
นายกฯไทยในอนาคต...ต้องได้ทั้งบุ๋นและบู๊
หลังจากที่คณะราษฎรซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนในนานาอารยประเทศ เกิด ร้อนวิชาประชาธิปไตย รวมหัวกันยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากในหลวงรัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ทั้งๆ
ที่คนไทยส่วนใหญ่หามีความรู้ความเข้าใจ และเข้าถึงความเป็นประชาธิปไตยในความหมายที่ว่า “อำนาจ” เป็นของประชาชน และเพื่อประชาชน ตามที่คณะผู้ยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์อ้างถึงแต่อย่างใด นั้น... ทำให้เกือบ 80 ปีที่ผ่านไป คนไทยกลุ่มหนึ่งที่มีเงิน มีความรู้ และมีกำลังอำนาจเหนือประชาชนทั่วไป ฉกฉวยโอกาสใช้วิธีที่แยบยลหลอกล่อประชาชน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแทนพระมหากษัตริย์ในนาม “รัฐบาล” โดยมีหัวหน้าคณะรัฐบาลครองตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของคณะรัฐบาล สืบต่อกันมาจนบัดนี้เป็นรัฐบาลชุดที่ 59 และนายกรัฐมนตรีคนที่ 27
ตลอดระยะเวลา 78 ปีนับจากนั้น เรามี “นายกรัฐมนตรี” ที่มาจากอดีตนายทหาร และพลเรือนที่เป็นอดีตข้าราชการ นักกฎหมาย ครูอาจารย์ และนักธุรกิจที่พลิกบทบาทตัวเองมาเป็นนักการเมือง สับเปลี่ยนกันขึ้นครองอำนาจไม่ต่างไปจากอำนาจเป็น “สมบัติผลัดกันชม” คนที่ขึ้นมาเป็น นายกรัฐมนตรี ต่างก็มีพื้นฐาน ความรู้ความสามารถคนละด้าน ยามใดที่มีนายกรัฐมนตรีมาจากนายทหาร สังคมไทยจะสงบเสงี่ยม ประชาชนเหมือนจะมีวินัย หวาดเกรงความเด็ดขาดของผู้นำ ยามนั้นความเจริญเติบโตทางธุรกิจก็จะชะลอตัวลง ครั้นได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากนักการเมืองหรือนักธุรกิจ สังคมไทยก็จะคึกคัก ประชาชนเหมือนมีเสรีภาพอย่างเต็มที่ ธุรกิจที่เคยหลับจะตื่นตัวขึ้น การคอรัปชั่นก็โผล่สะพรั่ง สังคมที่เคยเป็นระเบียบก็เข้าสู่วงรอบความเน่าเฟะจนยากจะควบคุม
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ขีดความสามารถของนายกรัฐมนตรีแต่ละยุคนั้น แตกต่างกันไปตามพื้นฐานความรู้ของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ละคน เหมือนวันนี้ เรามี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากนักการเมือง ขาดประสบการณ์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่ก็โชคดีที่นายกรัฐมนตรีมีทีมนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความสามารถ จึงสามารถคลี่คลายปัญหาทางด้านเศรษฐกิจไปได้ แต่ปัญหาทางด้านความมั่นคงนั้น คงต้องบอกว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ “สอบตก” ที่ไม่สามารถแก้ปัญหากลุ่มคนเสื้อแดงได้...หากโชคดีมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ผมจะเลือก นายกรัฐมนตรี ที่มีความพร้อมเรื่อง “บุ๋น” และ “บู๊” ครับ
คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาศ ทักษณา



