
ไพฑูรย์เล็งชงครม.จ่ายคนละ3พันช่วยลูกจ้างพิษแดง
รมว.แรงงานออกมาตรการช่วยเหลือแรงงานรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากชุมนุมเสื้อแดง เสนอจ่ายคนละ 3 พันบาท ชงครม.พิจารณา
(26เม.ย.) นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมครม.เมื่อวานนี้(26 เม.ย.) กรณีการให้ความช่วยเหลือสถานประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลประทบจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ได้มีมติให้กระทรวงแรงงาน ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำรวจตัวเลขแรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด พร้อมทั้งหามาตรการความช่วยเหลือแรงงานที่เหมาะสม
สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือแรงงานที่เดือดร้อนนั้น นายไพฑูรย์ กล่าวว่า มีการเสนอเข้ามาหลายรูปแบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้มาตรการใดที่เหมาะสมที่สุด เช่น มีการเสนอให้จ่ายเงินแก่แรงงานที่ได้รับผลกระทบคนละ 3,000 บาท หรือบางข้อเสนอก็ให้จ่ายเฉพาะคนที่มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน และบางมาตรการก็เสนอให้จ่ายถึงคนละ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งทั้งหมดจะได้ข้อสรุปเสนอทันประชุมครม.สัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบการจ้างงานจากการชุมนุมทางการเมือง (ศชจ.) ล่าสุดมีแรงงานเข้ามาขอความช่วยเหลือเพียง 80 ราย และร้านค้าเพียง 33 แห่ง ซึ่งมองว่าเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะเขตปทุมวันที่มีแรงงานทั้งหมดกว่า 1.14 แสนคน จากสถานประกอบการ 7.3 พันแห่ง และเฉพาะแยกราชประสงค์แห่งเดียวมีแรงงานถึง 6.3 หมื่นคน สถานประกอบการ 3.3 พันแห่ง ซึ่งคาดว่าแรงงานรายย่อยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นคน และมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีพนังงานบางส่วนซึ่งยังไม่ได้ถูกเลิกจ้าง เพราะอาจถูกย้ายไปทำงานในสาขาอื่นๆ เช่น กลุ่มห้างสรรพสินค้า และโรงแรม ทำให้ไม่มียอดแจ้งเข้ามามากอย่างที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่นายจ้างบางส่วนใช้มาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สามารถจ่ายเงินเดือน 75% เพื่อรักษาสภาพการจ้างงานได้
นายไพฑูรย์ ได้สั่งการให้ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นหน่วยงานที่เก็บรวบรวมข้อมูลการจดทะเบียนของผู้ประกอบการและลูกจ้างทั้งหมด ประสานไปยังผู้ประกอบการรายใหญ่ เนื่องจากมีเครือข่ายแรงงานรายย่อยเหล่านี้ เพื่อติดตามแรงงานที่ได้รับผลกระทบให้ได้ตัวเลขที่แน่นอน เพราะที่ผ่านมาตัวเลขยังไม่นิ่ง
“กลุ่มแรงงานที่เราเป็นห่วงขณะนี้ จะเป็นพวกลูกจ้างร้านค้ารายย่อยที่ค้าขายในห้าง และพวกที่เปิดบูธขนาดเล็กรายย่อยต่างๆ ซึ่งต้องปิดกิจการไปแล้ว รวมทั้งลูกจ้างรายวันที่ขาดรายได้เนื่องจากถูกเลิกจ้าง จะต้องตามหาคนเหล่านี้ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นพวกที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง ” นายไพฑูรย์ กล่าว



