ข่าว

อภิสิทธิ์-อนุพงษ์ออกทีวีร่วมกันในรายการ"เชื่อมั่น"

อภิสิทธิ์-อนุพงษ์ออกทีวีร่วมกันในรายการ"เชื่อมั่น"

25 เม.ย. 2553

นายกรัฐมนตรีพร้อมผบ.ทบ.ออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยฯ" ยันไม่ได้นิ่งเฉยในการแก้ปัญหาการชุมนุม การทำงานของรัฐบาลและกองทัพมีความเป็นเอกภาพ ด้านผบ.ทบ.ขอให้เชื่อมั่นกองทัพยังเป็นกองทัพของชาติ กองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นของประชาชน

วันนี้ (25 เม.ย.) เวลา 09.00 น. ณ ศาลากิตติสุข กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 65 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

  ช่วงที่ 1ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติคะดิฉัน สายสวรรค์ ขยันยิ่ง วันนี้ทำหน้าที่ดำเนินรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” โดยได้รับเกียรติให้มาสัมภาษณ์ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี และท่านผู้บัญชาการทหารบก ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์บัญชาการในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่นี่ รวมไปถึงการทำงานของคณะรัฐบาล ก็ยังใช้สถานที่ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ดำเนินการต่าง ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง วันนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณทั้งสองท่านค่ะที่ให้เกียรติมาสัมภาษณ์ในวันนี้ เพราะเชื่อเหลือเกินว่าหลาย ๆ ท่านจะมีคำถามอยากได้ยินคำตอบและการชี้แจงในหลาย ๆ ประการท่ามกลางพัฒนาการของการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ซึ่งก็ดำเนินมาเกิน 1 เดือนเข้าไปแล้ว ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้ รวมไปถึงท่านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านนายกฯ คะวันนี้ปรากฏตัวพร้อมกับท่านผบ.ทบ. จัดลำดับโครงสร้างศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตกลงท่านผบ.ทบ.มีอำนาจเด็ดขาดแค่ไหนอย่างไรคะ

 นายกรัฐมนตรี หลักง่าย ๆ นะครับ คือว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร เป็นนายกรัฐมนตรี การบริหารงานต่าง ๆ ก็ดำเนินการไปตามปกติ ผมต้องย้ำนะครับวันนี้ปัญหาของประเทศ ไม่ใช่มีเฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉิน มีปัญหาทุกปัญหา ผมทำหน้าที่ไป ในการประกาศภาวะฉุกเฉินจะต้องมีทั้งหน่วยงานที่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และโครงสร้างของการจัดลำดับความรับผิดชอบ ในส่วนของบนที่สุดก็จะต้องเป็นฝ่ายการเมือง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่ในการกำกับการปฏิบัติงาน และผมเองนั้นแม้ว่ามอบอำนาจท่านรองนายกฯ สุเทพในฐานะที่ดูแลฝ่ายความมั่นคงหรือว่าเป็นในฐานะผู้กำกับตามกฎหมายฉบับนี้ก็ตาม เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ ผมก็ยังติดตามและช่วยในการทำงานในการดูแลทุกอย่าง ทีนี้พอถัดลงมาก็จะเป็นสิ่งที่กฎหมายเรียกว่าหัวหน้าผู้รับผิดชอบ หัวหน้าผู้รับผิดชอบก็จะเป็นผู้ที่จะมีอำนาจในการสั่งการหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะในระดับเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง เดิมนั้นท่านรองนายกฯ สุเทพท่านรับหมดเลยงานที่จะทำตรงนี้ แต่พอสถานการณ์มันมีพัฒนาการไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพฤติกรรมของการก่อการร้าย จากเดิมซึ่งเหมือนกับเป็นการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งอาจจะมีความรุนแรง แต่มันพัฒนามาเป็นลักษณะของการก่อการร้าย ก็ได้ตัดสินใจว่าถ้าเช่นนั้นการกระชับการทำงานในระดับล่าง ในระดับของเจ้าหน้าที่มีความจำเป็น เพราะเห็นว่าผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ คือท่านผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งวันนี้ท่านก็มาร่วมรายการด้วย เพราะผมคิดว่ามันก็มีอยู่หลายเรื่องซึ่งพี่น้องประชาชนก็ตั้งคำถามบ้าง สงสัยบ้าง และมีความไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในภาพรวมด้วย ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เป็นสถานการณ์ปัจจุบันด้วย และบางคนก็คิด บางทีก็คิดกันไปต่าง ๆ นานา เรื่องกองทัพ เรื่องรัฐบาล ก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่มานั่งคุยกันเพื่อให้เห็นภาพว่า สิ่งที่เรากำลังทำเป็นอย่างไร ทั้งรัฐบาลทั้งกองทัพ หรือ ศอฉ. มองสถานการณ์อย่างไร และจะแก้ไขกันอย่างไร

