
แห่พิสูจน์พระพุทธรูปโผล่ใต้ต้นโพธิ์เชื่อสมัยอยุธยา
ประชาชนพากันเดินทางไปพิสูจน์พระพุทธรูปโผล่ใต้ต้นโพธิ์วัดเมืองกรุงเก่า เชื่อไม่มีใครนำมาฝัง ชาวบ้านเผยไม่เคยเห็นมาก่อน ชี้ความศักดิ์สิทธิ์ฟังผ่าติดต่อกัน 3 ครั้งต้นไม้ไม่เป็นอะไร เจ้าอาวาสเตรียมกั้นรั้ว ห้ามเข้าทรง
จากกรณีที่พบพระพุทธรูปเนื้อปูน โผล่ขึ้นมาที่บริเวณต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่ ภายในวัดไทรน้อย ม 5 ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา โดยพบว่าพระพุทธรูปดังกล่าวโผล่ขึ้นมาเฉพาะเศียรทั้งหมด ลงไปถึงหน้าอก ใบหน้ายิ้ม โดยเบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าเคยมีคนเห็นเศียรพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมาพ้นดินที่ใต้ต้นโพธิ์นานมาแล้ว โดยเห็นเฉพาะช่วงเกศลงไปแต่ไม่เต็มใบหน้า จึงไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ถูกทิ้งเอาไว้ แต่ต่อมาเมื่อหลายเดือนก่อน ก็สังเกตเห็นว่าพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมาเกือบครึ่งองค์แล้ว โดยสามารถมองเห็นถึงหน้าอก จึงเชื่อว่ามีพระพุทธรูปเต็มองค์ประดิษฐานอยู่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ โดยชาวบ้านที่มาพบเห็นต่างมากราบไหว้และผูกผ้าสีให้ ซึ่งก็มีหลายคนที่มีโชคลาภไปตามๆกัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 เม.ย.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสังเกตการณ์ที่วัดไทรน้อย พบว่ามีประชาชนจำนวนมากมายืนชมพระพุทธรูปซึ่งโผล่พ้นดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินดินเกาะลำต้นของต้นไม้ โดยทางวัดได้นำกระถางธูป และธูปเทียนมาให้บริการประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่พากันวิพากย์วิจารณ์กันว่าเป็นการสร้างภาพ นำพระมาทิ้งเอาไว้หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทุกคนแสดงความคิดเห็นเหมือนกันคือไม่มีร่องรอยของการกลบหรือฝันเอาไว้ แต่น่าเชื่อได้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นมานานแล้ว อาจจะถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาด้วยซ้ำไป ซึ่งหลายคนมาดูแล้วก็ปีนเข้าไปดูที่พระพักตร์พร้อมทั้งทำการขอเลขเด็ดตามธรรมเนียม
นางบุญช่วย นวลปลั่ง อายุ 39 ปี บ้านอยู่ 10 ม. 6 ต.ไทรน้อย ซึ่งบ้านอยู่ไม่ไกลจากวัดไทรน้อย เปิดเผยว่าตนมานั่งเล่นที่ใต้ต้นโพธิ์บ่อยมาก โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็มีร้องรำทำเพลง ก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่าบริเวณใต้ต้นโพธิ์มีพระพุทธรูปอยู่ จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีพระโผล่ก็มาดู ส่วนนางมาลี บุญญาสวิน อายุ 58 ปี บ้านอยู่ใกล้กับวัดเช่นกัน กล่าวว่ามาที่วัดบ่อยมาก ล่าสุดก็มางานบวช และเป็นคนนำผมของนาคใส่ใบตองเอาไปไว้ใต้ต้นโพธิ์ ก็ไม่เห็นพระพุทธรูปดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก
นายบุญเทิน เรืองสุคนธ์ อายุ 47 ปี บ้านอยู่ 40 ม.6 ต.ไทรน้อย ซึ่งมาช่วยงานที่วัดไทรน้อยเป็นประจำ เปิดเผยว่าไม่เคยสังเกตเห็นว่ามีพระพุทธรูปอยู่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ และที่ข้างต้นโพธิ์มีต้นยางขึ้นอยู่ เคยมีปรากฎการณ์ฟ้าผ่าลงมาที่ต้นยางติดต่อกัน 3 ครั้งแล้ว ไม่เป็นอะไร ขนาดต้นยางผ่าเป็นซีก แต่ก็กลับมาเล่นได้อีก โดยที่ต้นยางและต้นไทรไม่เป็นอะไร
พระภูมิรัตน์ สุทธิญาโน อายุ 47 ปี เจ้าอาวาสวัดไทรน้อย เปิดเผยว่าหลังจากที่ชาวบ้านทราบข่าวและเดินทางมาชมพระพุทธรูปที่โผล่ออกมาจากต้นโพธิ์ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ปินขึ้นไปบนเนินดิน เพื่อดูว่ามีการนำพระมาฝังหรือไม่ และหลายคนก็ถือโอกาสขอเลขเด็ด ซึ่งการปีนป่ายอาจจะทำให้พระพุทธรูปชำรุดได้ จึงได้สั่งการให้กรรมการวัดช่วยกันออกแบบป้ายห้ามมีการเข้าทรง และทำรั้วล้อมเอาไว้ให้ประชาชนยืนดูห่างๆ เนื่องจากเกรงว่าเดินขึ้นไปบนเนินดินอาจจะทำให้ดินพังทลาย หรือองค์พระเสียหายได้ และหลังจากนี้ไปก็จะเรียกว่า หลวงพ่อยิ้ม เนื่องจากพระพักตร์ของพระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะยิ้มนั่นเอง



