ข่าว

เลิกพ.ร.บ.กู้4แสนล้านลดหนี้รัฐ1%สบน.เล็งใช้เงินกู้นอก5หมื่นล้านแทนหากงบปี54ไม่พอ

เลิกพ.ร.บ.กู้4แสนล้านลดหนี้รัฐ1%สบน.เล็งใช้เงินกู้นอก5หมื่นล้านแทนหากงบปี54ไม่พอ

26 เม.ย. 2553

สบน.ระบุยกเลิก พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้าน ช่วยลดหนี้ภาครัฐ 1% ของจีดีพี เล็งใช้เงินกู้ต่างประเทศกว่า 5 หมื่นล้านบาทแทนกรณีงบประมาณปี 54 ไม่เพียงพอรองรับโครงการไทยเข้มแข็ง มองปีแรกการเบิกจ่ายไม่เยอะมาก

 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงการยกเลิกการกู้เงินตาม พ.ร.บ. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าจะส่งผลให้การก่อหนี้ภาครัฐลดลงราว 1% ของจีดีพี จากที่ขณะนี้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 44% และเริ่มปรับเพิ่มขึ้นจากการกู้เงินตาม พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท โดยสัดส่วนหนี้คงจะไม่เพิ่มมากขึ้นจากที่เคยไว้ว่าอาจถึง 60% หากรัฐบาลยังจัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องไปถึงปี 2558 หรือ 2560 เนื่องจากการจัดเก็บรายได้เริ่มขยายตัวสูงขึ้น แต่การทำงบสมดุลจะเร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับฐานรายได้ที่จะโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ 

 อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีวงเงินกู้จาก พ.ร.บ.มาใช้ในโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งที่จะโยกมาใช้เงินงบประมาณเป็นส่วนใหญ่แล้วนั้น บางส่วนจะหันไปใช้เงินกู้จากต่างประเทศที่สำรองไว้แล้วขณะนี้ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 หมื่นกว่าล้านบาท จากที่เคยขอสภาอนุมัติไว้แล้ว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการปรับลดลงจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า)  แห่งละ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมเคยขอวงเงินไว้แห่งละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เหลือมาจากธนาคารโลก (เวิล์ดแบงก์) อีก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 ส่วนการดึงโครงการไทยเข้มแข็งบางส่วนที่จะเริ่มใช้เงินในปี 2554 มาไว้ในงบประมาณรายจ่ายปี 2554 นั้น เบื้องต้นมองว่าไม่สามารถเพิ่มกรอบรายจ่ายที่ ครม.อนุมัติไว้แล้ว 2.07 ล้านล้านบาท แต่อาจเป็นการปรับในส่วนไส้ในของงบลงทุนมากกว่าที่จะดึงโครงการไม่จำเป็นออก และใส่โครงการที่มีความจำเป็นมากกว่าทดแทน หรือเป็นการปรับภายในกระทรวงต่างๆ มากกว่า โดยส่วนหนึ่งก็จะนำมาทดแทนโครงการที่ไม่มีความพร้อมใช้เงินจาก พ.ร.ก. ซึ่งน่าจะมีประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท เช่นของกรมอาชีวะ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ขอใช้เงินเข้ามาไม่ทัน 5-6 พันล้านบาท 

 สำหรับรายได้ที่คาดว่าจะเก็บได้เพิ่มจากที่ประเมินไว้ 1.65 ล้านล้านบาทนั้น น่าจะไปช่วยลดการขาดดุลงบประมาณลงมากกว่า จากที่กำหนดไว้ 4.2 แสนล้านบาทมากกว่า อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกรอบวงเงินรายจ่ายปี 2554 ก็เป็นแนวทางหนึ่งและต้องขออนุมัติจาก ครม.ต่อไป 

 "มองว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องเพิ่มกรอบวงเงินรายจ่าย แม้ว่าจะดึงโครงการไทยเข้มแข็งมาใส่ในงบประมาณ แต่ปีแรกนั้น ตามปกติจะใช้เงินไม่มากนัก อาจจะอนุมัติไว้เป็นเงินก้อนเล็ก เพื่อเป็นโครงการผูกพันไว้ใช้ในปีต่อๆ ไปมากกว่า ซึ่งการจัดทำงบปี 2555-2556 ก็สามารถเพิ่มกรอบรายจ่ายได้มากขึ้นและเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนได้มากกว่าปี 2554 ที่กำหนดไว้เพียง 11% เท่านั้น" นายจักรกฤศฏิ์กล่าว