 ผู้ดำเนินรายการ ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม ที่มีการมาชุมนุมรวมตัวกันของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือว่ากลุ่มเสื้อแดง ผ่านมา 42 วันแล้ว และทางรัฐบาลก็รับมือด้วยการใช้กฎหมายพิเศษ เริ่มตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ขยับมาเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่มาถึงวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีประเมินอย่างไรในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายก็ดี รวมไปถึงการมองปัญหาและควบคุมปัญหาด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่มี มันสมเหตุสมผลแล้วหรือยังคะ

 นายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเราอยากจะให้เห็นภาพรวมอย่างนี้ก่อนนะครับ ภาพที่ชัดเจนหลังจากเหตุการณ์ผ่านมา 40 กว่าวันหรือจะนานกว่านั้นแล้ว เราต้องยอมรับว่ามันเริ่มมีภาพเล็ก ๆ ที่มาประติดประต่อกันชัดเจนขึ้น ช่วงแรกจำได้ไหมครับมันจะมีการชุมนุมในทางการเมืองอยู่ ก็ไม่ค่อยชัดเจนนักว่ากลุ่มนี้โยงกับกลุ่มไหนอย่างไรบ้าง และการทำงานของสภาฯ ก็มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และก็มีคนไปยิงระเบิด ยิงเอ็ม 79 หรือไปวางระเบิดตามที่ต่าง ๆ ก็อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจนว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น แต่ต่อมาก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว ฝ่ายค้านก็ขึ้นเวที พูดง่าย ๆ ก็เป็นประกาศในการที่จะร่วมทำงานการต่อสู้ พร้อม ๆ กันนั้นเหตุการณ์อย่างน้อย ๆ 2 เหตุการณ์ในระยะหลัง 10 เมษายนแน่นอน และเมื่อ 2 วันก่อนที่สีลม เห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่มที่ใช้กำลัง ใช้อาวุธสงคราม อยู่ในพื้นที่ของการชุมนุม และก็มีการแสดงความรุนแรง

 ผู้ดำเนินรายการ อันนี้สรุปแล้วหรือคะ

 นายกรัฐมนตรี ผมว่าเมษายนขณะนี้ คนเห็นคลิปเยอะมากแล้วนะครับ ที่เราเห็นภาพชัดเจนว่ากลุ่มคนเสื้อดำปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ และก็อยู่ในวงล้อมของกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่ง ผมยังยืนยันว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเราไปเหมารวมว่าเขาเหมือนกันหมดไม่ได้ แต่อยู่ตรงนั้น กรณีของสีลม ผมคิดว่าข้อมูลที่เรามีที่ละเอียดที่สุดล่าสุดก็น่าจะบ่งบอกว่ามีการยิงออกมาจาก 2 จุด และหนึ่งในจุดนั้นก็ชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มของพื้นที่ของการชุมนุม เพราะฉะนั้นเราจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นที่เป็นกระบวนการ มองในแง่ร้ายก็บอกภาพมันน่ากลัวมากขึ้น แต่อีกแง่หนึ่งพัฒนาการของการแก้ปัญหาจากการที่เราใช้กฎหมายความมั่นคง และต่อมาก็มาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะนี้ต้องบอกว่า หนึ่ง การทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ทำได้มากขึ้น เดิมทีมีเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งให้ข้อมูลในลักษณะที่ยุยงระดมปลุกปั่นทั่วประเทศ ในขณะนี้ผมคิดว่าประชาชนทั่วประเทศได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงคืออะไร เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าลักษณะของปัญหาที่มันเหมือนกับแพร่กระจายไป และก็ทำให้สถานการณ์ของการชุมนุมนั้น ควบคุมค่อนข้างจะได้ยาก มันเริ่มเปลี่ยนไปในลักษณะที่ถูกขีดวง จำกัดวงมากขึ้น แน่นอนครับบังเอิญการจำกัดวง หัวใจของมันตรงนี้มาอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการค้าของกรุงเทพฯ ของประเทศไทย มันก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนมาก แต่ผมก็อยากจะย้ำว่าตรงนี้ที่ขณะนี้ที่เป็นปัญหาก็คือว่า สังคมได้รับข่าวสารมุ่งที่สี่แยกนี้ และก็มีความคิด ว่า การแก้ปัญหา พูดง่าย ๆ ก็บอกรอคอยการสลายการชุมนุม และน้ำหนักก็ทิ้งมาที่ทางกองทัพเป็นพิเศษ ผม อยากจะบอกว่าแนวการแก้ปัญหาที่เราทำมาตลอดเดือนกว่า ๆ มันเป็นการแก้ปัญหาของประเทศ และวันนี้ปัญหาของการเคลื่อนไหว การก่อการร้ายต่าง ๆ มันไม่ใช่ปัญหาของราชประสงค์ มันเป็นปัญหาของประเทศ เพราะฉะนั้นการจะดำเนินการอะไรเพื่อแก้ปัญหา เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ว่าแค่มีว่าพื้นที่ราชประสงค์กลับคืนสู่ภาวะปกติ เป้าหมายจะเป็นของรัฐบาล จะเป็นของ ศอฉ. ก็คือนำความปกติและความสงบกลับคืนมา ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้อหหมายความว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร แต่อยากจะบอกว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร เป้าหมายสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่แค่สี่แยกราชประสงค์อยู่ที่ความสงบสุขของสังคมไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นจุดที่ผมต้องยืนยันนะครับกฎหมายพิเศษจำเป็น ขณะนี้ยังจำเป็นอยู่ การที่เราต้องตั้งด่านแข็งแรง เพื่อที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะถูกชักจูงเข้ามา เราก็จำเป็นต้องใช้ การที่จะช่วยไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกระทบกับความมั่นคง กระทบต่อสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้

