ข่าว

การเมืองเรื่องผู้ก่อการร้ายในที่ชุมนุม

การเมืองเรื่องผู้ก่อการร้ายในที่ชุมนุม

27 เม.ย. 2553

การกล่าวหาว่ามีผู้ก่อการร้ายในหมู่ผู้ชุมนุมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากในการนิยามและเข้าใจจากฝ่ายรัฐ แต่เป็นเรื่องยากในการสื่อสารกับประชาชนที่อยู่ในที่ชุมนุมและที่เลือกข้างที่จะอยู่กับผู้ชุมนุม

 คงปฏิเสธได้ยากว่า การต่อต้านและปราบปรามการชุมนุมนั้นได้ยกระดับมาสู่การเผชิญหน้าและกล่าวหาโจมตีมากขึ้น เมื่อรัฐมีการสูญเสีย และการสูญเสียมีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงไปสู่ผู้นำกองกำลังที่เข้าไปปราบปราม แต่เราจะลืมไม่ได้ว่าในการปราบปรามนั้นฝ่ายผู้ชุมนุมก็เสียชีวิตเช่นกัน และเป็นการเสียชีวิตของคนมือเปล่า (แถมตอนนี้ยังมีผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง จากกรณีระเบิดที่สีลมเข้าไปอีก)

 คำว่าผู้ก่อการร้ายนั้นจะให้แปลว่า terrorist หรือ insurgent? คำสองคำนี้ไม่ใช่คำเดียวกันในภาษาอังกฤษ แต่ในเมืองไทยมักถูกทำให้กลายเป็นคำเดียวกัน

 เรื่องมันวุ่นวายเพราะคำว่า terrorist นั้นจะให้แปลก็คือผู้ก่อความหวาดกลัว คือต้องการใช้ความหวาดกลัวเพื่อบรรลุความต้องการบางอย่าง อาทิ การแบ่งแยกดินแดน

 แต่คำว่า insurgent นั้นจะเกี่ยวพันกับผู้ที่ลุกฮือขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐ เพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมในฐานะขบวนการ มีลักษณะที่กว้างขวาง

 ดังสมัยที่มีภัยคอมมิวนิสต์ นั้นเราใช้คำว่า communist insurgency คือภัยคุกคามจากขบวนการคอมมิวนิสต์ เราไม่ได้ใช้คำว่า communist terrorism แต่คำว่า terrorist  เราไปใช้กับบรรดาคนที่รัฐบาลเรียกว่า โจรใต้เสียมากกว่า (ไม่ได้แปลว่าผมเห็นด้วยกับคำเรียกนั้น)

 เรื่องนี้เรื่องใหญ่ตรงที่ว่า รัฐบาลดูจะมีความสับสน (ถ้าไม่เรียกว่าเข้าใจผิดพลาด) ว่าการชุมนุมนั้นเป็นเรื่องของผู้หลงผิดกับแกนนำ หรือพูดอีกอย่างว่า ตอนนี้มีองค์ประกอบการชุมนุมเสื้อแดงเป็นห้ากลุ่ม คือ ท่อน้ำเลี้ยงนอกประเทศ แกนนำ ผู้หลงผิด (คือคนเสื้อแดงทั่วไปที่เข้าร่วม) ผู้ก่อการร้าย (พวกเสื้อดำที่ยิงทหาร

 และจะกลายเป็นถูกกล่าวหาว่ายิงฝ่ายเสื้อแดงด้วยกันด้วย ทหารไม่ได้ยิงคนชุมนุม) และคนหลงผิดที่อยู่ทางบ้าน

 คนหลงผิดที่อยู่ทางบ้านนั้นรัฐบาลจัดการไปแล้วผ่านการปิดสื่อ คนที่หลงผิดที่อยู่ในการชุมนุมก็จัดการไม่ยาก ด้วยการตั้งด่านสกัด การแจกใบปลิว และการใช้สื่อข้างเดียวเพื่อไม่ให้พวกนี้เข้ามาชุมนุม และ  "เข้ามาต่อสู้เพื่อคนคนเดียว"

 ดังนั้นตัวการสำคัญจึงประกอบด้วยคนสามกลุ่มที่เข้ามาเชื่อมโยงกัน คือทักษิณ แกนนำ และพวกเสื้อดำ ซึ่งทั้งหมดนี้รู้เห็นเป็นใจกัน

 การวิเคราะห์อย่างนี้คงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร แต่ที่สำคัญก็คือ การวิเคราะห์เช่นนี้ตอบไม่ได้ว่าจะจัดการอย่างไรกับคนที่ยังชุมนุมอยู่ ซึ่งฝ่ายกองเชียร์ประเภทเดินหน้าและฆ่ามันก็คงจะไม่ต้องคิดมาก ด้วยอธิบายเหตุจำเป็นได้ง่ายมากว่า ถ้าขืนไม่ออกมาจากการชุมนุม คุณก็กลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปด้วย

 (ความจริงวิธีคิดแบบนี้ย่อมเป็นเรื่องที่คุ้นเคย เพราะทุกอย่างย่อมมีการสูญเสีย อาทิ ต้องรัฐประหารเพื่อจัดการคนเลวเป็นต้น)

 คำว่าการ/ผู้ก่อการร้ายนั้นเป็นคำที่ไม่ยากในการใช้อธิบายคนที่เป็นศัตรูและไม่ใช่พวกเรา ยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลสามารถออกกฎหมายได้โดยที่สามารถชี้ว่าใครผิด หรือถูกตามกฎหมายของตน

 แต่เอาเข้าจริงแล้วคำว่าผู้ก่อการร้ายมีความสลับซับซ้อนอยู่มาก ถ้าไม่ได้หมายถึง terrorist แต่หมายถึง insurgent เพราะถ้ามองว่าเป็น insurgent การแก้ปัญหาคือการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง และการยอมรับกติกาของประชาธิปไตย มากกว่าการใช้กำลังในการเข้าปราบปราม

 ลองดูผลงานของทหารและสังคมในสมัยที่ปราบปรามคอมมิวนิสต์สิครับ สุดท้ายก็คือการใช้การนิรโทษกรรมและการเลือกตั้งเข้าแก้ปัญหา ไม่ใช่การใช้กำลังปราบปราม