ข่าว

ถึงเวลา "อธรรม"

ถึงเวลา "อธรรม"

26 เม.ย. 2553

ไม่น่าเชื่อครับว่า สถานการณ์บ้านเมืองเราจะเดินไปไกลสุดกู่ขนาดนี้

 ม็อบเสื้อแดงปิดถนนราชประสงค์ สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศมหาศาล เม็ดเงินหายไปนับหมื่นล้านในระยะอีกไม่นานข้างหน้านี้

 คนบางกลุ่มพยายามวางเกมให้การเมืองเดินควบคู่ไปกับสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อกดดันสร้างเงื่อนไข

 ขบวนการขยายผลไม่ทราบฝ่าย พยายามทำให้ชาติบ้านเมืองถึงคราวล่มจมจากการก่อวินาศกรรม ด้วยอาวุธสงครามร้ายแรง

 สังคมไทยไม่เคยพบเรื่องทำนองนี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ 14  ตุลาคม 16 และ 6 ตุลาคม 19

 นับตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ซึ่งสะท้อนถึงความแตกแยกทางสังคม อย่างสุดขั้วชนิดที่ต้องนับศพเป็นเดิมพันเพื่อชัยชนะของคนบางกลุ่ม ไม่ใช้ประโยชน์ของประเทศ

 22 เมษายน ห่างกันไม่กี่วัน เงื่อนไขเดิมก็ปะทุขึ้นมาอีก คนไทยสองฝ่ายปะทะกันจนล้มตาย ขณะที่รัฐบาลโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมานั่งหน้าจอแถลงซึ่งไม่ได้ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศเห็นทางออก ซ้ำยังตอกย้ำถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อและมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น

 มีเหตุการณ์ที่เดินคู่ขนานไปกับการเมืองคือความพยายามก่อ "วินาศกรรม" ความพยายามระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงย่านลำลูกกา เพื่อให้ไฟฟ้าดับทั่วพระนครและเขตปริมณฑล ยังไม่ชัดว่าเมื่อเมืองมืดมิดอะไรจะเกิดขึ้น

 ส่วนคนร้ายใช้จรวดอาร์พีจี ยิงเข้าใส่คลังน้ำมันขนาดความจุ 22 ล้านลิตร จงใจให้เกิดระเบิดครั้งรุนแรงเขย่าขวัญคนทั้งประเทศ เนื่องจากมีคลังน้ำมันในบริเวณนั้นมากกว่า 5 ส่วน หากระเบิดขึ้นคงเป็นหายนะคนไทยและทั่วโลก

 ถึงตอนนั้นบ้านเราคงถึงกาลอวสาน ทั้งเศรษฐกิจและสังคม

 คนไทยจะอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว สังคมเกิดความโกลาหล

 ภาคธุรกิจทุกส่วนล้มละลาย การฟื้นฟูประเทศไม่ต้องพูดถึง เราคงลงไปต่อแถวจากกัมพูชา พม่าอีกหลายขุม

 พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ว่าแรงก็ไม่สามารถยับยั้ง ตำรวจผู้รักษากฎหมายตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง บังคับใช้กฎหมายไม่ได้เลย

 ถ้ารัฐบาลแก้ไขสถานการณ์ให้จบโดยเร็วไม่ได้ก็ต้องเสียสละ ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแทน ถึงจะชั่วร้ายยังไงก็ยังดีกว่ามีรัฐบาลที่บริหารความสงบสุขให้บ้านเมืองไม่ได้

 อาจถึงเวลาที่คนไทยควรตัดสินใจจะให้ชาติพังพินาศไปก่อนหรือรัฐบาลควรพิจารณาตัวเอง!!