวงให้ชี้แจงทำความเข้าใจไม่ให้เกิดข่าวลือ จะมีการติดตามการทำงานของทุกกระทรวง ส่วนเรื่องที่ประชาชนมาชุมนุมกัน เพราะมีความไม่สบายใจมีความเดือดร้อนก็ให้เร่งรัดทุกกระทรวงเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะที่เรื่องของความมั่นคงเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ดูแล โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ได้ชี้แจงเมื่อวานนี้(26เม.ย.) ให้กับปลัดกระทรวงต่างๆ เข้าใจว่าปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นสะสมมานาน มีการหยั่งรากลึก การละเมิดกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งเรื่องการแก้ปัญหาอาจต้องใช้เวลา แต่ขณะเดียวกันก็สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปได้พร้อมๆ กันและต้องเร่งให้มากขึ้น

 โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีมวลชนหลายจังหวัดออกมาชุมนุมต่อต้านกลุ่มนปช. จะต้องมีการเข้มงวดกวดขันให้การชุมนุมเหล่านั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและตามกฎหมาย ไม่ให้มีการเผชิญหน้ากัน ทั้งนี้จะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ไม่ได้เลือกสีใด โดยรองนายกฯ ได้ให้แนวทางว่าทุกกระทรวงต้องคิดว่าวิกฤตนี้เป็นวิกฤตของชาติทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงทุกกระทรวงจะต้องระดมกันแก้ไขปัญหา ส่วนศอฉ.จะต้องเดินหน้า ดูแลคลี่คลายปัญหาการสกัดกั้นการตั้งด่านของนปช. รวมถึงการข่มขู่คุกคามประชาชนตามด่านต่างๆ ซึ่งมีการร้องเรียนเข้ามามาก ศอฉ.จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปคลี่คลาย และขอให้ประชาชนแจ้งเข้ามา หากเห็นมีการตั้งด่านที่ใดเจ้าหน้าที่พร้อมจะทำหน้าที่ ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้พบว่ามีการตั้งด่านเกือบ 200 จุดในกทม. จะได้มีการปรับมาตรการให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการข่มขู่ คุกคาม หรือตั้งด่านที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางได้

 นอกจากนี้ นายกฯ ได้ให้แนวทางในที่ประชุมว่าจำเป็นจะต้องแยกระหว่างผู้มาชุมนุมที่ได้รับความเดือดร้อนจริง กับผู้ที่มาก่อกวน ทำความวุ่นวาย และมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายก่อการร้ายให้ชัดเจน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้นายกฯ เห็นว่าในต่างประเทศยังมีความเข้าใจไม่มากนัก โดยในช่วงเช้า 06.00 น. วันนี้ นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ซึ่งจะออกอากาศในช่วง 02.00 น. คืนนี้ และคืนนี้จะบันทึกรายการสถานีบีบีซีอีกครั้ง เพื่อชี้แจงให้นานาชาติเข้าใจว่าจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาใน 2 แนวทาง คือการรักษากฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดก่อการร้าย จะดำเนินการให้เข้มข้นขี้น และระดมเจ้าหน้าที่ ปลัดกระทรวงแก้ปัญหาให้กับประชาชน หากเจ้าหน้าที่คนใดไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นจะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นด้วย