
รองปลัดมท.ชี้สังคมไทยวิกฤติอารมณ์ต้องเยียวยาด่วน
รองปลัดมท. ชี้ สังคมไทยวิกฤติอารมณ์ แตกแยก เห็นแก่ตัว ขาดคุณธรรม ต้องเยียวยาด่วน แนะทางรอด ดึงชุมชนเป็นเหมือนโรงเรียนฝึกประชาธิปไตย สสส.หวัง สร้างฐานเข้มแข็งให้ชุมชน-ตำบลก่อน นำไปสู่สังคมน่าอยู่ ปลูกจิตสำนึกรัก สามัคคี ร่วมคิด ร่วมทำ
(25เม.ย.) นายสมพร ใช้บางยาง รอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการเรียน รู้การสร้างสุขภาวะชุมชนโดยชุมชนระดับตำบล กล่าวว่า คณะกรรมการส่งเสริมการ เรียนรู้การสร้างสุขภาวะชุมชนโดยชุมชนระดับตำบล จัดตั้งขึ้นโดย แผนงานสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ต้อง การเข้าไปมีส่วนร่วมวางแผน และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านต่างๆให้เกิดกระบวนการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะตอนนี้สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้ง แตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีระบบทุนนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้สังคมขาดความเข้มแข็ง กลายเป็นสังคมอารมณ์ เพราะคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ขาดความเสมอภาค ขาดคุณธรรม
นายสมพร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาวิกฤติดังกล่าว ต้องมอง ว่าจะทำอย่างไรให้ท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็ง เพราะที่ผ่านมา ชนบท ท้องถิ่น ได้รับการเหลียวแลน้อยกว่าคนในเมือง ดังนั้นควรเริ่มจาก การปลูกจิตสำนึกให้คนมีความรัก ความสามัคคี ไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตน ซึ่งสังคมไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งระบบสวัสดิการ การเรียนรู้ด้านต่างๆ การ ใช้ศาสนากล่อมเกลาจิตใจ แต่กลับไม่ยอมนำออกมาใช้ ทั้ง ที่การปลุกจิตสำนึกให้กับชุมชน เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะต่อไปชุมชนจะสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือนโรงเรียนฝึกประชาธิปไตยได้
นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ อำนวยการแผนงานสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สสส. กล่าว ว่า ทางออกของสังคมตอนนี้ต้องมีการขับเคลื่อนให้เกิดชุมชน เข้มแข็งก่อน โดยการใช้พื้นที่ในการพัฒนาชุมชน ดูศักยภาพชุมชนท้องถิ่น หมู่บ้าน ตำบล ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ซึ่ง องค์กรหลักๆ ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ถึงแม้จะทำหน้าที่เสริมสร้างให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง แต่อาจทำงานภายใต้กรอบและเวลา ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน ให้เกิดการทำงานอย่างลงตัว อย่างไรก็ตาม การ ทำให้ชุมชนเข้มแข็งเพื่อพัฒนาไปสู่ตำบล และสังคมที่น่าอยู่นั้น ต้องเริ่มจากองค์ประกอบหลักๆ
คือ 1.การพัฒนาระบบข้อมูลในพื้นที่ 2.ส่ง เสริมการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ 3. ดึงความรู้ที่มีอยู่เดิมออกมาปรับใช้ผ่านแหล่งเรียนรู้ เพื่อ นำมาสู่การขยายผล 4. การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ใหม่ โดยผ่านเครือข่าย สถาบัน องค์กรหลักในท้องถิ่น 5. สังเคราะห์นโยบายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ เช่น ข้อบัญญัติท้องถิ่น ธรรมนูญสุขภาพ และ6. ทำการสื่อสารทั้งในและนอกพื้นที่ เช่น ประชาคม สำนักข่าวชุมชน วิทยุชุมชน นสพ.ชุมชน ซึ่งหากทำได้ อย่างนี้แล้วจะทำให้เกิดตำบลที่น่าอยู่ เพราะคนในชุมชนสามารถพึ่งพาช่วยเหลือตัวเองได้



