
สศก.ขอเพิ่มงบกองทุนเอฟทีเอ100ล้าน
สศก.โอดสำนักงานงบฯ เจียดเงินเข้ากองทุนเอฟทีเอแค่ 100 ล้าน ขณะที่เงินกองทุนสุทธิเหลือ 192 ล้านบาท ส่วนคำขอช่วยเหลือเข้ามาสูงถึง 800 ล้าน หวั่นกองทุนติดลบ เล็งของบเพิ่มอีก 100 ล้านช่วงแปรญัตติ
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "กองทุนเอฟทีเอ ความเข้าใจและความพร้อมของข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์" ว่าขณะนี้มีเกษตรกรและหน่วยงานรัฐขอใช้เงินจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ หรือกองทุนเอฟทีเอจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มียอดคำขอที่รออนุมัติคิดเป็นวงเงิน 800 ล้านบาท
ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลเปิดทางให้กองทุนดังกล่าวช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน หรืออาฟตา ประกอบกับ สศก. เองได้แนะนำให้เกษตรกรจัดทำโครงการเสนอขอกู้เงินจากกองทุนนี้ด้วย โดยกรมการข้าวขอกู้เงินมากที่สุดรวม 600 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สถานะของกองทุนในขณะนี้มีเงินเหลือสุทธิเพียง 192 ล้านบาท หากคณะกรรมการกองทุนเห็นชอบให้ปล่อยเงินกู้แก่กรมการข้าว จะส่งผลให้งบประมาณในกองทุนติดลบทันที ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้เสนอของบประมาณในปี 2554 เพิ่มอีก 500 ล้านบาท แต่จากการพิจารณาในเบื้องต้น สำนักงบประมาณจัดสรรให้เพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น
"แม้ขณะนี้จะยังไม่เห็นผลกระทบจากการเปิดอาฟตาที่ชัดเจน และในภาพรวมไทยส่งออกสินค้าเกษตรมากถึงปีละ 1 แสนล้านบาท เทียบกับการนำเข้า มีเพียงปีละ 4 หมื่นล้านบาท รัฐควรมีมาตรการเตรียมพร้อมรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเงินที่ได้รับการจัดสรรในปี 2554 จำนวน 100 ล้านบาทถือว่าน้อยมาก สศก.จึงอยู่ระหว่างการสรุปผลการดำเนินงานกองทุน เพื่อให้สำนักงบประมาณพิจารณาเพิ่มเติมในช่วงแปรญัตติอีก 100 ล้านบาท" นายอภิชาตกล่าว
นายอภิชาตคาดว่ารัฐบาลจะให้ความเห็นชอบในภาพรวมเนื่องจากเป็นแนวทางเดียวที่จะช่วยเหลือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปิดเสรีการค้าสินค้าเกษตรได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ คือต้องเป็นสินค้าที่ได้รับผลกระทบจริงๆ เมื่อได้รับเงินไปแล้ว ต้องใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างการผลิต เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้จริง



