ข่าว

สลายม็อบปิดถ.พหลโยธินจับแดง11คน

สลายม็อบปิดถ.พหลโยธินจับแดง11คน

27 เม.ย. 2553

ทหาร-ตร.ปราบจลาจลสลายแดงตั้งด่านสกัดตำรวจ-ทหารเข้ากรุงที่ถนนถนนพหลโยธินทางเข้าวัดพระธรรมกาย จับได้ 11 ราย ตชด.31 ตะลุยฝ่าวงล้อมกลุ่มเสื้อแดงสองแคว ใช้กระบองป้องกันตัวเคลื่อนกำลังพลเข้าสบทบกรุงเทพฯ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 เม.ย.53 กลุ่มแกนนำ นปช.จากคลองสี่ ลำลูกกา พร้อมด้วยสมาชิกกว่า 200 คน ได้ทำการปิดกั้นถนนพหลโยธิน ขาเข้ากรุงเทพ กม.43-200 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อปิดกั้นไม่ให้รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารเข้ากรุงเทพเพื่อสลายกลุ่มคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้เปิดเผยว่ามีตำรวจมะเขือเทศได้แจ้งมาว่าจะมีการนำกำลังตำรวจจำนวนเจ็ดกองร้อยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางเข้ากรุงเทพช่วงระหว่าเวลา 12.00 น.ไปแล้ว จึงได้ทำการตั้งจุดตรวจที่ปากทางเข้าวัดพระธรรมกาย และหากพบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะกักรถไว้เพื่อไม่ให้เข้ากรุงเทพฯ

 ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.กลุ่มแกนนำได้รับแจ้งว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเปลี่ยนเส้นทางจากถนนพหลโยธิน มาเป็นถนนมอเตอร์เวย์แทน โดยขบวนจะผ่านในช่วงเวลา 13.30 น.ไปจนถึง ช่วงเย็น จึงทำให้กลุ่มแกนนำได้ประกาศทางเครื่องขยายเสียงให้ไปร่วมกันปิดถนนพหลโยธิน ช่วงก่อนถึงโรงงานเบียร์คาสเบิก ก่อนเลี้ยวเข้าถนนมอเตอร์เวย์ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงได้มาสมทบ ซึ่งมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่าสามร้อยคัน และมีผู้คนประมาณห้าร้อยคน ได้มาร่วมกันตั้งจุดตรวจรถตำรวจ และทหารเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เข้ามาร่วมสลายม็อบในกรุงเทพณฯ

 ส่วนถนนพหลโยธินปากทางเข้าหน้าวัดพระธรรมกาย ได้มีกลุ่ม นปช.คอยสังเกตการณ์อยู่อีกหนึ่งกลุ่ม เพื่อคอยสังเกตรถเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่วิ่งผ่านเส้นทางนี้ เพื่อจะได้แจ้งให้จุดสกัดเข้าสกัดรถของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

 เมื่อเวลา 17.30 น.ทหารและตำรวจปราลจลาจลจำนวนมากเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ได้เข้าสลายการชุมนุกลุ่มคนเสื้อแดงแห่งเมืองปทุมธานีแล้ว โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจเดินทางไปถึงพร้อมอาวุธครบมือ ได้เดินเรียงหน้าเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดถนนพหลโยธิน พร้อมกับยิงปืนกระสุนยางเข้าไป ทำให้กลุ่มชาวเสื้อแดงกว่า 500 คน หนีแตกกระเจิงไปทางถนนสีขาว หน้าวัดพระธรรมกาย พร้อมทั้งจุดไฟเผายางรถยนต์บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลทางโขลง ทำให้เกิดกลุ่มควันดำคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนเสื้อแดงไว้ได้จำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะสลายม๊อบเสื้อแดงออกไปพ้นถนนพหลโยธินสำเร็จโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที  กระทั่ง  18.00  ภารกิจจึงแล้วเสร็จ  และสามารถจับกุมกลุ่มคนเสื้อแดงได้ 40 คน

รองผบก.ปทุมฯยันดำเนินคดีแดงปิดพหลฯหน้าโรงงานกษาปณ์

 พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี กล่าวว่าขณะนี้ตำรวจและทหารสามารถจับกุมกลุ่มคนเสื้อแดงได้ 11 รายจากการสลายหน้าตลาดไท เป็นชาย 9 หญิง 2