 ผู้ดำเนินรายการ ด้วยการควบคุมที่มีเนื้อหาที่

 นายกรัฐมนตรี เราไม่ใช้คำว่าควบคุมสื่อล่ะครับ อำนาจตามกฎหมายจะเขียนชัดว่าไม่ให้มีการเสนอข่าวสารที่กระทบต่อหรือทำให้สถานการณ์ฉุกเฉินหรือความมั่นคงกระทบกระเทือนในทางที่เสียหาย เพราะฉะนั้นสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ โดยทั่ว ๆ ไปก็เสนอรายงานตามปกติ ระมัดระวังเพียงแต่ว่าอย่าไปเป็นเหยื่อของคนที่มาปลุกปั่นให้สถานการณ์เลวร้ายลง แม้กระทั่งการออกข่าวจากที่นี่ ผมก็จะต้องคุยกัน ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์จะต้องระมัดระวังมากว่าไม่ใช่อะไร ๆ ก็ทีวีพูล ๆ บางครั้งการให้ข่าวของผมก็ให้สัมภาษณ์บ้าง จัดเป็นรายการเฉพาะบ้าง แต่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นพูลเสมอไป ที่ให้เห็นภาพตรงนี้ก็อยากจะบอกว่าอยากจะให้เห็นว่าพัฒนาการของสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา ผมยืนยันว่าขณะนี้พอความชัดเจนของปัญหามันปรากฏขึ้นโดยลำดับ ผมคิดว่าขณะนี้ภาพต่อสมบูรณ์แล้ว การแก้ไขปัญหามีการวางแนวการเตรียมการการวางแผนอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่ามันคงไม่ถูกใจทุกฝ่ายที่คิดว่ามันแก้ได้โดยวิธีนี้ มันแก้ได้โดยวิธีนั้น ซึ่งการคิดร่วมกันและการที่จะปฏิบัติไปสู่เป้าหมายตรงนี้ รัฐบาลก็ดี และก็ไม่ใช่เฉพาะกองทัพ วันนี้และเมื่อสองวันนี้ในส่วนของตำรวจก็ดี ในส่วนของฝ่ายปกครองก็ดี รัฐบาลกำลังดำเนินการให้สอดรับถึงความพร้อมในการที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป

 ผู้ดำเนินรายการ ดูเหมือนว่าภาพต่อของสิ่งที่ท่านนายกฯ บอกว่าจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จก็คือก่อการร้าย อันนี้คือท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อมโยงกลุ่มผู้ชุมนุมและการขับเคลื่อนเป็นกระบวนการกับการก่อการร้าย

 นายกรัฐมนตรี คือผมบอกได้เลยนะครับว่าชื่อต่าง ๆ ที่ปรากฏออกมาในเหตุการณ์มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือต่างคนต่างทำ จะเป็นชื่อเสธ.แดง จะเป็นชื่อพล.อ.ชวลิต จะเป็นชื่อแกนนำผู้ชุมนุม เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าขณะนี้เราเห็นชัดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ว่าคนนี้วันนี้เกิดมาทำอย่างนี้ วันนี้อีกคนมาทำอีกอย่าง ไม่ใช่ มันเชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุผลนี้เราจะเห็นว่าการแก้ปัญหามันจึงไม่ใช่เฉพาะปัญหาในพื้นที่การชุมนุม มันมีพื้นที่สื่อ สื่อต่างประเทศบ้าง นักการทูตบ้าง พื้นที่สื่อในประเทศ พื้นที่ที่เกี่ยวกับมวลชนในภูมิภาค ตรงนี้ครับการแก้ปัญหา ถ้าเราคิดว่าไปแก้ที่จุดใดจุดหนึ่ง มันไม่ใช่ ผมแก้ สมมตินะครับแก้ตรงราชประสงค์ ผมก็ต้องดูแลด้วยว่าไม่ใช่ไปเกิดในพื้นที่สื่อต่างประเทศ ไปเกิดพื้นที่ในสภาฯ ซึ่งทำให้สถานการณ์ไม่สงบ และรุนแรงมากขึ้น เราจึงจำเป็นจะต้องแก้ให้มันครบทั้งวงจรตรงนี้

 ผู้ดำเนินรายการ ที่ผ่านมามีจุดไหนไหมคะที่ท่านนายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นจุดที่อาจจะพลาดพลั้งไป หรือว่าเป็นจุดที่รัฐบาลอาจจะตัดสินใจคลาดเคลื่อนไปจนเป็นเหตุให้มีพัฒนาการมากขึ้น หรือรุนแรงขึ้น มีจุดไหนไหมคะที่ผ่านมา

 นายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้มองในเชิงรุนแรงมากขึ้น แต่ว่าถ้าถามว่ามีจุดไหนบ้าง ซึ่งเรามองย้อนกลับไป จริง ๆ ผมก็แสดงความเสียใจต่อสาธารณะอย่างชัดเจนเลย

 ผู้ดำเนินรายการ ขอโทษไหมคะ

 นายกรัฐมนตรี คือทุกครั้งที่มีความสูญเสียเกิดขึ้น ทีนี้ความเสียใจ และถ้าบอกว่ามีความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ผมก็ต้องยืนยันว่าเป็นเรื่องของการประเมินต่ำเกินไป เช่น ในเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน ยอมรับว่าไม่เคยคิดครับว่าจะมีกองกำลังซึ่งเตรียมความพร้อม ๆ ที่จะมีการดำเนินการจนกระทั่งสูญเสียทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ และฝ่ายประชาชน และล่าสุดที่สีลม เราก็เป็นห่วงอยู่แล้วในแง่ว่าเมื่อมีกลุ่มคนสองกลุ่มอยู่ใกล้กัน ก็วางมาตรการ คืนแรกดูแล้วยังมีปัญหา คืนที่สองก็กำชับชัดเจนมากขึ้นว่าทำอย่างไรมีระยะห่าง มีคนกั้นอยู่ แต่ประเมินนึกไม่ถึงครับว่าจะมีคนสามารถที่จะใช้อาวุธแบบนี้ทำกับประชาชนที่เขามาชุมนุมหรือมาอยู่อย่างบริสุทธิ์ โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ของการที่เรียกว่าชุลมุนกันในจุดที่ว่าปะทะกันเลย คิดไม่นึกครับ ยอมรับอันนี้ และผมคิดว่าทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี้ก็เสียใจด้วยกันทั้งสิ้น และก็มีความทุกข์ และผมก็ทราบดีเลยว่าทำให้เกิดอารมณ์กับสังคมในวงกว้าง บางคนถึงขั้นต่อว่าต่อขาน ตำหนิติติงว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เกิดการสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อย่างนี้อีกเท่าไหร่อย่างไร ผมยืนยันนะครับว่าไม่มีใครต้องการที่จะเห็นอย่างนั้นแน่นอน แต่ว่าอย่างที่ผมย้ำอีกครั้งครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์อย่างเดียว และผมยืนยันว่าข่าวคราวที่มันสับสน บางทีอาจจะต้องสอบถามจากท่านเอง ที่บอกว่าตกลงสลาย ไม่สลาย ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นอยู่ว่าจะแก้ปัญหาต้องทำอะไรบ้าง ยิ่งเป้าหมายสุดท้ายเป้าหมายหนึ่งแน่นอน คือการคืนพื้นที่ให้กับประชาชน แต่อะไรก่อนหลัง จังหวะเวลาทำเมื่อไหร่ อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถที่จะมาตอบกันตรงนี้ได้ว่าคืนนี้ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าจะต้องแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น

 ผู้ดำเนินรายการ 1-2-3 บอกไม่ได้ แต่ก็ประเมินสถานการณ์การพัฒนาการแบบวันต่อวัน

 นายกรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่ว่านั่งอยู่เฉย ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่านั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร ผมก็นั่งทำงานอยู่ ผมว่าแต่ละวันไม่น่าจะต่ำกว่า 14-15 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

 ผู้ดำเนินรายการ ต้องเรียนถามท่านพล.อ.อนุพงษ์บ้างนะคะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มองว่าทาง ศอฉ. ก็มีมาตรการในการที่จะกดดันผู้ชุมนุม เราอาจจะบอกว่าขอคืนพื้นที่อะไรต่าง ๆ มันก็เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนมาจนกระทั่ง 22 ก็ดี หรือว่าตลอดระยะเวลาของการที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตรงแยกราชประสงค์ ก็มีข่าวหนาหู เดี๋ยวจะวันนั้น เดี๋ยวจะวันนี้จะขอคืนพื้นที่หรือจะสลายไม่สลาย นับตั้งแต่ท่านผู้บัญชาการทหารบกมาดูแลเรื่องนี้ มีความคิดหรือว่ามีจุดยืนในเรื่องของการที่จะทำให้การชุมนุมนั้นหมดไปอย่างไรคะ

