ข่าว

หญิงไทยยึดเก้าอี้ผู้บริหารมากที่ 3 ของโลก

หญิงไทยยึดเก้าอี้ผู้บริหารมากที่ 3 ของโลก

18 มี.ค. 2552

ความสามารถของผู้หญิงในปัจจุบันนี้ไม่น้อยหน้าผู้ชายแต่อย่างใด บางเรื่องบางราวดูจะล้ำหน้าและเดินแซงทิ้งผู้ชายไปหลายก้าวด้วยซ้ำ

  สิ่งหนึ่งที่เห็นกันอย่างชัดเจนในทั่วโลก คือ การที่ผู้หญิงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในองค์กรและหน่วยงานต่างๆ แม้กระทั่งประเทศไทย ล่าสุด ธอร์นตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เผยผลสำรวจจากทั่วโลกที่ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากเป็นอันดับ 3 ของโลก หรือ 33 เปอร์เซ็นต์ รองจากประเทศรัสเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งรั้งตำแหน่งแชมป์อันดับ 1 ด้วย 47 เปอร์เซ็นต์ และในทางกลับกันประเทศที่มีจำนวนผู้หญิงที่ได้รับตำแหน่งผู้บริหารน้อยที่สุดคือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีเพียง 7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานโลกที่ 24 เปอร์เซ็นต์

 ปิ่นประดับ โชติประสิทธิ์ กรรมการ บริษัท ธอร์นตัน ในประเทศไทย กล่าวว่า  ปัจจุบันวัฒนธรรมไทยค่อนข้างจะเปิดกว้างให้ผู้หญิงทำงานในตำแหน่งผู้นำ ดังจะเห็นได้จากผู้บริหารหญิงระดับอาวุโสในองค์กรในภาคธุรกิจต่างๆ อาทิ การค้าปลีก หน่วยงานรัฐบาล บริการทางการเงิน และไม่เว้นอุตสาหกรรมการผลิตด้วย

 "ผู้บริหารซึ่งเป็นผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะใส่ใจในรายละเอียด พร้อมกับแสดงความจริงจังและมีความมุ่งมั่นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ จึงส่งผลให้ผู้หญิงสามารถรับมือกับประเด็นหรือปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ ทั้งการเป็นผู้ฟังที่ดีประกอบกับความสามารถในการแก้ไขข้อพิพาทในรูปแบบที่สุภาพอ่อนโยน ยังช่วยให้ผู้หญิงทำงานเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนจากพนักงานหลากหลายกลุ่มในองค์กร" ปิ่นประดับ กล่าว

 ปัจจัยที่สนับสนุนให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้บริหารในระดับอาวุโส ซึ่งเป็นผู้หญิงนั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน ซึ่งปิ่นประดับแจงว่า ประการแรก คือ วัฒนธรรมไทย ซึ่งมีโครงสร้างครอบครัวขยายทั้งปู่ย่า ตายาย จึงช่วยดูแลบุตรหลานในเวลาที่แม่ออกไปทำงานนอกบ้านได้ ประการที่สอง หากเป็นครอบครัวเดี่ยวก็สามารถรับบริการจากภายนอก เช่น พี่เลี้ยงเด็ก เนิร์สเซอรี่ และสถานเลี้ยงดูเด็กอื่นๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงจนเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

 "นอกจากนี้ในเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นระบบอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือพีดีเอ ฯลฯ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการขับเคลื่อนให้ผู้หญิงที่มีภาระไม่สามารถเดินทางไปทำงานที่บริษัทได้ทุกวัน ก็ช่วยให้เธอเหล่านั้นทำงานในระดับสูงได้เป็นอย่างดีมีประสิทธิภาพ" ปิ่นประดับกล่าวเสริม

 อย่างไรก็ดี นักบริหารสาวยังได้กล่าวเพิ่มอีกว่า สำหรับในปีนี้จากผลการสำรวจพบว่า ประเทศที่ผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารเพิ่มจำนวนขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ตุรกี ซึ่งเพิ่มจาก 17 เปอร์เซ็นต์ในปี 2007 เป็น 29 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ โดยประเทศที่มีจำนวนลดลงมากที่สุดคือ บราซิล ซึ่งลดจาก 42 เปอร์เซ็นต์ในปี 2007 เหลือเพียง 29 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และทั้งนี้ยังมีอีก 34 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทเอกชนทั่วโลกไม่มีผู้หญิงทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับอาวุโสเลย

 "ทั้งนี้ รายงานผลสำรวจเป็นการสำรวจทัศนคติของผู้บริหารในบริษัทเอกชนทั่วโลกโดยวิธีการโทรศัพท์สอบถามและออนไลน์ โดยบริษัท เอ็กพีเรียน บิสซิเนส สตราเตจี้ส์ จำกัด (Experian Business Strategies Limited) ซึ่ง แกรนท์ ธอร์นตัน อินเตอร์เนชั่นแนล จะมอบเงิน 5 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่องค์กรยูนิเซฟ ต่อผลสำรวจหนึ่งฉบับที่มีผู้ร่วมให้ข้อมูล" ปิ่นประดับ กล่าวทิ้งท้าย