ข่าว

ศอฉ.ฮึ่มห้ามแดงปิดถนนอีกประกาศสลายทุกที่

ศอฉ.ฮึ่มห้ามแดงปิดถนนอีกประกาศสลายทุกที่

27 เม.ย. 2553

ศอฉ.ซัดเสื้อแดงโจมตี “จรุงจิตต์” หวังพาดพิงสถาบันเบื้องสูง อัดเสื้อแดงยกระดับชุมนุมก่อการร้ายเต็มรูปแบบ อัดสื่อแดงจาบจ้วงสถาบัน กระทบมั่นคง ฮึ่มห้ามแดงปิดกั้นถนนอีกประกาศสลายแดงทุกที่

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงถึงการปฏิบัติภารกิจของศอฉ.ว่า วันนี้มีการปฏิบัติภารกิจที่บริเวณพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สาเหตุเกิดจากผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบของการใช้สีเสื้อเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดในลักษะที่ขาดความรับผิดชอบโยนความผิดให้คนอื่น เป็นการทำเหมือนในหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้มีการปิดการจราจรที่ตลาดไท และมีความพยายามตรวจค้นรถโดยสารของประชาชนทั่วไป และรถส่วนบุคคล เพื่อสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนให้ประชาชน และพยายามควานหาเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร โดยอ้างว่า ป้องกันไม่ให้ตำรวจทหารมาปฏิบัติภารกิจในกรุงเทพฯ ทาง ศอฉ.จึงจัดกำลังจากตำรวจภูธรภาค 1 และ ภาค 7 กองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม. 1 ) เข้าไปสลายการชุมนุมในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดงได้วิ่งหนีเข้าไปในพื้นที่ตลาดไท เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารกำลังตามจับกุมตัวกันอยู่ คาดว่า น่าจะจับได้บางส่วน แต่จำนวนยังไม่ยืนยัน

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนรถแท็กซี่ และรถที่คนเสื้อแดงใช้ปิดการจราจรหลายคัน เจ้าหน้าที่จะยกรถมาเก็บไว้ในพื้นที่ที่ควบคุม ซึ่งต่อไปนี้จะไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปปิดกั้นสกัดสถานที่ต่างๆ อีก และจะสลายการชุมนุมทันทีไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหนก็ตาม ซึ่งวันนี้มีการปฏิบัติให้เห็นแล้ว ส่วนกำลังตำรวจตระเวนชายแดน จ.พิษณุโลกที่ถูกสกัดกั้นนั้น

 ขณะนี้ได้ผ่านด่านสกัดของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว มีการปะทะเล็กน้อย ซึ่งไม่ถือว่า ศอฉ.ทำงานช้าเกินไป เพราะมาช้ายังดีกว่าไม่มา สำหรับการดำเนินการในจังหวัดที่ไม่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เท่าที่มีการคุยกันไม่มีปัญหา เพราะการปฏิบัติในลักษณะบังคับข่มขืนเจ้าหน้าที่ให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ประสงค์จะทำ ซึงเขาจำเป็นต้องไปปฏิบัติภารกิจถือว่า มีความผิด ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 1 –ภาค 7 ได้มีการหารือผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการในพื้นที่ต่างจังหวัด เราเน้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักในการบังคับใช้กฎหมาย แต่หากมีความเชื่อมโยงในการปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯ กับคนเสื้อแดงสามารถปฏิบัติภารกิจได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราคำนึงความปลอดภัยประชาชนเป็นหลักแต่ขณะนี้เป็นลัทธิเอาอย่างที่แพร่ไปทุกที่ หากเราไม่เริ่มดำเนินการ และคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและความสูญเสียอย่างเดียว การบังคับใช้กฎหมายจะไม่เป็นผล วันนี้จึงทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วทั้งในส่วนตชด. อ.วังน้อย และสวนลุมพินีที่ตำรวจกำลังเข้าไปตรวจสอบว่า มีการซ่องสุมอาวุธหรือไม่ ส่วนที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำนั้น เท่าที่ทราบ หากใครที่เกี่ยวข้องจะมีหมายเรียก ถ้าไม่มาจะเปลี่ยนเป็นหมายจับ

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งปวงเป็นความพยายามสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเพื่อส่งผลกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงบอกว่า พยายามยกระดับการชุมนุม ซึ่งปกติผิดกฎหมาย ไปสู่การก่อการร้าย โดยมีการซ่องสุมอาวุธจำนวนมาก พยายามผูกโยงเรื่องราวต่างๆ โดยใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จมุ่งโจมตีสถาบันอันเป็นที่รักเคารพของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ผ่านทางกลุ่มบุคคลที่เป็นแกนนำหลัก และแกนนำรอง

 "รวมถึงบางคนที่มีคดีติดตัว และหลบหนีไป เช่น ดา ตอร์ปิโด สุชาติ นาคบางไทร จักรภพ  เพ็ญแข ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ซึ่งท่านทั้งหลายเป็นที่ทราบว่า มีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต เว็บไซต์นปช.ยูเอสเอ เรดเชิร์ทอินเตอร์เนชั่นแนลออกาไนส์เซชั่น สื่อสิงพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ ไทยเรดนิวส์ วอยซ์ออฟทักษิณ รวมถึงวิทยุชุมชนต่างๆ กลุ่มคนรักแท็กซี่ของนายชินวัฒน์ ผาบุญพาด เหล่านี้คือ สื่อสีแดงที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่หมิ่นเหม่และจาบจ้วงต่อสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทยตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนผู้ปฏิบัตินปช.แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งแกนนำนปช.ล้วนป็นบุคคลากรหลักของโรงเรียน มีความพยามสร้างวาทะกรรม มีชุดความคิดอำมาตย์ ไพร่ มีเนื้อหาในเชิงบิดเบือน ปลุกปั่น กระทบต่อความมั่นคงของรัฐตลอดเวลา" พ.อ.สรรเสริญ กล่าวและว่า

 ข้อมูลอันเป็นเท็จล่าสุด คือ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขาธิการในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งท่านถวายงานรับใช้ใกล้ชิด มีหน้าที่ที่นำพระมหาเมตตา พระมหากรุณาคุณมาสู่ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย การทำงานของ ศอฉ.ที่ผ่านมามีการประสานงานกันอย่างแน่นแฟ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องชี้นำจากกลุ่มบุคลใด การใส่ร้ายโจมตีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์นั้น ถือว่า เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่ไม่บังควร ซึ่งแกนนำพยายามหยิบหยกประเด็นนี้ขึ้นมาสร้างความสับสนให้สังคม บิดเบือน ข้อเท็จจริง มุ่งโจมตีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ หรือหลายคนอาจมีความคิดว่า มีวัตถุประสงค์อื่นใดที่สูงไปกว่านี้ ซึ่งสังคมต้องพิจารณากัน ซึ่งถือเป็นการยกระดับการชุมนุมเป็นการก่อการร้ายเต็มรูปแบบโดยโยงใยไปถึงบุคคลใกล้ชิดสถาบัน