 ผู้บัญชาการทหารบก โดยในกรอบใหญ่ที่ท่านนายกฯ ได้เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าการทำอะไรมันทำแล้วให้มันหมดไปคือความสงบสุขคืนสู่สังคม เราก็จะทำในเรื่องนั้นตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในขณะนี้ถ่ายทอดลงมาในกรอบของ ศอฉ.อยู่ขณะนี้ รวมกันเป็นว่าเราพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกอย่างมันกลับคืนสู่สภาพความสงบสุข อันนี้เป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ทีนี้ถามว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรนั้นจะเป็นภาพใหญ่อย่างที่ท่านนายกฯ ได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ ผมจะพูดเพิ่มเติมของท่านนายกฯ เพราะท่านอธิบายไปเยอะแล้วนะครับ เพียงเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง โดยสื่อหรืออะไรก็แล้วแต่ มีมาตรการ อีกส่วนหนึ่งซึ่งผมอดจะพูดไม่ได้คือในส่วนของภูมิภาค แน่นอนว่าคนที่อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์นั้นไม่ได้มาจากกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว มาจากปริมณฑล จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งภูมิภาคด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ช่วยสร้างความเข้าใจให้กับคนในชาติ ว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นมันเป็นอย่างไร แล้วก็ความถูกต้องมันเป็นอย่างไร สิ่งที่เขาได้ยินมาไม่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และเข้าใจจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการที่จะสร้างความสงบสุข ก็คงจะไม่เกิดปัญหา และเมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็เชื่อมั่นว่าที่สี่แยกราชประสงค์ก็คงจะใช้คำว่า คงจะไม่มีความชอบธรรมก็ได้ หรือว่ามันคงจะลดลงไป หรือจะใช้คำว่า มันหดตัวลงไป ซึ่งในตอนนั้นถึงขั้นนั้นถ้าประชาชนผู้บริสุทธิ์เขาไม่อยู่ในกลุ่มนี้ และเราก็สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ต่อผู้ที่ยังอยู่ หรือว่าผู้ที่ผิดกฎหมายก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติจับกุมทำอะไร ก็จะสามารถทำได้ สรุปแล้วก็คือจะทำในสิ่งที่มันทำให้ประเทศชาตินั้นเกิดความสงบสุข ไม่เกิดความสูญเสีย และเป็นไปตามกรอบของนโยบายของรัฐบาล

 ผู้ดำเนินรายการ ท่านผบ.ทบ.คะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน และทางกองทัพก็ต้องเสียมือดีในกองทัพไป กองทัพได้บทเรียนอะไรจากตรงนั้น และหลังจากนั้นมาคาดคิดไหมคะว่าจะเกิดแบบนั้นขึ้นมาอีก

 ผู้บัญชาการทหารบก สิ่งซึ่งเราไม่เคยคาดคิดเลยก็คือว่าในความขัดแย้งในชาติของเราซึ่งมีคนมีความเห็นแตกต่างกัน จะมีการใช้กองกำลังซึ่งมีอาวุธ ติดอาวุธแล้วก็ใช้ ไม่ใช่ติดอย่างเดียวเท่านั้น และใช้อาวุธอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยกระทำต่อทั้งทหารซึ่งไม่สามารถจะใช้อาวุธได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่ของเราที่รอดจากการเสียชีวิตได้บอกว่าก็เห็นคนที่อยู่ในกลุ่มของประชาชน อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถจะใช้อาวุธได้เลย เพราะว่าก็วิ่งกันไปวิ่งกันมา ถ้ายิงก็เกิดโอกาสที่จะพลาดไปโดนประชาชนมีสูง เขาจึงตัดสินใจที่ไม่ใช้ นั่นเป็นเรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่ดีของกำลังพลของเรา ซึ่งเขาไม่อยากทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายต่อไป สิ่งนั้นเป็นสิ่งซึ่งเราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 10 การดำเนินการในช่วงนั้นเราก็ได้แต่ประคองสถานการณ์ให้มันไม่เกิดเหตุรุนแรงเกิดขึ้น และก็ถอนกำลังออกมา แล้วเชื่อว่าสังคมนั้นคงจะได้เชื่อในสิ่งที่ทางสื่อต่าง ๆ ได้เสนอ อันนี้ผมยืนยันว่าสื่อต่าง ๆ ที่ได้ให้ภาพมานั้น มีทั้งสื่อภายในประเทศ สื่อต่างประเทศ เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเขาใช้อาวุธอย่างรุนแรง อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากเรียนให้ทราบ ต่อเหตุการณ์เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็มีการใช้อาวุธดังกล่าวอีก ในวันนั้นท่านนายกฯ ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าเราได้รับมอบภารกิจให้ดูแลย่านสีลม ไม่ให้เกิดการบุกรุกเข้าไปมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทหารก็วางกำลัง รวมทั้งการป้องกันตนเองจากบทเรียนในวันที่ 10 ที่ผ่านมา ว่าป้องกันไม่ให้เขามายิงที่ตั้งของทางทหารได้ และแบ่งหน้าที่อีกส่วนหนึ่งให้ตำรวจได้ดูแลมวลชนสองกลุ่ม ซึ่งมาแสดงความคิดของตัวเอง ค่อนข้างจะมาเผชิญหน้ากัน ตำรวจก็ได้วางกำลังในส่วนนี้และก็ดูแล อย่างไรก็ตามผมเข้าใจว่าตำรวจเอง และเราเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมีคนจิตใจอำมหิตที่จะใช้อาวุธยิงเข้าไปในกลุ่มประชาชนได้ และอย่างที่ทราบบางคนนั้นไม่ได้อยู่ในการชุมนุมด้วย แต่บ้านเรือนเขาอยู่แถวนั้น ก็ได้รับผลกระทบ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่มีจริง และต้องยอมรับว่าขณะนี้มันมีกองกำลัง เพราะฉะนั้นมาตรการทางทหารก็ต้องมีมาตรการเข้มข้นขึ้น และต้องรัดกุมด้วย

