
ชวนไม่ขอวิจารณ์ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก
ชวนขอบายงดวิจารณ์ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ชี้เป็นหน้าที่ต้องทำ มั่นใจรัฐบาลผ่าน ได้แน่ แต่ผลจะออกอย่างไรบอกไม่ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรบ.เอง พร้อมยันไม่ห่วง นายก - รมต. ปธ.วิปรบ.เผยเตรียมถกตั้งกก.ปสง.ข้อมูลให้5รมต.
(17มี.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวอย่างหนักของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาโจมตีทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะทำให้รัฐบาลทำงานลำบากหรือไม่ ว่า ที่ผ่านมาทั้งสองคนได้ชี้แจงไปแล้ว และเป็นเรื่องธรรมดาเวลาเป็นรัฐบาลก็ต้องมีอุปสรรคบ้าง แต่คนที่ทำงานมาอย่างนายกฯก็เข้าใจและมีอะไรที่อธิบายได้ ก็อธิบายไม่ต้องไปกังวลเป็นทุกข์อะไร เพราะต้องรู้เป้าหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องช่วยหาเสียง ฉะนั้นขอให้รัฐบาลใช้โอกาสอธิบายและชี้แจง เวลามีประเด็นอะไรออกมา อย่าไปกังวลอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวหนักในช่วงนี้ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้มอง และจริงๆ แล้วไม่มีโอกาสได้ฟังการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด และไม่ได้ติดตามข่าวเรื่องนี้มาก แต่ได้มาอ่านข่าวภายหลัง อย่างไรก็ตามตนสนใจเรื่องดังกล่าวนี้แต่ไม่มีเวลา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้แนะนำอะไรนายกฯหรือไม่ ทั้งเรื่องการถูกอภิปรายฯ และกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ นายชวน กล่าวว่า ไม่มีอะไร เพราะตนเป็นที่ปรึกษาพรรค ไม่ได้เป็นที่ปรึกษารัฐบาล และโดยพื้นฐานของนายกฯ มีประสบการณ์เรื่องอย่างนี้มามากกว่าทุกคนอยู่แล้ว โดยส่วนตัวไม่ได้เป็นห่วงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายคนใดเป็นพิเศษ และคิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบที่รุนแรงที่สุด เพราะเป็นการขับไล่กัน แต่เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องไม่สุจริตระยะเวลาในการทำงานก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว ซึ่งโดยหลักแล้วถือเรื่องนี้มาตลอด เมื่อฝ่ายค้านทำหน้าที่ของเขาเราก็ต้องยอมรับบทบาทของเขา เพราะเป็นภารกิจที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบ ถ้าเขาอยู่เฉยๆ โดยไม่ตรวจสอบก็ไม่ได้ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีผลอะไรขึ้นมาก็จะเป็นผลให้กับฝ่ายค้านเอง
“ผมคิดว่าแต่ละฝ่ายไม่มีอะไรดีไปกว่าการเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อฝ่ายค้านเขาทำหน้าที่ของเขาเราก็ต้องให้ความเคารพบทบาทของเขา รัฐบาลก็มีหน้าที่ตอบก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความสับสน และรัฐบาลก็ทำงานไปด้วย และภาระกิจในสภาเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของเรา ถ้าเราตระหนักเรื่องเหล่านี้คนก็จะไม่กังวล เพราะถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ตัวเอง” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะผ่านพ้นการอภิปรายครั้งนี้ไปได้ด้วยดีหรือไม่ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เวลามันผ่านแน่ แต่ผลเป็นอย่างไรตนบอกไม่ได้ ต้องรอให้รัฐบาลตอบเอง เมื่อถามว่า หนักใจในข้อกล่าวหาต่างๆ หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า อย่าไปวิจารณ์เลย ตนถือว่าเป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ประธานสภาฯ ก็จะควบคุมกติกาและดูว่าประเด็นใดอภิปรายได้ หรืออภิปรายไม่ได้ ทั้งนี้ตนหวังว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะผ่านไปด้วยดี ฝ่ายรัฐบาลก็มีเวลาทำงาน ฝ่ายค้านก็ได้ทำงานของตัวเอง บ้านเมืองก็มีโอกาสแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปัจจุบันสามารถแก้ไขปัญหาได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพราะต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ด้านเศรษฐกิจหนักขึ้น ซึ่งต้องเอาใจช่วยรัฐบาลให้สามารถแก้ไขปัญหาไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศหรือไม่ เพราะนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี ประชาธิปัตย์ระบุว่า จะมีส.