
DSIไม่กัน"เมธี"เป็นพยานเต็มที่ได้แค่ลดหย่อนโทษ
ดีเอสไอไม่กัน"เมธี"เป็นพยาน เต็มที่ได้แค่ลดหย่อนโทษจากการสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน เชื่อผู้ที่ถูกซัดทอดยังไม่หนีออกนอกประเทศ
(26เม.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะพนักงานสอบสวนจาก 12 หน่วยงานในคดีพิเศษการก่อการร้ายและเหตุระเบิดที่เกี่ยวเนื่อง ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งมอบสำนวนที่เกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ รวมทั้งเหตุปะทะวันที่ 10 เมษายน รวมทั้งหมด 73 สำนวนให้กับคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายแล้ว โดยมีการปรับเพิ่มชุดสอบสวนจากเดิม 7 ชุด เป็น 9 ชุด เพิ่มชุดสืบสวนยิงอาร์พีจีใส่คลังน้ำมัน ปตท.ที่ปทุมธานี และชุดสอบสวนเหตุระเบิดที่แยกศาลาแดง ถนนสีลม สำหรับการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าหลายส่วน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกส่วน รวมทั้งการตรวจสอบรายละเอียดในซิมการ์ดโทรศัพท์ของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด
นายธาริต ยืนยันว่า การสอบปากคำนายเมธี อมรวุฒิกุล หนึ่งในแนวร่วมคนเสื้อแดงที่ถูกจับกุมได้ มีการบันทึกคำให้การทั้งภาพและเสียง ซึ่งจากการสอบสวนด้วยตนเอง พร้อมกับอัยการคดีพิเศษ ได้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คำซัดทอดถึงผู้เกี่ยวข้องและชายชุดดำยังไม่สามารถนำไปขออนุมัติออกหมายจับได้ เพราะในทางคดียังต้องหาพยานหลักฐานพิสูจน์ในความผิดให้ชัดเจนก่อน จึงจะออกหมายจับได้
สำหรับนายเมธี ขณะนี้ยังอยู่ในความควบคุมของทหารตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงยังไม่มีทนายความ ทั้งนี้เมื่อควบคุมตัวครบ 7 วัน ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ ฝ่ายทหารจะนำตัวนายเมธีไปขออนุญาตควบคุมต่อได้อีก 30 วัน ในส่วนของดีเอสไอแม้จะยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดทางอาญาฐานก่อการร้ายกับนายเมธี แต่ก็ไม่สามารถกันตัวนายเมธีไว้เป็นพยานได้ เนื่องจากนายเมธีมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย สิ่งที่นายเมธีจะได้รับจากการให้การสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน คือ การลดหย่อนผ่อนโทษจากหนักให้เป็นเบา
ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลที่นายเมธีซัดทอดยังอยู่ในประเทศ หรือ หลบหนีไปแล้ว นายธาริต กล่าวว่า เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศครบทุกคน แต่สำหรับคนที่ยังไม่ถูกออกหมายจับ คงไม่สามารถห้ามการเดินทางออกนอกประเทศได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพแต่ละบุคคล