 ผู้ดำเนินรายการ ผ่านมาหลายวันแล้วพอจะบอกได้บ้างหรือยังว่ากองกำลังดังกล่าวคือใครกลุ่มไหนอย่างไร รวมไปถึงอาวุธสงครามเหล่านั้น หรือว่าเรามีภาพ ๆ หนึ่งให้ประชาชนหวาดกลัวมากว่าตอนนี้กำลังมีผู้ก่อการร้าย เรากำลังถูกคุกคาม เราไม่ปลอดภัยในประเทศเรา และเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เข้มแข็ง แล้วผู้ก่อการร้ายคือใคร ตรงนี้พอจะมี

 นายกรัฐมนตรี เราคงพูดได้ในระดับหนึ่ง ข้อแรกคือว่ามีบางคนเขาเปิดตัวเขาเองมาตลอด ถูกต้องไหมครับ เขาประกาศมาตั้งแต่อาจจะปลายปีที่แล้วว่าเขากำลังฝึกกองกำลังคนนั้นคนนี้อยู่มาเชื่อมโยงกับทางการชุมนุมทางการเมือง เละผมก็ว่ามีการทำงานที่ตอนหลังก็เปิดเผยพอสมควร ตรงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือจากการที่เราจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันที่ 10 และก็มีการครอบครองอาวุธ ขณะนี้การสอบสวนก็มีการดำเนินการอยู่ ก็น่าจะสามารถที่จะขยายผลไปได้ และก็ปฏิบัติการต่าง ๆ แนวทางต่าง ๆ เราเริ่มเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งในเหตุการณ์ที่สีสมเมื่อวันที่ 22 ผมเรียนได้เลยเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ตอนช่วงหัวค่ำ แต่ว่าผมกับ ท่านผบ.นั่ง และก็มีการติดตามเหตุการณ์อยู่ถึงประมาณตีสามตีสี่ เพราะเราเห็นการเคลื่อนไหวอะไรหลายอย่าง และก็มีความพยายาม เพราะว่ามีข่าวด้วยซ้ำว่าจริง ๆ จะไม่หยุดอยู่เท่านั้น จะมีเพิ่ม แต่ก็ต้องมีมาตรการในการ ที่จะเข้าไปเพื่อปรามไม่ให้มันเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเราก็มองเห็นว่ามันมีอะไรบ้างที่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้การเผชิญหน้าในลักษณะนี้นำไปสู่การสูญเสีย ก็พยายาม วันรุ่งขึ้นก็จะเห็นว่าทางตำรวจเขาก็ไปทำหน้าที่ในการที่จะทำอย่างไรก็ตามให้มีการร่นถอย ไม่ให้เกิดการใกล้กัน และก็สามารถที่จะตรวจสอบได้มากขึ้น ก็จะต้องพยายามต่อไป ไม่ให้มีการเอาอาวุธต่าง ๆ มาใช้

 ผู้ดำเนินรายการ จริง ๆแล้วคนที่เปิดตัวและสามารถที่จะเชื่อมโยง หรืออาจจะมีน้ำหนักพอที่นำมาเชื่อมโยงได้ว่าอยู่ในความเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ถ้าเกิดเป็นทหาร กองทัพทำอย่างไรได้คะ

 ผู้บัญชาการทหารบก ในเรื่องนี้ผมขอเรียนนะครับว่าเป็น 2 ส่วนก็แล้วกัน ในส่วนของอาวุธและยุทโธปกรณ์คือพวกกระสุน อีกส่วนหนึ่งคือบุคลากรหรือบุคคลที่ไปทำ ในการควบคุมของเราทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ อันนี้เราตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าอาวุธที่เอาไปใช้ หน่วยต่าง ๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หมายความว่าอาวุธของทุกหน่วยยังอยู่ในสภาพที่อยู่ในคลังโดยการควบคุมของเราตามกฎระเบียบอยู่ เพราะฉะนั้นอาวุธส่วนนี้เป็นอาวุธสงคราม แต่ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของเราแน่นอน จะเข้ามาจากทางใดนั้น ประเด็นสำคัญคือสังคมจะต้องใช้กฎหมายทำไม่ให้มี ถ้าเรายังยอมให้มีอาวุธสงครามอยู่ในบ้านในเมืองอย่างนี้ และก็มีกลุ่มคนที่มีความอำมหิต มีความไม่กลัวเกรงต่อกฎหมายและไปใช้ ก็จะเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ก็เรียนด้วยความมั่นใจว่าไม่มี

 ผู้ดำเนินรายการ แต่ว่าอย่างเอ็ม 79 40 กว่าครั้งคือไม่ได้หลุดรอดไปจากคลังอาวุธของกองทัพหรือคะ อย่างอาร์พีจีวันก่อน คืนวันที่ 21 ที่คลังน้ำมันปตท.