ส. ไม่โหวตให้ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ กล่าวว่า “ผมไม่เคยได้ยินส.ส.พูดเรื่องนี้” ส่วนความเป็นห่วงการเมืองนอกสภาหรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า อะไรที่เป็นสิทธิของประชาชนคนไทย ที่รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิเราก็ต้องยอมให้เขาทำได้ แต่อะไรที่ทำให้เป็นการละเมิดกฎหมาย หรือกติกาบ้านเมือง รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องดูแลอยู่แล้ว ใครผิดรัฐบาลก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย อย่าไปทำอะไรเกินขอบเขตที่กฎหมายให้ไว้ เพราะแต่ละฝ่ายต่างมีหน้าที่ ซึ่งสิทธิและหน้าที่ต้องควบคู่กันไป คือ มีสิทธิในการชุมนุม แต่ต้องหน้าที่คือต้องรักษาความถูกต้องด้วย ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนาที่จะมีการชุมนุมขับไล่อยู่ทุกวัน เพราะเป็นภาพที่ไม่ดีกับบ้านเมือง หลายจังหวัดเขาเสียโอกาสคนจะไปเที่ยวก็ลังเลใจ จะจัดกิจกรรมก็ไม่กล้าจัด ทำให้คนส่วนใหญ่ที่เขาไม่ได้รู้เห็นเรื่องเล่านี้เสียโอกาสไปด้วย
“หากเราสามารถทำให้กติกาบ้านเมืองไปได้ แม้เราไม่สามารถสั่งใครให้ปฏิบัติตามที่เรานึกได้ แต่ถ้าทุกฝ่ายเคารพกติกา การดำเนินกิจกรรมทั้งหลายก็จะเดินไปได้ ความสับสนมีบ้างก็ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหาย แต่หากออกนอกกฎหมายใช้พลังหรือกำลัง ใช้อาวุธ หรือทำในสิ่งที่เพียงเพื่อความสะใจ โดยไม่รู้ว่ากฎกติกาอนุญาตเพียงใดบ้านเมืองก็จะมีปัญหา แต่ถ้าอยู่ในกรอบบ้านเมืองก็จะไม่มีปัญหา” นายชวน กล่าว
“ปธ.วิปรบ.เผยเตรียมถกตั้งกก.ปสง.ข้อมูลให้5รมต.
ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า ตนได้ประสานไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถึงการร่นเวลาวันอภิปรายให้เร็วขึ้น ซึ่งทราบว่าได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายทั้ง 5 คนแล้ว ซึ่งทั้ง 5 คนก็มีความพร้อมที่จะชี้แจงตอบข้อซักถาม
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะได้นัดประชุมคณะกรรมการประสานงานข้อมูลในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อจัดทำฐานข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้รัฐมนตรีได้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ตอบชี้แจงไปในทิศทางเดียวกัน ในเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่รัฐสภา จากนั้นเวลา 14.00 น.ในวันเดียวกันจะมีการประชุมร่วมกับวิปฝ่ายค้านเพื่อจัดสรรเวลาและวางกรอบขอบเขตในการอภิปราย เพื่อที่การอภิปรายจะได้กระชับ ให้รัฐมนตรีได้มีโอกาสชี้แจงเท่าเทียมกัน เนื่องจากในการอภิปรายหากมีพาดพิงถึงบุคคลภายนอกและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง นอกจากรัฐมนตรีทั้ง 5 คนแล้ว เช่น เกี่ยวกับเรื่องเงินบริจาคพรรค 258 ล้านบาทในปี 2547 - 48 ซึ่งอาจพาดพิงถึงบุคคลอื่นเราก็จำเป็นที่จะต้องให้สิทธิ ผู้ถูกพาดพิงสามารถชี้แจงได้ ซึ่งถ้าหากมีการพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์โดยรวม ฝ่ายค้านก็ต้องยอมรับหากส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะใช้สิทธิพาดพิงทั้งพรรค ซึ่งจุดนี้ก็ต้องทำความเข้าใจร่วมกันให้ชัดเจนก่อน
ส่วนที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายนายกฯ ในวันแรกเพียงคนเดียวนั้น ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะนายกฯสามารถเชื่อมโยงในการตอบญัตติให้ประชาชนทราบได้ดีกว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ ด้วยซ้ำไป ดังนั้นในทางกลับกันยิ่งฝ่ายค้านอภิปรายนายกฯ มาก ก็ยิ่งกลายเป็นส่วนดี เพราะประเด็นที่เราเป็นห่วงกลายเป็นจุดแข็งของนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีทั้ง 5 คนเป็นห่วงใครมากที่สุด นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นห่วงใคร เพราะด้วยเหตุผล 1.รัฐบาลเพิ่งจะบริหารราชการแผ่นดินได้ 2 เดือนกว่า 2. เรื่องในอดีตที่เอามาพูดรัฐมนตรีแต่ละคนก็มีข้อมูลอยู่แล้ว และ 3. ความคาดหวังของประชาชนคิดว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นกระบวนการทางการเมือง ทั้ง 3 ข้อนี้ทำให้เราหมดกังวล
