ข่าว

จากแดงสู่ตาขาว

จากแดงสู่ตาขาว

26 เม.ย. 2553

ใกล้สิ้นเดือนเมษายน ชาวบ้านทั่วไปเต็มทนกับพฤติกรรมอหังการของกบฏเสื้อแดง ยกระดับการต่อสู้เป็นการก่อการร้าย มีอาวุธร้ายสารพัดเอาไว้ต่อสู้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กองกำลังแดงผุดในภาคอีสานและภาคเหนือ

 ยังดีที่มวลชน “ไม่เอาเสื้อแดง” เริ่มแสดงกำลังต้านในทุกจังหวัดเช่นกัน และจำนวนมากกว่า เพียงแต่ไม่มีพฤติกรรมถ่อย เถื่อน คุกคามชาวบ้าน

 แกนนำเสื้อแดงประกาศว่าพร้อมจะทำทุกอย่าง แม้แต่การเผาบ้าน เผาเมือง ถ้าถูกทำให้ “ตกใจ” ชาวบ้านเสื้อแดงและกำลังก่อการร้ายอาจวิ่งเข้าไปในอาคารรอบสี่แยกราชประสงค์ เพราะ “ตกใจ” และตอบโต้อย่างรุนแรง

 กองกำลังของรัฐก็รู้ว่ากบฏเสื้อแดงมีอาวุธร้ายมากมายเพียงใด แต่ยังสงสัยว่าแกนนำเสื้อแดงพร้อมจะสู้ตายพร้อมกับชาวบ้านซึ่งถูกบังคับให้เป็นโล่มนุษย์หรือไม่ จะเห็นได้ชัดว่าหน้าเวทีมีแต่ผู้หญิง เด็ก มาจากต่างจังหวัด

 แกนนำหัวโจกเสื้อแดงคงรู้ชะตากรรม เพราะ “ตกใจ” ก่อนคนอื่น รีบเปลี่ยนเสื้อเป็นสีขาว พร้อมจะละลายไปกับฝูงชนถ้ากำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลาย

 แกนนำยังปากกล้า ขาสั่น เพราะรู้ดีว่าแผนการปลุกระดม ผสมกับการว่าจ้างชาวบ้านให้มาเป็นเหยื่อนั้นไม่สำเร็จ ยิ่งมีข่าวว่านายใหญ่ลี้ภัยอยู่ในสภาพเดี้ยง ก็ยิ่งมองเห็นจุดจบไม่สวยรออยู่ข้างหน้า ไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน

 จะหลบหนีออกนอกประเทศคงยากยิ่งกว่ามองหาบันไดปีนไต่ขึ้นสวรรค์ เพราะ “เสี่ยกษิต” ขาใหญ่กระทรวงการต่างประเทศพร้อมจะยกเลิกหนังสือเดินทางของพวกแกนนำ อย่างมากก็แอบอยู่ตามรอยตะเข็บชายแดน

 หรือซ่อนตัวในบ้านนายทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศเท่านั้น!

 จะเดินถนนทำกร่างคับเมืองเหมือนแต่ก่อน คงต้องแอบฝัน หน้าตาเมียและลูกเพิ่งคลอดคงยากที่จะได้เห็นเช่นกัน มี 3 ทางเลือกคือ หนี ตาย ติดคุก

 ช่วงที่ผ่านมากำลังเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมจะเข้าย่อยสลาย แต่ยังยึกยักเพราะต้องการให้แกนนำเสื้อแดงเปิดไต๋มาให้เห็น ว่ามีใคร อยู่ที่ไหน ก่อนจัดการแบบม้วนเดียวจบ ไม่เปิดช่องให้หลบลงใต้ดิน โดยเฉพาะการ์ดนักรบ

 ต้องดูว่าสงครามครั้งสุดท้ายนั้น การรบนอกแบบโดยแกนนำเสื้อแดง มี เสธ. แดง เป็นที่ปรึกษา กับบรรดาแม่ทัพนายกองนั้น ใครจะเจ๋งกว่ากัน

 ชาวบ้านทั่วไปต้องระวังลูกหลง หรือตกเป็นเหยื่อ อยู่ในสภาพตัวประกัน เพราะแกนนำต้องสร้างความเสียหายวายวอดให้ย่านธุรกิจเต็มที่ แต่เรื่องพลีชีพเพื่อนายใหญ่โดยหมดโอกาสใช้เงินนั้น คงไม่จริง น่าจะหาทางหนีมากกว่า

 ศึกครั้งนี้จะเป็นกรณีศึกษาความไม่เอาไหน ขาดการตัดสินใจ กลัวมือเปื้อนเลือด ผู้นำรัฐบาลกลัวแกนนำกบฏก่อการร้ายบาดเจ็บล้มตายมากกว่าความสูญเสียของประชาชน ซึ่งกล้ำกลืนฝืนทนกับกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย

 บทเรียนครั้งนี้ราคาแพงมากกว่ากบฏครั้งใดในประวัติศาสตร์ ใครจะผงาดอยู่บนซากศพและกองเลือด ป่านนี้ชาวบ้านคงรู้ผลแล้วนิ! อิอิอิ!!!