
ชาวบ้านสลดใจหลังเห็นตร.แปดริ้วถูกเสื้อแดงรังแก
ชาวบ้านร้านตลาดขวัญผวา หลังเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงมีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่รัฐ ปิดประตูโรงพัก และกองบังคับการจังหวัดให้ให้ออกเดินทางเข้ากรุง ขณะสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มมีก่อหวอดก่อการร้าย ทั้งจุดไฟเผาหญ้ารมควันคนเมือง และโรยตะปูเรือใบบนถนนสายหลัก ขณะแนวร่วมยั
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 เม.ย.53 กลุ่ม นปช.จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งสวมเสื้อหลายสี ผูกเพียงสัญลักษณ์สีแดง จำนวนกว่า 80 คน ได้เข้ามาทำการปิดล้อมตั้งด่านสกัดเจ้าหน้าที่ ที่บริเวณประตูทางเข้า-ออก กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งกำลังมีตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน กองร้อยที่ 3 ได้เดินทางเข้ามารวมพล ยังจุดนัดหมาย บนห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ได้มีการเรียกระดมกำลังตำรวจชุดปราบจลาจล จำนวน 150 นาย ให้มาเตรียมความพร้อม เพื่อเดินทางเข้าไปในกรุงเทพฯ
จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว จึงไม่สามารถเดินทางออกไปได้ และได้ยอมถอนกำลัง สลายกองร้อย และส่งกลับไปยังต้นสังกัด ตามพื้นที่ สภ.ต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยที่มีรถของคนเสื้อแดงตามประกบรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับตามไปส่งจนถึงยังโรงพัก
ขณะเดียวกัน ในเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราตลอดทั้งวันนี้ ได้เริ่มมีขบวนการจุดไฟเผาหญ้าป่วนเมือง โดยมีการลอบวางเพลิงเผาหญ้า และจุดไฟให้ลุกไหม้พร้อมกันถึง 5 จุด คือ ที่บริเวณภายในซอยแคบๆ ริมถนนสายเทพคุณากร ใกล้กับวัดโสธรจำนวน 1 จุด ที่บริเวณทางแยกโรงเรียนเทศบาล 2 จำนวน 1 จุด ที่บริเวณด้านหลังปั้มแก๊ส ดร.คาร์ (ปั้มคาลเท็กซ์) ริมถนนสายฉะเชิงเทรา-บางปะกง 1 จุด ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านใกล้กับทางแยกตำบลวังตะเคียน 1 จุด และที่บริเวณริมถนนสายฉะเชิงเทรา-บางน้ำเปรี้ยว อีก 1 จุด จนทำให้ในพื้นที่ตัวเมืองฉะเชิงเทรา ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังมีละอองเถ้าถ่าน ปลิวลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเมือง
นอกจากนี้ ที่บริเวณหน้าศูนย์จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า (โชว์รูมรถยนต์ฮอนด้า ฉะเชิงเทรา) ริมถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ด้านฝั่งขาเข้า ได้มีผู้ไม่ประสงค์ดีโปรยตะปูเรือใบ ไว้ตามเส้นทางตลอดความยาวกว่า 300 เมตร จนทำให้มีรถยนต์ของผู้ที่สัญจรผ่านไปมาเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยชาวบ้าน และหน่วยกู้ภัยเข้าไปร่วมกันเก็บกวาดออกจากพื้นผิวถนน จนรถยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ ถัดจากนั้นอีกประมาณ 1 ชม. ได้มีผู้ไม่ประสงค์ดี โปรยตะปูเรือใบบนถนนสายเดียวกันอีก ทางด้านฝั่งขาออก ที่บริเวณด้านหน้าวัดทดราษฏร์เจริญมณีฤทธิ์
นอกจากนี้ที่บริเวณริมถนนเทพคุณากร ก่อนถึงวัดโสธรประมาณ 300 เมตร ยังมีป้ายผ้ายาง อิงค์เจ็ท ขนาดใหญ่ ขึ้นข้อความประณามความรุนแรง ถึง ผู้สั่งการณ์ และผู้ปฏิบัติการ ความรุนแรง เข่นฆ่าประชาชน ขึ้นไว้ แสดงความไม่พอใจและกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าใช้ความรุนแรงในการเข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ที่ผ่านมา ในการขอคืนพื้นที่
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่า อาจเป็นการถ่วงรั้ง หรือท้าทายอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยอาศัยสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเหลืออยู่ประจำในพื้นที่เพียงส่วนน้อย เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการระดมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ทั้ง กองร้อยที่ 1 และกองร้อยที่ 2 ให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้แล้ว (25 เม.ย.53) โดยมีกำหนด 15 วัน จึงทำให้มีกำลังไม่เพียงพอที่จะดูแลรักษาความสงบสุข ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้
โดยนางกนก (นามสมมุติ) แม่ค้าขายของด้านฝั่งตรงข้าม สภ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า รู้สึกสลดใจ ที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีอาวุธครบมือ ตกเป็นตัวประกันของกลุ่ม นปช. ทั้งที่มีกำลังมากกว่า กลุ่มของ นปช.ที่เดินทางมาตั้งด่านปิดล้อมประตูโรงพัก เพียงไม่เกิน 100 คนเท่านั้น ยังไม่สามารถที่จะจัดการอะไรได้ จึงรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยในทรัพย์สิน ของประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเอาตัวเองไม่รอด จากอิทธิพลของกลุ่มคนบางกลุ่มเลย นางกนก กล่าว



