
นปช.โคราชเล็งใช้แผนขอนแก่นสกัดทหาร-ตร.
นปช.โคราช เตรียมใช้ " ขอนแก่น โมเดล " หากพบขนกำลัง ตำรวจ ทหาร เข้า กทม. ส่วน จนท.รัฐ รู้ทัน เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง ด้าน ทหาร ทภ.2 ค่ายสุรนารี ได้รับคำสั่ง ให้พร้อมเสมอ ที่จะต้องมารายงานตัว ยกกำลังเข้า กทม. ส่วนเสื้อแดง ก็ใช้จรยุทธ กองทัพมด ไม่สวมเส อดี
วันที่ 26 เม.ย. 53 นายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำกลุ่มอีสาน ล้านนา ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงหลานย่าโม กล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลจากทหารแตงโม และตำรวจมะเขือเทศ ที่ระบุ มีคำสั่งให้ จนท.ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมฝูงชน เตรียมพร้อมในที่ตั้ง เพื่อที่จะเดินทางไป กทม. เป็นการปฏิบัติภารกิจสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างน่าเชื่อถือ หากเราทราบความเคลื่อนไหว มีการระดม กำลัง จนท.ทหาร และตำรวจ เข้า กทม. ก็จะมีมวลชนคนเสื้อแดง ปิดกั้น และขัดขวางการเดินทางทันที โดยจำลองรูปแบบมาจาก " ขอนแก่น โมเดล " เท่าที่ทราบ รัฐบาล ได้สั่งเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางที่จะมุ่งหน้าเข้า กทม. เดิม จะใช้ ถ.มิตรภาพ จึงมีการเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นแทน ทำให้ตลอดทั้งคืนที่พวกเราเตรียมพร้อม จึงไม่พบการขนกำลังเข้า กทม.เลย
แกนนำ กลุ่มอีสาน ล้านนา กล่าวว่า ในส่วนความเคลื่อนไหว ในเขตหัวเมืองใหญ่ จะมีการร่วมมือ ร่วมใจ ของภาคีเครือข่าย คนเสื้อแดง 23 องค์กร จัดกิจกรรมเวทีคู่ขนาน ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ( ย่าโม )เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา ทุกวัน นอกจากนี้จะใช้เป็นจุดรับบริจาค สิ่งของ และเงิน รวมทั้งเป็นสถานที่นัดหมาย นำมวลชนไปร่วมชุมนุมที่ กทม. หากรัฐบาล ใช้ความรุนแรงก็จะมีมวลชนรวมตัวปิดศาลากลางจังหวัด และอีกส่วนหนึ่งจะลงไปปิดถนนมิตรภาพ ให้การจราจรเข้าสู่อีสานเป็นอัมพาตทันที
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสังเกตการณ์ ที่จุดตรวจบูรณาการ ตั้งอยู่ ด้านขาเข้า กทม. ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 44-45 ถ.มิตรภาพ บริเวณหน้าหมวดการทางที่ 2 ต.กลางดง อ.ปากช่อง นครราชสีมา เมื่อช่วงสายวันที่ 26 เม.ย พบ จนท.ตำรวจ สนง.ตำรวจภูธร ภาค 3 พร้อม จนท.ทหาร กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ยังคงสนธิกำลัง ตรวจสอบยานพาหนะทุกคันที่แล่นมุ่งหน้าเข้า กทม.
ตำรวจสัญญาบัตรนายหนึ่ง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มียานพาหนะทั้งส่วนบุคคล และเช่าเหมา บรรทุกมวลชนคนเสื้อแดง เข้า กทม. ต่อวันนับร้อยคัน แต่ในห้วงเวลา 1-2 วัน ที่ผ่านมา หลังจากที่ แกนนำบนเวที กทม. ได้ประกาศให้ทุกพื้นที่ เร่งนำมวลชนเข้ามาเสริมกำลังด่วน และให้ปรับเปลี่ยนไม่สวมเสื้อแดง ทำให้ไม่พบยานพาหนะบรรทุกมวลชนคนเสื้อแดงแล่นผ่านมาเลย ทั้งๆที่มีสายข่าวในพื้นที่ ระบุมีแกนนำที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ได้ระดมมวลชน กลุ่ม นปช.สายอีสาน เข้าเสริมกำลังที่ กทม. เพื่อเป็นโล่มนุษย์อย่างต่อเนื่อง เป็นจรยุทธแบบกองทัพมด ต่างคนต่างไป แต่มีจุดหมายเดียวกัน ในลักษณะแยกกันเดินรุมกันตี ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการตรวจค้น และสกัดกั้นการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังรับรายงานมาเพิ่มเติม ในส่วน จนท.ทหาร กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ที่ผ่านหลักสูตรการควบคุมฝูงชน ส่วนใหญ่ จะสังกัดหน่วยรบ ได้รับคำสั่งให้ทุกนาย ตระเตรียม เครื่องแบบ และสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็น ไว้ รวมทั้ง ตรวจสอบ ซ่อม บำรุง อาวุธ ยุทธโปกรณ์ และสามารถเดินทางไปรายงานตัวในที่ตั้ง ของแต่ละหน่วยได้ภายใน 4 ชม. หากได้รับคำสั่งด่วน พร้อมเคลื่อนกำลังเข้าสู่ กทม. ได้ทันที โดยห้ามลากิจอย่างเด็ดขาด
อดีตกอส.ห่วงเหตุนองเลือด-หลังพธม.ปลุกมวลชนเคลื่อนทั่วปท.
นายฮัอหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการอิสระด้านสันติวิธิ และอดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ(กอส.) เปิดเผยถึงความเคลือนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ออกแถลงการณ์ให้พันธมิตรฯทั่วประเทศเคลื่อนไหวเพื่อยื่นหนังสือในวันที่ 29 เม.ย.ต่อหน่วยงานทหารในแต่ละจังหวัดเพื่อทวงถามนโยบายแนวทางการจัดการกับขบวนการผู้ก่อการนั้น ถือเป็นสัญญาณที่รัฐบาลต้องพึงระวังและต้องควบคุมมิให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชน เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดจราจลในกรุงเทพได้
เนื่องจากสิ่งที่น่าเป็นกังวลมากที่สุด คือเมื่อมีมวลชนของพันธมิตรฯหรือกลุ่มเสื้อเหลืองออกมาเคลื่อนไหวในสังคม ผนวกกับกลุ่มคนจากแต่ละสี แต่ละฝ่าย ที่มีมากมายหลายกลุ่มในสังคมอาจชักนำไปสู่ความวุ่นวายได้ โดยเฉพาะหากมีการอ้างถึงความชอบธรรมในการแก้ปัญหาหลังจากกลไกและอำนาจรัฐไม่สามารถขจัดความไม่ปกติในสังคมได้
“สิ่งที่ปรากฎขณะนี้คือภาพสะท้อนความอ่อนแอของกลไกของรัฐ เพราะคนในสังคมเริ่มรับสภาพหดหู่ไม่ไหวหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงบานปลายและสร้างสูญเสียบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากตลอดห้วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อมีมวลชนแต่ละฝ่ายออกมาเคลื่อนไหวในสังคมจำนวนมากโอกาสที่อุณหภูมิความรู้สึกในการเหนี่ยวนำไปสู่การเผชิญหน้าจึงมีค่อนข้างสูง”นายฮัอหมัด กล่าว