 ผู้บัญชาการทหารบก อยากจะเรียนว่าก่อนหน้าวันนั้นเราก็ได้รับข่าว อันนี้เป็นเรื่องความเป็นจริง และท่านนายกฯ ก็ได้ทราบแล้ว ท่านรองนายกฯ สุเทพก็ทราบแล้วว่าจะมีการเอาอาวุธอาร์พีจีเข้ามาจำนวนหนึ่ง อันนี้ด้วยความเป็นจริง และเราก็พยายามให้หน่วยนี้ได้สกัดกั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นจำนวนเดียวกันหรือไม่อย่างไรก็ตาม และมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ถ้าถามว่าอาวุธยุทโธปกรณ์บ้านเมืองนี้ก็ต้องใช้กฎหมาย เราเป็นทหารก็จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มความสามารถที่จะช่วยกันกำจัดอาวุธสงครามเหล่านี้ให้หมดจากสังคมไป อันนั้นคือเรื่องตัวอาวุธ ส่วนในเรื่องของตัวบุคคลนั้น ก็ทราบๆ กันอยู่ว่ามีการจัดตั้งกันขึ้นมาอย่างที่ท่านนายกฯ เรียนแล้วนะครับ บางคนก็ยังอยู่ในกองทัพ แต่ว่าไม่มีตำแหน่งหน้าที่เท่าที่ทราบ ส่วนที่เหลือนั้นคาดว่าคงจะไม่ใช้ อาจจะเป็นอดีตหรือเป็นผู้ที่เคยเป็นข้าราชการที่เคยใช้อาวุธมา

 ผู้ดำเนินรายการ การใช้อาวุธกันชำนาญผ่านการฝึกทางยุทธวิธี

 ผู้บัญชาการทหารบก อาวุธนี้ใช้คำว่าคงจะมีประสบการณ์ก็แล้วกันนะครับ แล้วอาจจะมีการฝึกการใช้กันอยู่ จึงสามารถใช้ได้ นายกรัฐมนตรี ผมให้เห็นภาพเพิ่มเติมคือว่าที่ท่านผบ.ทบ.ได้พูดไป มันก็มีอีกส่วนหนึ่งที่บางทีบางครั้งสังคมอาจจะมองข้ามว่าภารกิจเรามันมีในลักษณะที่ต้องไปป้องกันเหตุเหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ภาพที่เห็นอยู่เฉพาะที่เป็นข่าว แต่ว่ามีทั้งตำรวจ ทั้งทหาร ที่ต้องคอยเฝ้าระวัง พื้นที่เป้าหมายหรือสถานที่เป้าหมายที่เรามีรายงานข่าวมา อันนี้ก็ทำให้กำลังของเราต้องถูกดึงถูกกระจายออกไปอีก ส่วนที่สอง คือหลังเหตุการณ์วันที่ 10 มา มันจะมีอาวุธส่วนหนึ่งที่ถูกยึดไป ซึ่งขณะนี้ยังคืนไม่ครบ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีการติดตามต่อไปด้วย

 ผู้ดำเนินรายการ หลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่ากองทัพมีเอกภาพหรือเปล่า มีการขบเกลียวกันอยู่ระหว่างกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ภายในกองทัพหรือเปล่า ตรงนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะท่านผบ.ทบ.

 ผู้บัญชาการทหารบก คืออยากเรียนสังคมให้เชื่อมั่นว่ากองทัพของเรายังเป็นกองทัพของชาติ กองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นของประชาชนอยู่ เราจะปฏิบัติหน้าที่และทุกอย่างโดยไม่ได้มีฝักมีฝ่าย จะทำตามแน่ ๆ เลยต้องทำตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับประเทศชาติเป็นหลัก อันนี้เป็นสิ่งที่กองทัพยืนยันว่าทำ ในส่วนของความแตกแยกถ้าจะคิดว่าเป็นบุคคลแน่นอนองค์กรที่มีความใหญ่โต ผมว่าอาจจะเป็นไปได้ มันก็มี จะ 1-2-3-4-5 แต่ผมคิดว่าจำนวนตัวเลขตรงปริมาณดังกล่าวไม่มีนัยยะที่จะมาพูดได้ว่ามีความแตกแยกในกองทัพ จะเห็นว่าขณะนี้เราจัดกำลังมาจากกองทัพภาคต่าง ๆ ทุกคนก็ทำเต็มความสามารถ ช่วยกันดูแลบ้านเมือง เขาก็มาทุ่มเทอยู่กันมาเป็นเดือน ไม่มีความย่อท้อ ที่สำคัญเขาทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้อย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ทุกอย่างพร้อม และเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ากองทัพเป็นหนึ่งเดียวกันทั้ง 3 กองทัพ บก เรือ อากาศ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ช่วยกันทำให้สถานการณ์บ้านเมืองได้สู่ความสงบ