 พ.ต.อ.วิสูตรกล่าวก่อนหน้านี้ว่า กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ได้มีการปิดถนนเส้นทางการจราจรบริเวณถนนพหลโยธินทางเข้า ใกล้กับโรงงานกษาปณ์ หมู่4ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมีการนำรถกระบะมาปิดกั้นถนนด้านขาเข้าทางด่วน และ เส้นคู่ขนาน และมีการใช้เครื่องขยายเสียง เปิดปราศรัยโจมตีรัฐบาล และตำรวจอยู่ตลอดเวลานั้น โดยกลุ่มผู้ชุมชุมใช้กำลังปิดล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 กองร้อย จาก จ.นครพนม จ.ชัยนาท จ.ลพบุรี และ จ.นครสวรรค์ รวม 538 คน มีรถกระบะ รถบรรทุก พร้อมอุปกรณ์จำนวน 53 คัน ซึ่งหลังจากที่มีการปิดถนนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้เข้าไปพูดคุยเจรจากับแกนนำ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเกรงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างจังหวัดเข้ามาสลายม็อบในกรุงเทพฯ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถหลบเข้าไปข้างทาง และ จอดที่บริเวณลานสนามฟุตบอลของชาวบ้านข้างเคียงนั้น

 อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว จะต้องดำเนินคดีกับแกนนำที่นำมวลชนมา เพราะการปิดถนนถือเป็นความผิดที่ชัดเจน และจะรวบรวมหลักฐานที่มีการนำกลุ่มผู้ชุมนุมมาปิดกั้นถนน และใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยโจมตีอย่างแน่นอน ที่ผ่านมามีบางฝ่ายต้องการให้ตำรวจดำเนินการจับกุม หรือสลายการชุมนุม แต่เราคิดว่าการเจรจาน่าจะประสบผลสำเร็จ จึงใช้การเจรจา การที่ตำรวจถอนกำลังออก ไม่ถือว่าเป็นการเสียหน้า

สลายม็อบปิดถนนพหลโยธินจับแดง11คน

          เมื่อเวลา 20.00 น.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี แถลงถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.ปิดถนนตรวจค้นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพฯว่า กลุ่ม นปช.ได้นำกำลังไปปิดกั้นตั้งแต่ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมารวมกำลังกันที่สองทางเข้าเทศบาลท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมานี ซึ่งแกนนำได้นำรถติดเครื่องขยายเสียงปราศรัย และปิดกั้นถนพหลยินขาเข้าช่องทางด่วน ทำให้ประชาชนเดินทางไม่สะดวก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบจนได้รับคำสั่งเมื่อเวลา 17.00 น.นำกำลังตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 7 สนธิกำลังกับทหารส่วนหนึ่งเข้าไปดำเนินการตรวจจับกุมผู้ที่ประท้วงบริเวณดังกล่าวซึ่งจากการดำเนินการประสบความสำเร็จ แต่กลุ่ม นปช.บางส่วนหลบหนีไปได้ โดยขณะนี้ได้มีการจับกุมทั้งสิ้น 11 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 2 คน และยึดรถในการกระทำความผิด 13 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนดำเนินคดีอยู่ ส่วนแกนนำสามารถหลบหนีไปได้ ซึ่งเมื่อมีเหตุเจ้าหน้าที่พยายามดำเนินการอย่างละมุนละม่อม เพื่อความสะดวกของประชาชน

  "ในเรื่องการปิดถนน มีคำพิพากษาของศาลระบุไว้ชัดเจนเรื่องความผิดที่มีกลุ่มบุคคล 10 คนทั่วไปเข้าไปดำเนินการใดๆมีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งพื้นที่ อ.วังน้อย จ.อยุธยาและอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีเป็นพื้นที่ที่อยู่ในประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเราดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ตำรวจพยายามอย่างเต็มความสามารถในการทำตามขั้นตอนหลักสากล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเจรจา ซึ่งเมื่อวานประสบความสำเร็จ แต่วันนี้ต้องมีการดำเนินการบ้าง ในส่วนที่เข้าไปจัดการให้สถานการณ์ดีขึ้น และให้ประชาชนเห็นว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลย หรือใส่เกียร์ว่าง อย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยเราจะทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนที่มีการมองว่า ส.ส.เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เบื้องต้นเรามีชื่อแกนนำอยู่ ส่วนส.ส.ขณะนี้ยังไม่มีชื่อปรากฏ  ซึ่งเราจะเร่งรัดทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้เร็วที่สุด"
  
         พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตตา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ร้องเรียนที่พักอาศัยย่านสารสินกับผู้โดยสารรถไฟฟ้าสถานีสยามว่าถูกการ์ดนปช. ตรวจค้นในขณะผ่านบริเวณดังกล่าว ซึ่งได้สั่งตำรวจไปประจำจุดละ 4 นายตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้การ์ดนปช.เข้าไปตรวจค้นกลุ่มคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการรบกวนสิทธิ์ของเขา หากประชาชนประสบปัญหาแจ้งได้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจปทุมวัน หรือลุมพินีได้ตลอดเวลา

เสื้อแดงปากน้ำรวมตัวตั่งด่านสกัดทหารและตำรวจ

  เมื่อเวลา 16.15 น.พ.ต.อ.ศิริชัย ครูประเสริฐวัฒนา ผกก.สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นายได้ร่วมกันนำแผ่นพับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจำนวน 500 แผ่น ห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คน ให้แก่ประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าสถานีวิทยุชุมชนคลื่น 101.25 Mhz. ผู้กล้าประชาธิปไตยมาตุภูมิเรดิโอ ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารศูนย์ประสานงานวิทยุชุมชน จ.สมุทรปราการ เลขที่ 1747/19-20 ม.4 ภายในตลาดปู่เจ้าสมิงพราย ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงเสร็จสิ้น โดยไม่มีเหตุความวุ่นวายแต่อย่างใด

 ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเดิมได้นำกำลังเดินทางไปยัง อาคารโจนาธานแมนชั่น เลขที่ 999/101 ม.1 ภายในตลาดสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง สมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ สถานีวิทยุเพื่อประชาชนคลื่น 97.25 Mhz พร้อมแจกแผ่นพับประกาศให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่มาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าสถานี กว่า 100 คน รวมตัวคุมเชิงอยู่ด้านหน้า ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าแจกประกาศอย่างสะดวก พร้อมส่งเสียงโห่ร้องกดดัน แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำหน้าที่แจกจ่ายแผ่นพับจนแล้วเสร็จก่อนที่จะนำกำลังกลับออกมา

 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้เข้าแจกจ่ายแผ่นพับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดงสมุทรปราการ ต่อมาในช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00 น.ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คนได้เดินทางมาที่ตั้งด่านสกัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไม่ให้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ที่บริเวณถนนสุขุมวิท ขาเข้านครบาล ก่อนถึงสามแยกซอยแบริ่ง .ซึ่งอยู่ห่างจากด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 50 เมตร ที่ตั้งอยู่เขตติดต่อระหว่างสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ก่อนถึงซอยลาซาน ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะใช้เส้นทางดังกล่าวเข้า กทม.เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน

ตชด.31ตะลุยฝ่าวงล้อมกลุ่มเสื้อแดงสองแควเข้ากรุง 

 เมื่อเวลา 12.50 น . ที่บริเวณทางเข้าค่ายเจ้าพระยาจักรี กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ( กก.ตชด.31)  ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากถูกปิดล้อมเป็นเวลาร่วม 5 ชั่วโมง ในที่สุด กองร้อยควบคุมฝูงชนของกก . ตชด .31 ได้ตัดสินใจที่จะฝ่าม็อบเสื้อแดงพิษณุโลก ที่ปิดทางเข้าออกหน้าค่ายฯไว้ โดยค่อย ๆ เคลื่อนขบวนรถบรรทุก ที่ขนกองร้อยควบคุมฝูงชนจำนวน 150 นาย ออกจากหน้าประตูค่าย ผ่านถนน มุ่งเข้าสู่ฝูงชนเสื้อแดงพิษณุโลกที่มีจำนวนประมาณ 100 คน

