ข่าว

 “อรรคพล” หยุดใช้เงิน สสปน. “ผลาญชาติ” ได้แล้ว

“อรรคพล” หยุดใช้เงิน สสปน. “ผลาญชาติ” ได้แล้ว

26 เม.ย. 2553

คำว่า “อรรคพล” ในเครื่องหมายคำพูด ผมหมายถึง นายอรรคพล สรสุชาติ ส่วนคำว่า สสปน. เป็นอักษรย่อของ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือที่ชอบเรียกกันว่า ไมซ์ ที่นายอรรคพล สรสุชาติ มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่นั่น โดยได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤศ

 ผมนั้น ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ รัฐบาลแต่งตั้งนายอรรคพล มานั่งในตำแหน่งนี้แล้วละครับ นายอรรคพล จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ ปริญญาโทด้านการเมืองระหว่างประเทศ แต่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี “เจ้านายเก่า” ดันให้มาเป็นผู้อำนวยการองค์การมหาชนที่มีภารกิจทำการตลาดระหว่างประเทศ อย่างนี้จะไหวหรือ? มันจึงไม่ต่างไปจากนายใหญ่ให้บำเหน็จรางวัลแก่ผู้จงรักภักดี ก่อนที่ตัวเองจะวางมือจากการเมืองเลยนะครับ

 นายอรรคพล สรสุชาติ รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการ สสปน.มาเกือบ 6 เดือนเต็ม ได้ทำอะไรให้ สสปน.ไปแล้วบ้างนอกจาก “จัดตารางบิน” ไปประเทศโน้นประเทศนี้ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่เป็นสูตรสำเร็จของทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักการเมืองคือ “ไปทำความเข้าใจกับต่างชาติ, ไปชักชวนต่างชาติเข้ามาลงทุน” ฯลฯ ถามจริงๆ เถอะครับ ว่า ผลจากการออกไปเดินสายโรดโชว์อะไรนั่น มีผลงานอะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง เคยรายงานให้ประชาชนเจ้าของภาษีได้ทราบบ้างไหม ประเภทออกมาลอยหน้าลอยตาว่า ได้รับความสำเร็จอย่างน่าพอใจ เพราะนักธุรกิจต่างชาติให้ความสนใจ อยากมาจัดงานในไทยนั้น มันก็สูตรสำเร็จในการแถลงข่าวอีกนั่นแหละ

 ล่าสุดก็ฉวยจังหวะเสื้อแดงป่วนเมืองออกมาแถลงข่าวว่าการเมืองเป็นต้นเหตุ ทำให้ต่างชาติที่จะเข้ามาจัดประชุมในประเทศไทยต้องเลื่อนกำหนดออกไป นายอรรคพลเคยเป็นนักการเมืองมาก่อน ย่อมรู้ดีว่า สถานการณ์ทางการเมืองมันไม่นิ่งมาหลายปีแล้ว แล้วทะลึ่งเบิกงบประมาณ สสปน.ไปโรดโชว์ในประเทศต่างๆ ทำไมอีก หือ

 ล่าสุด ออกข่าวเมื่อหลังสงกรานต์นี้ว่า จะเร่งเดินทางไปโรดโชว์ทั้งยุโรปตะวันออก สแกนดิเนเวีย รวมถึงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อชักชวนองค์กรนานาชาติมาจัดประชุมในเมืองไทยอีกแล้ว... เฮ้ย นายอรรคพล ถามจริงๆ เถอะว่าไม่รู้สึกสงสารประเทศชาติที่ทั้งมีหนี้สิน และกำลังทรุดเพราะการเมืองบ้างเลยหรือ จึงเตรียมตัวผลาญเงินอีกรอบหนึ่งแล้วนายก็รู้ทั้งรู้นี่ว่า ตราบใดที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้คงไม่มีใครอยากมาเที่ยว มาลงทุน หรือมาทำอะไรในเมืองไทย แล้วยังทะลึ่งออกไปทำไมอีก มองไปที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สิครับ

 นายประกิตติ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ได้ออกข่าวมาแล้วว่า จะชะลอการโฆษณาประเทศไทยในต่างประเทศระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และยกเลิกการชวนนักธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาดูสถานการณ์ในเมืองไทย เขาวิเคราะห์แล้วเห็นว่า ทุ่มเงินโฆษณาไปเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์ เสียงบประมาณเปล่าๆ... นี่คือการทำงานอย่างมืออาชีพครับ รู้จังหวะรุก จังหวะรับ และจังหวะถอย ไม่ใช่ทำงานอย่างนักการเมืองคือ “เอาหน้า-หาคะแนน”

 ผมขอเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าไป “ตรวจสอบ” การใช้เงินของ สสปน.อย่างเร่งด่วน ว่าตั้งแต่นายอรรคพล สรสุชาติ เป็น ผอ.สสปน.ได้เบิกใช้เงินไปแล้วกี่มากน้อย แล้วที่เบิกเงินไปประเทศโน้นประเทศนี้ มีผลงานกลับมาเป็นชิ้นเป็นอันไหม หากตรวจสอบแล้วเห็นว่า “ไม่คุ้ม” ก็ควรเสนอรัฐบาลเปลี่ยน ผู้อำนวยการ หรือ ยุบ สสปน.เสียเลย ปล่อยไว้นานจะเหมือน บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด หรือ “ อีลิทการ์ด” ที่เหมือน “ปลิงที่สูบเลือดรัฐบาล” จนกลายเป็นหน่วยงานที่มีหนี้ท่วมตัวจะขายทิ้งก็ไม่มีใครเอา คาราคาซังอยู่ในขณะนี้นั่นแหละ

ภาณุมาศ ทักษณา