ข่าว

การรอคอยที่สร้างความผิดหวัง

การรอคอยที่สร้างความผิดหวัง

26 เม.ย. 2553

หลังจากปล่อยให้ประชาชนนั่งรออยู่นาน ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน จนถึงวันที่ 23 เมษายน ในที่สุดการความคิดและการตัดสินใจของผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หลังจากการประชุมกับแม่ทัพนายกองคุมกำลัง

ก็ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้คนในบ้านเมือง เมื่อได้ส่งรองโฆษกกองทัพบก ซึ่งเป็นนายทหารหญิงมาอธิบายว่าจะไม่ใช้กำลังสลายม็อบเสื้อแดง ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นกบฏแผ่นดิน และผู้ก่อการร้าย ตั้งรัฐไทยใหม่อยู่ใจกลางเมืองหลวง มีกองกำลังฆ่าฟันทหารและประชาชน ให้ตกเป็นเหยื่ออาวุธสงครามร้ายแรง

 ประชาชนทั่วไปสงสัยว่าการตัดสินใจเช่นนั้น เป็นความสุขุมรอบคอบ หรือการรักษาตัวเอง ต้องการเกษียณอายุอย่างสบายๆ จากนี้ไปจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้นจนกว่าวันสุดท้ายในชีวิตราชการหรือไม่ เพราะการใช้ตำแหน่งกดความคิดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงประเด็นอื่นๆ เช่นภัยร้ายต่อความมั่นคงของชาติ เกียรติภูมิของกองทัพ และความเชื่อมั่นของประชาชนในขีดความสามารถของผู้บริหารบ้านเมือง

 รองโฆษกกองทัพบกได้อธิบายว่า "ผบ.ทบ.ย้ำว่ากองทัพบกเป็นกลไกสำคัญของรัฐที่จะช่วยแก้ไขปัญหา การดำเนินการทุกอย่างของกองทัพจะยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือ การสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน การใช้ความรุนแรงไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป โดย ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยไปชี้แจงกำลังพลและครอบครัวเข้าใจถึงสถานการณ์ และการปฏิบัติงานด้วยความยากลำบากของเจ้าหน้าที่"

 พล.อ.อนุพงษ์ได้อธิบายว่า ตั้งแต่เริ่มชุมนุม การทำงานของทหารในการแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ และป้องกันไม่ให้ประชาชนทำร้ายซึ่งกันและกันเป็นไปด้วยความยากลำบาก มาตรฐานในการทำงานแม้ต้องอยู่ภายใต้ภาวะกดดันยังคงมีมาตรฐานในการทำงานเหมือนเดิม การใช้กำลังเพื่อสลายการชุมนุมจะทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายมาก ไม่ทำให้ปัญหาจบได้ วิธีที่จะแก้ปัญหาคือ สร้างความเข้าใจ

 แต่แม่ทัพบกก็ยังรับรู้ว่าวัตถุประสงค์ของคนที่ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองมี 2 ประการ คือต้องการเข้าสู่ศูนย์อำนาจแห่งการเมือง กับการล้มล้างสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของทุกคน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่กองทัพจะปกป้องและเทิดทูนสถาบัน ส่วนเรื่องปัญหาใหญ่ระดับประเทศ กองทัพบกเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งการแก้ปัญหาหรือตัดสินใจทำอะไรที่นอกเหนือเขตอำนาจของทหารต้องมีหลายส่วนมารับผิดชอบ

 คำพูดเช่นนี้จะสะท้อนให้เห็นความกล้าหาญที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับผิดชอบหรือไม่ แล้วแต่มุมมอง แต่เมื่อเสนอความคิดให้ได้รับรู้แล้ว ทั้งทหารซึ่งเป็นลูกน้อง ประชาชนผู้รักชาติคงรู้สึกผิดหวัง เพราะไม่ได้เสนอทางออกที่เป็นไปได้ ทั้งๆ ที่ภัยร้ายแรง เห็นอยู่ตำตา สร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจ ชีวิตมนุษย์ อย่างมากมายไม่ได้รับการแก้ไข และที่ผ่านมาบทบาทของแม่ทัพบกไม่เป็นที่ปรากฏ ถ้าไม่เต็มใจ ก็น่าที่จะเปิดทางให้ผู้ที่พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะทำให้ประชาชนอุ่นใจได้ว่าบ้านเมืองนี้มีคนพร้อมจะทำงานเพื่อกอบกู้ ฟื้นฟูความสงบและขจัดภัยร้ายของแผ่นดิน