
"เชลซี"ถล่ม"ช่างปั้นหม้อ"7-0กลับขึ้นจ่าฝูง
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ออกลูกโหดยิง "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค 7-0 กลับขึ้นไปนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ถีบ "องุ่นแดง" เบิร์นลีย์ ตกชั้น ด้วยผลชนะ 4-0 ส่วน "ม้าลาย" ยูเวนตุส เอาชนะ บารี 3-0 ในศึกกัลโช่ ซีรีส์ เอ มีลุ้นไปเล่นถ้วยยุโรป
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" คืนวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า เชลซี ชนะ สโต๊ค ซิตี้ 7-0 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง จาก "แฮตทริก" ของ ซาโลมอน คาลู นาที 24, 31 กับ 68, แฟรงค์ แลมพาร์ด คนเดียว 2 ประตู นาที 44 (จุดโทษ) กับ 81, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ นาที 87 และ ฟลอรองต์ มาลูด้า นาที 89
จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" แข่ง 36 นัด มี 80 แต้ม กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง โดยแซงหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ที่หล่นไปอยู่อันดับ 2 หนึ่งแต้ม โดยทั้งคู่เหลือเกมในมืออีกทีมละ 2 นัดเท่ากัน
ขณะที่ ลิเวอร์พูล บุกอัด เบิร์นลีย์ 4-0 ถึงถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ จาก สตีเวน เจอร์ราร์ด คนเดียว 2 ประตู นาที 52 กับ 59, แม็กซี โรดริเกซ นาที 74 และ ไรอัน บาเบิล นาที 90
จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "หงส์แดง" แข่ง 36 นัด มี 62 แต้ม อยู่อันดับ 7 พื้นที่สโมสรยุโรป ถ้วยยูโรปา ลีก ทีมสุดท้าย เช่นเดิมก็จริง แต่มีแต้มห่างจาก ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 4 พื้นที่ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้าย ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 2 แต้ม ขณะที่ "องุ่นแดง" แข่ง 36 นัด มี 27 แต้ม อยู่อันดับ 19 รองสุดท้าย และตกชั้นเป็นทีมที่ 2 ตาม ปอร์ทสมัธ ทีมอันดับสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเหลือ 2 เกมในมือก็จริง แต่ตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 17 ก่อนพื้นที่ตกชั้น 7 แต้ม ขาดลอยไปแล้ว
ด้าน เอฟเวอร์ตัน แซงชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ของตัวเอง ทั้งที่ "ชาวกระท่อม" ยิงนำก่อนจาก เอริก เนฟแลนด์ นาที 36 ทว่า "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ทวงคืน 2 ประตูรวดจากการทำเข้าประตูตัวเองของ คริส สมอลลิง นาที 50 และจุดโทษของ มิเกล อาร์เตต้า นาที 90
ขณะที่ศึกแห่งศักดิ์ศรีทีมร่วมย่านมิดแลนด์ แอสตัน วิลล่า ชนะ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-0 ที่สนามวิลล่า ปาร์ค ของตัวเอง จากจุดโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ นาที 83
ส่วนศึกกัลโช่ ซีรีส์ เอ อิตาลี ยูเวนตุส รองแชมป์เก่า ชนะ บารี 3-0 ที่สนามเดลเล อัลปิ ของตัวเอง จาก วินเชนโซ ยาควินต้า คนเดียว 2 ประตู นาที 53 กับ 86 และจุดโทษของ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร นาที 69 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "ม้าลาย" แข่ง 35 นัด มี 54 แต้ม กลับเข้ามาอยู่อันดับ 6 พื้นที่ถ้วยยูโรปา ลีก ทีมสุดท้ายอีกครั้ง
เนื่องจาก นาโปลี ทำได้เพียงแค่เสมอ กายารี 0-0 ในถิ่นซาน เปาโล ของตังเอง ทั้งที่ "ชาวเกาะ" เหลือ 10 คน ตั้งแต่นาที 79 เมื่อ อันเดรีย คอสซู โดนใบแดง ผลแบ่งแต้มทำให้ "เนเปิลส์" หล่นลงมาอยู่อันดับ 7 ตามหลัง "ยูเว่" หนึ่งแต้ม และเหลือเกมในมืออีกทีมละ 3 นัดเท่ากัน
ส่วนคู่อื่น โบโลญญา ชนะ ปาร์มา 2-1, ฟิออเรนตินา แพ้ คิเอโว 0-2, เจนัว แพ้ ลาซิโอ 1-2, ลิวอร์โน ทีมอันดับ 20 หรืออันดับสุดท้าย ซึ่งตกชั้นไปแล้ว ชนะ คาตาเนีย 3-1, อูดิเนเซ ชนะ เซียนา 4-1
สำหรับคู่กลางดึกวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ปาแลร์โม ชนะ เอซี มิลาน 3-1 ในถิ่นเรนโซ บาร์เบรา ของตัวเอง โดย "อินทรีซิซิลี" ได้ประตูจาก เซซาเร โบโว นาที 9, อาเบล เฮอร์นันเดซ นาที 18 และ ฟาบริซิโอ มิคโคลี นาที 69 ส่วน "ปีศาจแดงดำ" ตีไข่แตกได้จาก คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ นาที 55 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ ปาแลร์โม เป็นหนึ่งในสามทีมที่ทำสถิติไร้พ่ายเกมเหย้าตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขัน 2009-2010 และแข่ง 35 นัด มี 58 แต้ม กลับเข้ามาอยู่อันดับ 4 พื้นที่ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้าย ด้วยการแซงหน้า ซามพ์โดเรีย ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 1 แต้ม
ขณะที่ศึกชิงถ้วยดัตช์ คัพ ฮอลแลนด์ รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ชนะ เฟเยร์นูร์ด ร็อตเธอร์ดัม 2-0 ที่สนามอัมสเตอร์ดัม อารีนา ของตัวเอง ส่วนศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี โฮฟเฟนไฮม์ ชนะ ฮัมบูร์ก 5-1, ไฟร์บวร์ก ชนะ โวล์ฟสบวร์ก แชมป์เก่า 1-0



