ข่าว

3 ปัจจัยหนุน"อภิสิทธิ์"

3 ปัจจัยหนุน"อภิสิทธิ์"

26 เม.ย. 2553

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศท่าทีอย่างชัดเจน “ไม่รับ” เงื่อนไขที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ยื่นเงื่อนไขให้ "ยุบสภา" ภายใน 30 วัน เพื่อแลกกับการยุติการชุมนุม อาจดูแข็งกร้าว ผิดกับสภาพที่น่าจะเป

 สิ่งที่ทำให้ "อภิสิทธิ์ " มั่นใจจนไม่สนเงื่อนไขที่ นปช. กำหนดให้ เพราะมั่นใจว่า "ฐาน" เริ่มแน่นปึ้กมากขึ้น ทั้งประชาชนใน กทม. และพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึง "พลังเงียบ" ที่ก่อนหน้านี้ยังแสดงอาการ "ชักเข้า-ชักออก" แต่หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน และ 22 เมษายน จึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจมาสนับสนุนรัฐบาล

 นี่ยังไม่รวมกลุ่มเสื้อหลากสีที่ขณะนี้รวมตัวกันกว่า 30 จังหวัด ลุกขึ้นมาร่วมรณรงค์ต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งกลุ่มเสื้อหลากสี ถือเป็นฐานสำคัญที่รัฐบาล จะยังสามารถบริหารประเทศต่อไปโดยที่ไม่ต้องกังวลต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง

 ผนวกกับ ผบ.เหล่าทัพ "อนุพงษ์ เผ่าจินดา-กำธร พุ่มหิรัญ-อิทธพร ศุภวงศ์" ที่มีทิศทางเดียวกับที่จะยังคงทำหน้าที่เป็น "ไม้ค้ำ" บัลลังก์ให้แก่รัฐบาล ยิ่งทำให้ ณ เวลานี้ “อภิสิทธิ์” ได้ใจไม่กลัวคำขู่ของแกนนำ

 เมื่อหยั่งเสียงของผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับมือการยกระดับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่จะมีขึ้นในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งให้ดูแลแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อหลากสีที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อชุมนุมต่อต้านกลุ่ม นปช. แล้วก็ยิ่งมั่นใจ 

 ถือว่ารัฐบาลพร้อมที่เดินหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

 และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแกนนำ นปช.อยู่ในช่วง "ขาลง" จำนวนผู้คนที่มาชุมนุมนับวันยิ่งลดน้อย ทำให้เสื้อแดงไม่อาจผลีผลามตัดสินใจอะไรได้ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดยย่อมไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว

 เมื่อดูปัจจัยสำคัญอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ห่างหายไปไม่เหมือนแต่ก่อน ปล่อยให้สามเกลอ "วีระ มุสิกพงศ์-จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" บรรเลงกันเอง นับวันก็ยิ่งร่อยหรอ นับเป็นจุดอ่อนอันสำคัญ

 กระนั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ก็ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตั้ง “วอร์รูม” ติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแบบนาทีต่อนาที และเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าประชุมหารือเพื่อวางมาตรการในการดูแลพื้นที่ เพราะเหตุการณ์เสื้อแดงที่ จ.ขอนแก่น กักทหารไว้ข้ามคืนนั้นเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี

 นอกจากนี้ยังหวั่นว่าจะเกิดเหตุการณ์การปะทะกันของประชาชน 2 กลุ่ม

 เพราะหากเกิดการ “สูญเสีย” ของประชาชน 2 กลุ่มอีกครั้ง รัฐบาลก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป ดัง “คำพูด” ที่ “อภิสิทธิ์” ได้พูดไว้ว่าหากสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด หากแก้ไขไม่ได้ก็จะไม่อยู่

 การชี้แจงของ “อภิสิทธิ์” ผ่านรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 เมษายน ถือเป็นการย้ำอีกครั้งหนึ่งถึงแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ ที่จะใช้กลไกทางการเมืองแก้ไขด้วยการเมืองตามที่ “พล.อ.อนุพงษ์” เคยระบุไว้

 ส่วนปัญหาความมั่นคงของประเทศจะให้ทางกองทัพเป็นผู้ดูแล ซึ่งการโยนงานด้านความมั่นคงมาให้แก่ “อนุพงษ์” ครั้งนี้ คงต้องกลับมาคิดใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

 ขณะนี้ “ศัตรู” คือ “กลุ่มก่อการร้าย” ที่แฝงตัวหลบซ่อนอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอาวุธที่พร้อมจะลุกขึ้นมา “ต่อสู้” กับกองทัพ

 ก่อนหน้านี้ “อนุพงษ์” ในฐานะผู้รับผิดชอบการใช้กำลัง “ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน” นั้น เคยย้ำเอาไว้ว่าการแก้ไขปัญหาจะไม่ใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะการใช้ความรุนแรงสถานการณ์ก็จะยังไม่จบสิ้น ดังนั้นขณะนี้จึงทำได้แค่เพียงการสร้างความเข้าใจกับประชาชนทั้งสองกลุ่ม แต่ขณะนี้หลังจากที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” โยนให้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงแล้ว “อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ก็ยากที่จะปฏิเสธ

 สถานการณ์ขณะนี้เพียงพอที่ "อนุพงษ์ เผ่าจินดา" จะเดินเครื่องเพื่อแก้ไขสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะออกมาในทิศทางไหน ระหว่างความสงบสุขของประเทศ แต่แลกกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล หรือจะแลกกับความเสียหายของประเทศชาติ กับการปักหลักชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

 แต่สำหรับ "อภิสิทธิ์" แล้ว ในวันนี้ต้องยอมรับว่า "กร้าว" ได้เต็มที่ เพราะไหนจะได้แรงใจจากคนหลากสี ยังได้ยาดีจากเหล่าทัพ ประกอบกับแดงที่แรงโรย และทักษิณดูเหมือนว่านับวันจะลาลับ

 แต่ก็อย่างว่า โอกาสมาให้ขนาดนี้แล้ว แค่ฮึดอย่างเดียว มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร !


ทีมข่าวความมั่นคง