
ศอฉ.ฮึ่มห้ามแดงปิดถนนอีกประกาศสลายทุกที่
ศอฉ.ซัดเสื้อแดงโจมตี จรุงจิตต์ หวังพาดพิงสถาบันเบื้องสูง อัดเสื้อแดงยกระดับชุมนุมก่อการร้ายเต็มรูปแบบ อัดสื่อแดงจาบจ้วงสถาบัน กระทบมั่นคง ฮึ่มห้ามแดงปิดกั้นถนนอีกประกาศสลายแดงทุกที่
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงถึงการปฏิบัติภารกิจของศอฉ.ว่า วันนี้มีการปฏิบัติภารกิจที่บริเวณพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สาเหตุเกิดจากผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบของการใช้สีเสื้อเพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดในลักษะที่ขาดความรับผิดชอบโยนความผิดให้คนอื่น เป็นการทำเหมือนในหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้มีการปิดการจราจรที่ตลาดไท และมีความพยายามตรวจค้นรถโดยสารของประชาชนทั่วไป และรถส่วนบุคคล เพื่อสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนให้ประชาชน และพยายามควานหาเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร โดยอ้างว่า ป้องกันไม่ให้ตำรวจทหารมาปฏิบัติภารกิจในกรุงเทพฯ ทาง ศอฉ.จึงจัดกำลังจากตำรวจภูธรภาค 1 และ ภาค 7 กองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม. 1 ) เข้าไปสลายการชุมนุมในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดงได้วิ่งหนีเข้าไปในพื้นที่ตลาดไท เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารกำลังตามจับกุมตัวกันอยู่ คาดว่า น่าจะจับได้บางส่วน แต่จำนวนยังไม่ยืนยัน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนรถแท็กซี่ และรถที่คนเสื้อแดงใช้ปิดการจราจรหลายคัน เจ้าหน้าที่จะยกรถมาเก็บไว้ในพื้นที่ที่ควบคุม ซึ่งต่อไปนี้จะไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปปิดกั้นสกัดสถานที่ต่างๆ อีก และจะสลายการชุมนุมทันทีไม่ว่าจะเป็นบริเวณไหนก็ตาม ซึ่งวันนี้มีการปฏิบัติให้เห็นแล้ว ส่วนกำลังตำรวจตระเวนชายแดน จ.พิษณุโลกที่ถูกสกัดกั้นนั้น
ขณะนี้ได้ผ่านด่านสกัดของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว มีการปะทะเล็กน้อย ซึ่งไม่ถือว่า ศอฉ.ทำงานช้าเกินไป เพราะมาช้ายังดีกว่าไม่มา สำหรับการดำเนินการในจังหวัดที่ไม่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เท่าที่มีการคุยกันไม่มีปัญหา เพราะการปฏิบัติในลักษณะบังคับข่มขืนเจ้าหน้าที่ให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ประสงค์จะทำ ซึงเขาจำเป็นต้องไปปฏิบัติภารกิจถือว่า มีความผิด ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 1 –ภาค 7 ได้มีการหารือผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการในพื้นที่ต่างจังหวัด เราเน้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักในการบังคับใช้กฎหมาย แต่หากมีความเชื่อมโยงในการปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯ กับคนเสื้อแดงสามารถปฏิบัติภารกิจได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาเราคำนึงความปลอดภัยประชาชนเป็นหลักแต่ขณะนี้เป็นลัทธิเอาอย่างที่แพร่ไปทุกที่ หากเราไม่เริ่มดำเนินการ และคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและความสูญเสียอย่างเดียว การบังคับใช้กฎหมายจะไม่เป็นผล วันนี้จึงทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วทั้งในส่วนตชด. อ.วังน้อย และสวนลุมพินีที่ตำรวจกำลังเข้าไปตรวจสอบว่า มีการซ่องสุมอาวุธหรือไม่ ส่วนที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำนั้น เท่าที่ทราบ หากใครที่เกี่ยวข้องจะมีหมายเรียก ถ้าไม่มาจะเปลี่ยนเป็นหมายจับ
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งปวงเป็นความพยายามสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเพื่อส่งผลกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงบอกว่า พยายามยกระดับการชุมนุม ซึ่งปกติผิดกฎหมาย ไปสู่การก่อการร้าย โดยมีการซ่องสุมอาวุธจำนวนมาก พยายามผูกโยงเรื่องราวต่างๆ โดยใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จมุ่งโจมตีสถาบันอันเป็นที่รักเคารพของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ผ่านทางกลุ่มบุคคลที่เป็นแกนนำหลัก และแกนนำรอง
"รวมถึงบางคนที่มีคดีติดตัว และหลบหนีไป เช่น ดา ตอร์ปิโด สุชาติ นาคบางไทร จักรภพ เพ็ญแข ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ซึ่งท่านทั้งหลายเป็นที่ทราบว่า มีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต เว็บไซต์นปช.ยูเอสเอ เรดเชิร์ทอินเตอร์เนชั่นแนลออกาไนส์เซชั่น สื่อสิงพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ ไทยเรดนิวส์ วอยซ์ออฟทักษิณ รวมถึงวิทยุชุมชนต่างๆ กลุ่มคนรักแท็กซี่ของนายชินวัฒน์ ผาบุญพาด เหล่านี้คือ สื่อสีแดงที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่หมิ่นเหม่และจาบจ้วงต่อสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทยตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนผู้ปฏิบัตินปช.แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งแกนนำนปช.ล้วนป็นบุคคลากรหลักของโรงเรียน มีความพยามสร้างวาทะกรรม มีชุดความคิดอำมาตย์ ไพร่ มีเนื้อหาในเชิงบิดเบือน ปลุกปั่น กระทบต่อความมั่นคงของรัฐตลอดเวลา" พ.อ.สรรเสริญ กล่าวและว่า
ข้อมูลอันเป็นเท็จล่าสุด คือ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขาธิการในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งท่านถวายงานรับใช้ใกล้ชิด มีหน้าที่ที่นำพระมหาเมตตา พระมหากรุณาคุณมาสู่ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย การทำงานของ ศอฉ.ที่ผ่านมามีการประสานงานกันอย่างแน่นแฟ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องชี้นำจากกลุ่มบุคลใด การใส่ร้ายโจมตีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์นั้น ถือว่า เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่ไม่บังควร ซึ่งแกนนำพยายามหยิบหยกประเด็นนี้ขึ้นมาสร้างความสับสนให้สังคม บิดเบือน ข้อเท็จจริง มุ่งโจมตีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ หรือหลายคนอาจมีความคิดว่า มีวัตถุประสงค์อื่นใดที่สูงไปกว่านี้ ซึ่งสังคมต้องพิจารณากัน ซึ่งถือเป็นการยกระดับการชุมนุมเป็นการก่อการร้ายเต็มรูปแบบโดยโยงใยไปถึงบุคคลใกล้ชิดสถาบัน