 นายกรัฐมนตรี ผมเล่าให้ฟังนิดหนึ่งนะครับบางที คือผมกับคนที่ทำงานตรงนี้อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ในสถานที่ก็ไม่ทราบว่าข้างนอกรู้ไม่รู้อะไร เล่าให้ฟังอย่างนี้ก็ได้ว่า แต่ละวันอย่างน้อย ๆ ที่สุดก็ต้องมีการมาประชุมเป็นประจำในเชิงการติดตามสถานการณ์ 2 ครั้ง อย่างน้อยนะครับ เช้าครั้งและค่ำครั้ง และอย่างน้อย 1 ครั้ง ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ อยู่ครบในฐานะที่เป็นกรรมการของ ศอฉ. และก็เรียกว่าเกือบจะตลอดเวลา ท่านผบ.ทบ. ท่านรองผบ.ทบ. เสธ. ต่าง ๆ อยู่กันครบถ้วน และทุกคนเข้าใจดีว่าภารกิจที่ทำในส่วนของเจ้าหน้าที่คือเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ คือการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และเราก็แยกกัน ส่วนเรื่องการเมืองตรงนี้ท่านไม่ต้องเสี่ยง การเมืองก็แก้ด้วยการเมือง คำว่าแก้ด้วยการเมือง

 ผู้ดำเนินรายการ ท่านไม่อยากเกี่ยวอยู่แล้ว

 นายกรัฐมนตรี ท่านก็ไม่ควรจะเกี่ยวนะครับ เพราะว่าอันนี้คือบทบาทของกองทัพ ที่จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการเมืองมันเป็นประเด็นที่เหมือนกับถูกชูขึ้นมา ซึ่งตรงนั้นก็จะเห็นว่าผมก็พยายามไปเจรจาก็เคยไปเจรจามา 2 รอบ ปัจจุบันก็มีกลุ่มเยอะแยะไปหมดเลย สันติวิธี ก็อยากที่จะให้มีข้อตกลงทางการเมืองกัน ซึ่งผมก็เรียนอย่างนี้ครับว่า ที่อยากจะย้ำก็คือผมไม่เคยปฏิเสธการที่จะหาคำตอบทางการเมือง แต่ต้องเข้าใจอย่างน้อย ๆ 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 คือว่าการหาคำตอบทางการเมืองต้องไม่สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองว่าต่อไปนี้การใช้วิธีการของการก่อการร้าย การใช้ความรุนแรง การข่มขู่คุกคามนำมาสู่คำตอบทางการเมืองภายใต้การกดดัน ข่มขู่ คุกคามอย่างนี้ ผมว่าอันนี้ต้องเข้าใจ เพราะว่าอันนี้เกี่ยวข้องกับการอนาคตของสังคมประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ไม่ได้เกี่ยวกับตัวผม ผมได้ย้ำมาเสมอนะครับ ขณะนี้ที่ผมบอกว่าผมไม่สามารถที่อยู่ดี ๆ ไปเดินบอก ว่าคุณเรียกร้องอย่างนี้ ถ้าผมทำแล้วหยุด เพราะผมไม่ต้องการให้มันเป็นบรรทัดฐานของสังคม และผมมั่นใจด้วยว่าคนจำนวนมากซึ่งขณะนี้ออกมาชุมนุม จะเรียกว่าคนหลากสีหรือกลุ่มต่าง ๆ ที่เขามาชุมนุม และบอกว่าอย่ายุบสภา มันไม่ใช่เพราะว่าเขารักนายอภิสิทธิ์ แต่เขาบอกว่าสังคมไทย ประชาธิปไตยไทยจะจำนนต่อวิธีการเรียกร้องหรือข่มขู่คุกคามอย่างนี้ไม่ได้ นั่นประเด็นที่ 1

 ประเด็นที่ 2 ข้อเรียกร้องทางการเมืองที่มีการชูขึ้นมา มันมีหลายครั้งที่มันบ่งบอกว่าจริง ๆ มันไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย ยุบสภา ลาออก ดูจะไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย มันมีไกลกว่านั้น ไกลกว่านั้นอีกหน่อยก็เป็นเรื่องการชิงอำนาจรัฐ ไกลกว่านั้นไปอีก ก็ว่าชิงไปเพื่ออะไร เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับใคร และไปไกลกว่านั้นก็คือการที่เริ่มมีคำพูดเรื่องรัฐไทยใหม่ มีกระบวนการซึ่งกระทบกับสถาบันหลักของชาติ เพราะฉะนั้นที่อยากจะย้ำคือว่าความมั่นคง หน่วยงานรัฐบาลทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ ก็แก้ไข ปัญหาทางการเมืองก็แก้ไข แต่ว่าถ้าบอกว่าแก้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช่ ถ้าจะบอกว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ไม่ต้องหาคำตอบทางการเมืองกัน ไม่ใช่นะครับ ผมทราบดีในฐานะนักการเมืองซึ่งอยู่กับการเมืองมานาน เห็นสถานการณ์อย่างนี้ เห็นควา