
ชงกขช.ตัดสินสูตรใหม่อ้างอิงข้าวส.ชาวนาค้าน-จี้รัฐหาวิธีกำหนดราคาชัดเจน
พาณิชย์ชงสูตรใหม่คำนวณราคาอ้างอิงข้าวเปลือกเข้าที่ประชุม กขช.วันที่ 26 เม.ย.นี้ พร้อมเปิดทางโรงสีซื้อข้าวราคานำตลาด 300-500 บาทต่อตัน รับสิทธิ์แลกข้าวในสต็อกรัฐบาล ด้านสมาคมชาวนาจี้รัฐกำหนดวิธีใหม่ชัดเจนกว่านี้
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำว่า วันจันทร์ที่ 26 เมษายนนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอสูตรการคำนวณเกณฑ์ราคาอ้างอิงใหม่ ซึ่งเป็นราคาฟลอร์ ไพรซ์แทนสูตรเดิมที่ใช้ราคาย้อนหลังและอนาคตมาคำนวณ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณา
โดยสูตรใหม่จะคำนวณจากราคาข้าวในอดีตย้อนหลัง 3 ปี ราคาปัจจุบันเฉลี่ยทุก 7 วัน ราคาในอนาคตที่นำมาจากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ามาเฉลี่ยเป็นราคากลาง โดยราคาฟลอร์ ไพรซ์ ณ วันที่ 20-25 เมษายน ล่าสุด ข้าวเปลือกเจ้า 5% ความชื้น 15% อยู่ที่ตันละ 8,918 บาท ขณะที่ราคาอ้างอิงที่คำนวณจากราคาข้าวช่วง 7 วัน อยู่ที่ตันละ 9,142 บาท ชดเชยตันละ 858 บาท ส่วนราคาที่ซื้อขายจริงในตลาดเฉลี่ยตันละ 7,000-7,500 บาท หากยึดราคาตลาดจริงจะทำให้ชาวนาได้เงินชดเชยสูงถึงตันละ 2,800 บาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ข้อสรุปแผนดูแลเสถียรภาพราคาให้ปรับตัวดีขึ้นว่า ให้ กขช.พิจารณาแผนการให้โรงสีซื้อข้าวในราคานำตลาด โดยนำราคาตลาดปัจจุบันบวกเพิ่มตันละ 300-500 บาท วิธีดังกล่าวโรงสีต้องเข้ามาซื้อข้าวแข่งกับรัฐ ที่จะเปิดโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อในราคาฟลอร์ ไพรซ์ ควบคู่กัน
"หลักการพิจารณาของที่ประชุมเน้นการแก้ปัญหาของชาวนาและไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด เพราะมีการซื้อขายข้าวทำให้ธุรกรรมเกิดขึ้นในราคาที่สูงกว่า ซึ่งโรงสีที่ร่วมโครงการซื้อนำตลาดกับเรา ก็จะได้สิทธิพิเศษคือ นำข้าวใหม่มาแลกข้าวเก่าในสต็อกรัฐบาลที่มีราคาดีกว่าและเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า ส่วนโรงสีที่ร่วมโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวจากรัฐจะได้ค่าจ้างสีแปรสภาพข้าว” นางพรทิวา กล่าว
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับบางมาตรการในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว เพราะรัฐบาลยังไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรเท่าที่ควร ดังนั้นจึงยืนยันที่จะเสนอให้รัฐบาลหันมาใช้วิธีการกำหนดราคาอ้างอิงการซื้อข้าวที่ชัดเจน โดยใช้เกณฑ์ตามราคาตลาด
ขณะนี้ราคาข้าวตกต่ำอย่างรวดเร็ว บางพื้นที่เหลือประมาณตันละ 4,000-5,000 บาทเท่านั้น ส่วนราคาอ้างอิงที่ประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์เป็นราคาที่สูงเกินจริง ทำให้ชาวนาที่ไปขึ้นทะเบียนการประกันราคาข้าวได้ส่วนต่างราคาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงควรจะประกาศราคาให้ใกล้เคียงกับตลาดประมาณกว่า 7,000 บาท เพื่อให้ชาวนาได้เงินประกันที่สูงขึ้น โดยรวมกับเงินประกันแล้วชาวนาไม่ควรได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท



