
ผวาตะกร้อเอเชียลเกมส์ ทองไม่ตามเป้า
กมล ตันกิมหงษ์ โค้ชตะกร้ออชก.ที่จีน ผวาเป้า 4 ทองที่ "บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมประกาศไว้อาจทำได้แค่ 3 ทองเท่านั้น เล็งประเภททีมเดี่ยวชายและหญิงอาจ "กินแห้ว" เมื่อคู่แข่งหลายชาติพัฒนามากขึ้น แถมยังเล่นแบบไร้ความกดดันไม่เหมือนไทยแชมป์เก่า
นายกมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนเซปักตะกร้อทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมได้เรียกตัวนักกีฬาทั้งหมด 22 คน มาทำการเก็บตัวฝึกซ้อมที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.องครักษ์) คลอง 16 จังหวัดนครนายก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ขณะนี้นักกีฬาทุกคนกำลังเร่งฟิตซ้อมในเรื่องพละกำลังและเทคนิคควบคู่กันไป ส่วนใหญ่ยังคงเป็นตัวเก่าจากซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว และบางตำแหน่งมีดาวรุ่งเข้ามาเสริม ซึ่งทุกคนจะต้องโชว์ศักยภาพความสามารถให้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชได้เห็น จากนั้นจะทำการเก็บข้อมูลแต่ละคนว่า ใครพัฒนามากน้อยแค่ไหน กระทั่งจนถึงช่วงโค้ชสุดท้ายจึงจะประกาศรายชื่อ 15 คนสุดท้ายไป "กวางโจวเกมส์" ได้ว่า มีใครบ้าง
อย่างไรก็ตามจากเป้าหมายและนโยบายที่ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเอาไว้ว่า เอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ทีมเซปักตะกร้อไทยจะต้องคว้ามาได้ทั้งหมด 4 เหรียญทอง คือ ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย และ ทีมเดี่ยวหญิง ส่วนตัวมองว่า ในประเภททีมเดี่ยวชายกับทีมเดี่ยวหญิงนั้นอาจ ล้มเหลวได้แค่เหรียญเงินก็เป็นได้ เพราะเวลานี้คู่แข่งอย่าง มาเลเซีย, จีน, เกาหลี, เวียดนาม และ พม่า พัฒนามากขึ้นจนน่ากลัว เห็นได้จากหลายแมทช์ที่ผ่านมาหลายชาติดังกล่าวส่งนักกีฬ่าฝีเท้าดีมาสู้กับทีมไทยได้อย่างสูสี ยิ่งไทยเราในฐานะแชมป์เก่าต้องอยู่ภายใต้ความกดดันต่างๆมากมาย เหมือนกับที่เราเคยพลาดท่าในอดีต ดังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ จึงอยากให้ผู้ใหญ่เผื่อใจไว้บ้างเพราะเกมกีฬามันมีแพ้ชนะ
เฮดโค้ชตะกร้อทีมชาติไทย ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ก่อนเดินทางไปแข่งขัน "กวางโจวเกมส์" สมาคมจะหาแมทช์เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมและร่วมแข่งขันในต่างประเทศ เพื่อต้องการพัฒนาขีดความสามารถโดยเฉพาะเด็กใหม่ๆให้มีประสบการณ์มากขึ้น เพราะตอนนี้นักกีฬาตัวเก่าที่มีอยู่หลายคนโรยราและเริ่มหมดสภาพแล้ว หากไม่สร้างตัวตายตัวแทนขึ้นมาเกรงว่า อนาคตเราจะเสียแชมป์ก็เป็นได้ ซึ่งสมาคมมีแนวทางที่จะให้นักกีฬาที่ปลดระวางแล้วมาอบรมและเรียนรู้การเป็นผู้ฝึกสอนต่อ เพื่อนำวิชาความรู้และประสบการณ์ของตัวเองถ่ายทอดให้กับเยาวชนรุ่นหลังต่อไป เช่นเดียวกับอดีตนักกีฬาทีมชาติหลายคนเวลานี้มาเป็นโค้ชตะกร้อตามสังกัดและหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น



