ข่าว

มาร์คสั่งฟันวิทยุชุมชนยุ-ไม่สนข่าวลือแม้วป่วยหนัก

มาร์คสั่งฟันวิทยุชุมชนยุ-ไม่สนข่าวลือแม้วป่วยหนัก

25 เม.ย. 2553

นายกฯมอบนโยบายให้ผู้ว่าฯทั่วประเทศ กำชับให้ทำความเข้าใจกับประชาชน ใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินจัดการวิทยุชุมชนป่วน และจัดการขบวนการปลุกระดมใช้คำพูดที่ยั่วยุและกระทบต่อสถาบัน "ปณิธาณ" เผย เตรียมจับ 8 เสื้อแดงบุกบ้านนายกฯ เตรียมออกมาตรการคุมวินมอเตอร์ไซด์ร่วมม็

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 25 เม.ย. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์  นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ที่อาคารศาสนสถาน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และรอง ผบ.ทบ.เข้าร่วมประชุมว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมต่างๆ 61 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคตะวันออก โดยนายสุเทพ ได้รายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นวิกฤติที่กระทบกับระบบการเมืองการปกครอง แม้การชุมนุมจะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายคู่ขนานไปกับการเรียกร้องของประชาชน โดยมีการร้องขอให้ผู้ว่าฯ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.จังหวัด) ต้องให้ความร่วมมือด้วย

 นายปณิธาน กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า จะต้องขอให้ผู้ว่าฯทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนกับประชาชน แยกแยะให้เห็นว่าการชุมนุมใดที่ผิดกฎหมายและการชุมนุมใดที่ไม่ผิดกฎหมาย ที่สำคัญชี้ให้เห็นพฤติกรรมของแกนนำที่เป็นการก่อการร้าย ข่มขู่และผิดกฎหมายต่างๆ และให้ผู้ว่าฯยืนยันกับประชาชนว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายที่ไม่เห็นตรงกับรัฐบาล แต่จะปิดกั้นสิ่งยั่วยุ บิดเบือนที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้สื่อเช่นวิทยุชุมชน ซึ่งที่ประชุมจะมีแนวทางในการดำเนินการต่อไป โดยจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยไปดูแล และในการประชุมผู้ว่าฯทั่วประเทศในวันที่ 27 เมษายนนั้นก็จะมีการวางแนวทางผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ในการดำเนินการ เพราะการดำเนินการกับวิทยุชุมชนนอกเขตพื้นที่ประกาศพรก.ฉุกเฉินจะสามารถทำได้ตามกฎหมาย ป.วิอาญา ตามมาตรา 9 ( 3 ) และมาตรา 116 และบางส่วนสามารถดำเนินการได้ตามพรก.ฉุกเฉิน เพื่อห้ามไม่ให้เสนอข่าวที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงทั่วราชอาณาจักร

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า นายกฯได้เน้นกับที่ประชุมว่า ต้องให้ความสำคัญกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย จะต้องมีการตรวจอาวุธ สกัดกั้นบุคคลที่จะแฝงเข้ามากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะพวกที่มีอาวุธและมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าจะก่อความไม่สงบ โดยในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการชี้แจงและเสนอข่าวสารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่จะต้องทำเป็นระบบเครือข่าย

 ส่วนจะใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินดำเนินการกับวิทยุชุมชนบางส่วนนั้นหมายความว่าจะมีการประกาศพรก.ฉุกเฉินทั่วประเทศใช่หรือไม่นั้น นายปณิธาน กล่าวว่า เข้าใจว่าอำนาจในการจับ ยึด อายัด ตามพรก.ฉุกเฉิน ในเรื่องของการเสนอข่าวนั้นบางส่วนอาจจะใช้ได้เลย ซึ่งฝ่ายกฎหมายโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กำลังดูเรื่องข้อกฎหมาย แต่จะชัดเจนในวันที่ 27 เมษายน แต่กฎหมายปกติก็สามารถดำเนินการได้ทันทีอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการอย่างไรกับการปิดถนนทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดเพื่อตรวจค้นและปิดกั้นเจ้าหน้าที่ไม่ให้เกิดทางเข้ากรุงเทพฯ นายปณิธาน กล่าวว่า  ได้พูดคุยในภาพรวมในส่วนของภูมิภาคทั้งหมด และกำชับวางมาตรการต่างๆ โดยหลักๆ จะมี 2 ส่วนที่จะต้องเดินไปด้วยกันคือ ส่วนของการบังคับใช้กฎหมายและส่วนของการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ส่วนมีจังหวัดไหนที่จะต้องจับตาเป็นพิเศษหรือไม่นั้น  ไม่มี เพราะจะให้น้ำหนักกับทุกจังหวัดที่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่บางจังหวัดอาจจะมีเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับขบวนการที่ต่อต้านสถาบันและกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงในบางกลุ่มจังหวัด ซึ่งที่ประชุมได้สั่งการให้ผู้ว่าฯและหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเป็นพิเศษ เพราะมีการปลุกระดม ใช้คำพูดที่ยั่วยุและกระทบต่อสถาบัน ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าเป็นจังหวัดไหน ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีข้อมูลอยู่แล้ว นอกจากนี้ก็จะมีการเก็บข้อมูลแต่ละจังหวัดมาประเมินการดำเนินการเป็นระยะๆ ซึ่งที่ผ่านมาหลายจังหวัดก็ทำหน้าที่ได้ดี โดยที่ประชุมได้พยายามกระตุ้นให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดให้ความร่วมมือด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กังวลกับกรณีที่คนเสื้อแดงเปลี่ยนไปใส่เสื้อสีอื่นหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า มีการคุยกันที่ ศอฉ.เมื่อเช้านี้ แต่จะมีความชัดเจนภายหลังการประชุม ศอฉ.ในช่วงค่ำวันนี้ว่า การดูแลคนที่เปลี่ยนแปลงเสื้อจะทำอย่างไร ทั้งนี้บางคนมีบัตรประจำตัวในการชุมนุมก็จะใช้เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งในการแยกแยะ และเข้าใจว่าคนที่มาชุมนุมจะมีหัวหน้ากลุ่มรวมทั้งอยู่กันเป็นพื้นที่ ดังนั้นถ้าเปลี่ยนเสื้อก็อาจจะไม่ยากกับการระบุ ส่วนการเคลื่อนไหวก็จะดูว่าเขาออกมานอกพื้นที่หรือไม่ ถ้าเขาอยู่ในราชประสงค์ก็จะอนุมานว่าเขามาชุมนุมแต่ถ้าอยู่นอกพื้นที่ก็จะมีมาตรการเฝ้าระวัง ส่วนคนที่ชุมนุมนอกพื้นที่ราชประสงค์ก็จะมีมาตรการในการแยกแยะ

 นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้จับกุมกลุ่มบุคคลที่ไปชุมนุมโดยผิดกฎหมายที่บ้านพักนายอภิสิทธิ์ ซอยสุขุมวิท 31 จำนวน 8 คน และได้ออกหมายเรียกแกนนำมวลชนที่นำมวลชนไปด้วย ซึ่งเข้าใจว่าแกนนำนั้นเป็นหัวหน้าวินมอเตอร์ไซด์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีไม่สามารถกลับไปนอนที่บ้านได้อีกแล้วใช่หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า การจับกุมคนที่จะไปคุกคามนายกฯและครอบครัวเป็นสัญญาณว่าเราจะไม่นิ่งนอนใจ และ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ถ้าพบอีกก็จะดำเนินการอีก ดังนั้นจะเห็นความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานร่วมกันและจะใช้วิธีแบบนี้ไปเรื่อยๆ

 ส่วนสาเหตุที่ไม่ให้กรุงเทพมหานครซึ่งดูแลวินมอเตอร์ไซด์ดำเนินการกับวินมอเตอร์ไซด์ที่เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงนั้น นายปณิธาน กล่าวว่า ทาง ศอฉ.กำลังจะมีหลายมาตรการออกมา ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจก็มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยโดยตรง คงจะประสานกับส่วนต่างๆที่จะทำงานได้ เพราะจาก 90 กว่าคน ที่ถูกออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวที่ ศอฉ.นั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นวินมอเตอร์ไซด์ เช่น เจ้าของวินและคนในวิน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี และได้รับประโยชน์อย่างมากจนทำให้ทราบว่าทำไมเขาจึงออกมาเรียกร้องและมีเงื่อนไขอะไร เราก็จะไปแก้ไขตรงนั้น

 ส่วนกรณีที่นางอองซาน ซูจี ผู้นำการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าระบุว่า ขอให้ดูประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่มีวิกฤติต่อเนื่องจากการรัฐประหาร 2549 แล้วก็มีรัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยทหารจนทำให้ประเทศไทยใกล้เหมือนประเทศพม่านั้น นายปณิธาน กล่าวว่า เราก็รับฟังความปรารถนาดีของผู้นำต่างๆที่เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองไทย แต่ ยืนยันว่าสถานการณ์การเมืองไทยก็เหมือนประเทศเหล่านั้นที่เป็นเรื่องภายในของคนไทยที่จะต้องหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับคนไทย ตนคิดว่าคนไทยคงไม่รู้สึกว่าประเทศไทยจะเข้าใกล้เหมือนประเทศพม่า และไม่เหมือนกันเลย เพราะเรามีระบบประชาธิปไตยมายาวนาน หลายประเทศยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเลย นอกจากนี้ประเด็นหนึ่งของการรับรู้ข่าวสารของต่างประเทศเราคงต้องทำเพิ่มมากขึ้น เพราะบางประเทศอาจได้รับข้อมูลไม่มาก เนื่องจากในเรื่องของภาษาและช่องทางการสื่อสารที่ถูกปิดกั้นโดยระบบ ฉะนั้นข่าวสารก็อาจจะไม่ครบถ้วน ดังนั้นในภูมิภาคเดียวกันก็อยากให้คนไทยพูดคุยกับเพื่อนบ้านด้วยปากต่อปากด้วย อย่างไรก็ตามมีผู้นำหลายประเทศที่ให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีโดยสัปดาห์หน้าจะมีผู้นำที่จะเดินทางมาให้กำลังใจด้วย โดยเรากำลังจัดตารางเวลาของนายกฯอยู่

 นายปณิธาน ยังกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ป่วยหนักจนใกล้จะเสียชีวิตด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการแก้ปัญหาในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนรวมทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้า เข้าใจว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ติดตามผู้ที่ต้องคดีมาดำเนินคดีคงจะมีข้อมูล แต่รัฐบาลไม่ได้ดูแลเรื่องนี้