ผู้สื่อข่าวถามว่า การร่นเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เร็วขึ้น ถือเป็นการหนีม็อบเสื้อแดงหรือไม่ ซึ่งฝ่ายค้านเองระบุว่าเป็นการเล่นเกมของรัฐบาล ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นเรื่องของประธานสภาฯ ที่ต้องดำเนินไปตามข้อบังคับใหม่ ที่บัญญัติชัดเจนว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้ว ประธานต้องตรวจสอบความถูกต้อง และบรรจุเป็นวาระด่วนภายใน 7 วัน ต่างจากข้อบังคับเดิมที่ต้องแจ้งไปยังครม.ที่ถูกอภิปรายให้เตรียมตัวภายใน 15 วัน และเมื่อได้ประสานงานไปยังนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายแล้วก็มีความพร้อม ทางวิปรัฐบาลจึงไม่ขัดข้อง
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมวิปรัฐบาลก็เห็นว่า เราควรแยกประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจกับม็อบเสื้อแดงออกจากกันให้ชัดเจน เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่พรรคฝ่ายค้านได้นำการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมนอกสภา เพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มก็จะทำให้พรรคฝ่ายค้านเสียหาย เพราะพรรคฝ่ายค้านควรเป็นสถาบันทางการเมืองที่สร้างความหวังให้กับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามการชุมนุมโดยเปิดเผย ปราศจากอาวุธสามารถทำได้อยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะมีส.ส.พรรคร่วมรัฐาลบางคนจะไม่โหวตให้นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ จะมีการทำความเข้าใจกับส.ส.อย่างไร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้มีการหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 16 มี.ค. และมีความเห็นในทำนองเดียวกันว่ารัฐบาลบริหารราชการได้ 2 เดือน ยังไม่พบว่ารัฐมนตรีท่านใดบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนความคิดเห็นทางการเมืองของรัฐมนตรีแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ตนยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้
ส่วนกรณีที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐาลบางคนจะไม่โหวตให้นายกษิต นั้น นายชินวรณ์ กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ก็เป็นกรณีพิเศษ เป็นความเห็นส่วนตัว ส่วนจะมีส.ส.แหกมติพรรคหรือไม่นั้น นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่มีมติพรรค และมติของวิปในเรื่องของการลงมติอยู่แล้ว เพราะต้องให้อิสระส.ส.ในการลงมติตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ 50 ให้อิสระกับส.ส.ที่จะลงมติโดยไม่อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง
“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯจะไม่ใช้อำนาจรัฐกีดกันการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และที่สำคัญเพื่อนสมาชิกทุกคนมีเอกสิทธิที่จะลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้”นายชินวรณ์กล่าว
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยออกมาให้ข่าวทำนองว่า รัฐบาลมีการเตรียมตัวเลข 7 หลัก ในวันยกมือโหวต ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านพูดอย่างไม่มีตรรกะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ วันนี้อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าการทำงานของฝ่ายรัฐบาล เรามาร่วมรัฐบาลเพื่อให้บ้านเมืองหลุดพ้นวิกฤต ดังนั้นคงไม่มีใครไปดำเนินการที่จะทำให้การเมืองล้มเหลวไปกว่านี้ เราต้องยกฐานะทางการเมืองให้ประชาชนเห็นว่ารัฐสภาเป็นระบบทำงานได้ ซึ่งเราต้องให้เกียรติฝ่ายค้านในการทำหน้าที่อภิปราย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุใดที่จะไปต่อรองหรือใช้เลข 7 หลัก



