ข่าว

ทนายร้อยล้าน !!

ทนายร้อยล้าน !!

27 เม.ย. 2553

การเลือกตั้งนายกและคณะกรรมการสภาทนายความชุดใหม่ ซึ่งผลการเลือกตั้ง ทีมนายสัก กอแสงเรือง ชนะขาด นายเสรี สุวรรณภานนท์ ปีนี้ นับว่าคึกคักยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อ 3 ปีก่อน จำนวนทนายความที่ไปใช้สิทธิ 1.2 หมื่นคนโดยประมาณ

มากกว่าครึ่งหนึ่งของการเลือกตั้งครั้งก่อน แสดงถึงความตื่นตัวของแวดวงผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่กรรมการสภาทนายความชุดใหม่ จะได้ทบทวนสถานภาพของทนายความ ทั้งในแง่ของการยอมรับของสังคม และค่าวิชาชีพในการทำงานช่วยเหลือประชาชน

 ไม่เพียงไพร่ และอำมาตย์ ในสงครามคนเสื้อแดงเท่านั้น ในวงการทนายก็มีทั้งไพร่และอำมาตย์ปะปนอยู่ด้วย ไพร่ก็ทำงานเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน เป็นทนายขอแรง เป็นทนายค่าแรงถูกไปตามเรื่องตามราว ในขณะที่ทนายอำมาตย์ที่ล้วนมีสายสัมพันธ์กับผู้ที่มีอำนาจ ก็เก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นเท่าทวีคูณของทนายที่ทำงานตามวิชาชีพอย่างตรงไปตรงมา

 ทักษิณ ชินวัตร มีส่วนสำคัญในการสร้างทนายอำมาตย์ขึ้นในประเทศนี้ แต่ทนายอำมาตย์ของเขาก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ชั้นนายนพดล ปัทมะ เป็นต้นมา

 นพดล ปัทมะ นักเรียนทุนมหิดล ไม่ยอมเปิดปากถึงราคาค่าตัวของเขา ที่ทำงานปกป้องนายสุดชีวิต นอกจากเสียงหัวเราะหึๆ ปนกับถ้อยคำเชิงสัพยอกนักข่าวเจ้าของคำถาม

 "ร้อยล้านกีบมั่ง"

 แต่ครั้งเมื่อ คตส.มีคำสั่งให้อายัดเงินของบริษัท สมพร แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด จำนวน 100 ล้านบาท ที่โอนไปจากบัญชีของนายพานทองแท้ ชินวัตร ประกอบกับที่นายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความเจ้าของสำนักงาน ยอมรับว่า ได้รับเงินโอนจำนวน 100 ล้านบาทเป็นค่าวิชาชีพทนายความจากการทำหน้าที่ต่อสู้คดีให้คนในตระกูลชินวัตร แม้จะต่างกรรม ต่างวาระ ต่างบุคคล แต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่า นพดล ปัทมะ ได้รับค่าจ้างสมน้ำสมเนื้อกับทนายสมพรอย่างแน่นอน

 หากพิจารณาเนื้องานของทีมทนายไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทยไล่เรียงมาถึงทีมกฎหมายของตระกูลชินวัตร ย่อมชื่นชมความล้มเหลวได้

 เพราะนับจากการต่อสู้ข้อกฎหมายในศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้มองเห็นชั้นเชิงทนายที่ห่างชั้นประชาธิปัตย์ อันนำทีมโดยชวน หลีกภัย ทนายรุ่นใหญ่แล้ว ความพยายามที่จะยื่นคำร้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของ คตส.การขู่จะฟ้องคดีแพ่ง กรรมการ คตส.ทั้ง 11 คน เรียกค่าเสียหายนับหลายหมื่นล้าน การแพ้คดียึดทรัพย์ ก็เสมอเพียงวิธีการต่อสู้คดีชนิดจนตรอก

 ทนายกลุ่มหนึ่งมักสำคัญผิดว่า เมื่อเสนอตัวเลขเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนนับพัน นับหมื่นล้านแล้ว จะขู่ให้จำเลยตระหนกตกใจ เช่นกรณีของกลุ่มชิน ที่ฟ้องสุภิญญา กลางณรงค์

 ทนายอีกกลุ่มหนึ่ง อาจพยายามแสดงราคาความเหนือชั้น ทั้งในเรื่องให้สินบนเจ้าหน้าที่ศาล ทั้งอวดอ้างความเก่งกาจ แม้กระทั่งยื่นอุทธรณ์ไปโดยที่รู้อยู่เต็มหัวใจว่า ไม่เข้าองค์ประกอบกฎหมาย เช่นคดียึดทรัพย์

 ตราบเท่าที่ทักษิณยังมีเงินจ้างคนมานอนกลางถนน ทักษิณ ยังมีเงินจ่ายทนายอีกหลายร้อยล้าน คนไทยก็จะยังมีโอกาสเห็นความเลวร้ายของทนายอำมาตย์อีกต่อไป

จักร์กฤษ เพิ่มพูล 
http://www.oknation.net/blog/chakkrish
แทนสุทธิชัย หยุ่น