 ทันทีที่เห็นรถของ กก.ตชด.31 เคลื่อนออกมาจากประตูค่าย เสื้อแดงพิษณุโลก ได้นำสิ่งของทั้งไม้ ก้อนหิน มาขวางถนนไว้ แต่รถของตำรวจตระเวนชายแดนก็ยังเคลื่อนเข้ามาเรื่อย ๆ จนถึงระยะ 100 เมตร ตำรวจฯได้ลงจากรถ พร้อมไม้กะบอง เดินนำหน้าขบวนรถ ขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงว่า จำต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่สับเปลี่ยนกำลังที่กรุงเทพฯ แต่กลุ่มเสื้อแดงไม่ยอม ทำให้แนวหน้าเกิดการปะทะกัน เสื้อแดงใช้ผู้หญิงเป็นแนวหน้า มีผู้ชายถือไม้กันแนวหลัง ใช้ก้อนหินและไม้ข้วางใส่ตำรวจ แต่ก็ไม่สามารถขวางกั้นขบวนของตำรวจตระเวนชายแดนได้ ตำรวจชกะบอกป้องกันตนเอง มีการปะทะกันได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง เสื้อแดงจำนวนหนึ่ง พยายามที่จะปล่อยลมยางรถเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ และใช้เวลาประทะกันประมาณ 10 นาที ขบวนของกองร้อยควบคุมฝูงชนก็สามารถฝ่าด่านเสื้อแดงออกมาได้ เดินทางเข้าสู่ถนนสายพิษณุโลก - นครสวรรค์ เพื่อไปสับเปลี่ยนกำลังที่กรุงเทพฯ

 หลังจากตำรวจผ่านไปได้ กลุ่มเสื้อแดงต่างมีอารมณ์โกรธแค้น นางสุดาพร จันทรมณี แกนนำเสื้อแดง กล่าวว่าที่กลุ่มเสื้อแดงพิษณุโลกมาครั้งนี้ อ้างว่ามาป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนไปได้รับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพฯ แต่กลับมาถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย ทั้งนี้ หลังจากกองร้อยควบคุมฝูงชนฝ่าด่านออกไปได้แล้ว กลุ่มเสื้อแดงพิษณุโลกยังคงปักหลักอยู่ ณ จุดเดิม ได้ประชุมเพื่อประเมินการเคลื่อนไหวต่อไป โดยมีโทรศัพท์แจ้งให้เสื้อแดงนครสวรรค์สกัดขบวนรถของกก . ตชด .31 ด้วย และมีส่วนหนึ่งได้เคลื่อนตัวไปที่สถานีตำรวจชุมนนมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อแจ้งความว่าถูก ตชด.ทำร้ายร่างกาย ขณะที่บริเวณทางเข้าค่ายเจ้าพระยาจักรีฯ  กลุ่มเสื้อแดงได้สลายตัวไปแล้ว

 เสื้อแดงปิดถนนสายสระบุรี-หล่มสัก

 เมื่อเวลา 11.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 100 คน นำโดยนายสิทธิชัย  ต๊ะอาจ หรือทนายอ้วน ได้ทำการปิดถนนสายสระบุรีหล่มสัก บริเวณ 4 แยกราหุล อ.บึงสามพัน ฝั่งขาเข้า กรุงเทพมหานคร เพื่อทำการสกัดกั้นขบวนรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำการปล่อยแถวในช่วงเช้าที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 150 นาย โดยใช้รถยนต์จำนวน 15 คัน ซึ่งจะเดินทางเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรุงเทพมหานคร

 กลุ่มคนเสื้อแดงได้ทำการโบกสกัดรถยนต์ ที่ขับผ่านไปมา เพื่อสำรวจดูว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจแอบแฝงไปกับรถยนต์หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณ 4 แยกราหุล ก็ได้ออกมาห้ามการกระทำดังกล่าวเพราะถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งประชาชนที่เดินทางอาจมีธุระเร่งด่วนดังนั้นอาจทำให้เกิดความไม่พอใจและอาจจะเกิดปัญหาตามมา  หากต้องการสกัดขบวนรถของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ขอให้รอจนกว่าขบวนรถจะวิ่งผ่านมา

 พร้อมกันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้ทำการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ช่วยกันออกมาร่วมกันตั้งจุดสกัดรถยนต์ของทางเจ้าหน้าที่ด้วย พร้อมทั้งกล่าวว่า ขบวนรถจะวิ่งหลบหลีกไปเส้นทางใดก็ไม่พ้นเพราะกลุ่มคนเสื้อแดงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเดินทางมากับขบวนรถคอยโทรศัพท์รายงานตลอดเวลาว่าขณะนี้ขบวนรถจอดอยู่ที่บริเวณใด

เสื้อแดงอุดรธานีฮือยึดรถทหารกลับจาก3จว.ภาคใต้

 เมื่อเวลา 18.00 น.ขณะที่ขบวนรถไฟลำเลียงรถบรรทุกทหาร ที่ประกอบด้วยรถยีเอ็มซี รถยูนิมอค และรถฮัมวี่ จากค่ายทหารที่ตั้งในจ.นครพนม ที่กลับจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงสถานีรถไฟอุดรธานี ได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้ายึดรถทหารไว้ได้ทั้งหมด (ยังไม่ทราบจำนวน) พร้อมกับทหารที่ประจำรถ จำนวน 37 นาย โดยขณะนี้นายทหารจาก มทบ.24 อุดรธานี กำลังเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม

เสื้อแดงฉะเชิงเทรา200ปิดถนนสกัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน นำรถยนต์โดยสารสองแถวจำนวน 15 คัน พร้อมรถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่งไปปิดประตูทางเข้าออกทั้ง 3 ด้านเอาไว้ พร้อมทั้งมีการกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล ที่มีการใช้อาวุธทำร้ายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคน และการนำกลุ่มคนมาปิดทางเข้าออก เพราะไม่ต้องการเห็นตำรวจและเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กำลังปราบปรามประชาชน โดยเฉพาะชุดปราบจลาจลของตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กำลังจะส่งกำลังจำนวน 2 กองร้อย รวม 300 คน เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อทำการสลายฝูงชนที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยจะปักหลักชุมนุมปิดทางเข้าออกตลอดไปจนกว่ารัฐบาลจะลาออก

 ขณะเดียวกันที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.มณฑล มีอนันต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เรียกตำรวจชุดปราบจลาจลหรือ ปจ.เข้าหารือ เพื่อหาแนวทางและการแก้ไขเพื่อให้กำลังสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครได้ โดยการประชุมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพและทำข่าว

 ขณะเดียวกัน มีการนำตะปูเรือใบไปโรยตามจุดต่างๆ หลายแห่ง เช่น ที่บริเวณถนนสายฉะเชิงเทรา – กบินทร์บุรี (304) สายเลี่ยงเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทางเข้ากทม. รวมทั้งการเกิดเพลิงไหม้หญ้าอย่างผิดปกติตามริมถนนถึง 5 แห่งพร้อม ๆ กัน ซึ่งตำรวจได้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจสอบแต่ไม่พบผู้ประทำผิด

แดงกักรถตำรวจลพบุรีที่จะเข้ากรุงเทพฯ

 เมื่อเวลา 12.00น.  กลุ่ม นปช. พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย นำกำลังคนเสื้อแดงกว่า  200  ใส่เสื้อหลากสีตั้งด่านสกัดขบวนรถตู้ตำรวจของ   บก.ภ.จว. ลพบุรี ซึ่งจะเดินทางเข้าไปเสริมกำลังดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมแยกราชประสงค์ บริเวณริมถนนสาย 347 ปทุมธานี - บางปะหัน หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ม. 3 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับนำรถจักรยานยนต์ และรถกระบะ  จอดขวางหน้ารถตู้ตำรวจ 2 คัน ที่จอดอยู่ภายในปั๊ม เพื่อสกัดกั้นการเดินทางของตำรวจไม่ให้เข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมในกรุงเทพมหานคร โดยมีขบวนรถตู้ที่บรรทุกตำรวจวิ่งตามหลังมาอีก 3 คัน  นำรถไปจอดที่สภ.บางบาล

 ต่อมา พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวยศยะ ผบก. ได้เจรจากับนายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย แกนนำ กลุ่มคนเสื้อแดงที่ตั้งด่าน แต่ไม่เป็นผล

 นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า มีรายงานว่าตำรวจ จ.ลพบุรี ใช้รถ 14 คัน บรรทุกตำรวจคันละ 11 นาย กำลังกระจายกันเดินทางไปสมทบกับตำรวจที่แยกราชประสงค์ เพื่อรอการสลายการชุมนุมตามคำสั่งของรัฐบาล แต่กลุ่ม นปช. จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น เนื่องจากการชุมนุมไม่ได้มีการสร้างความรุนแรงแต่อย่างใด