ข่าว

นักสู้ทิ้งเวทีหนีเอาตัวรอด

นักสู้ทิ้งเวทีหนีเอาตัวรอด

25 เม.ย. 2553

เริ่มนับถอยหลังของสามเกลอ “วีระ มุสิกพงศ์-จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" จะหาทางลงให้แก่ตัวเอง จะหนีจากเวทีสี่แยกราชประสงค์เพื่อเอา “ตัวรอด” เมื่อใด

 ในวันนี้มีข่าวลือว่า ทั้งสามพยายามติดต่อประสานงานมายังรัฐบาล เพื่อขอ “ลี้ภัย" ไปต่างแดน แลกกับการยุติการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพราะขืนอยู่ต่อไปเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

 ข่าวแว่วว่า เสื้อแดงระดับ “หัวโจก” เริ่มแตกคอกันอย่างหนัก ต่างฝ่ายต่างไม่เห็นด้วยกับ “จุดยืน” ของแกนนำสามเกลอ โดยเฉพาะประเด็นการไปต่อรอง “ยุบสภา" กับรัฐบาล

 ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง 15 วันบ้าง หรือ 30 วันบ้าง ยิ่งเมื่อมีแรงบวกจากเรื่องผลประโยชน์ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ “ไม่ลงตัว” ก็ยิ่งไปกันใหญ่

 นี่ยังไม่รวม “กลุ่มฮาร์ดคอร์” อย่าง “กี้ร์” อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง “แรมโบ้” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่ “บ้าระห่ำ” กล้าได้กล้าเสียเพื่องานของ “นายใหญ่” สองคนนี่ยิ่งผิดหวังกับสิ่งที่ออกมาจากสามเกลอ

 อย่างไรก็ตาม มี 2 ปัจจัยทำให้แกนนำ นปช.ถอดใจ

 1.หลังจากมีข่าวว่า “นายใหญ่” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกิดอาการ “ช็อก” กะทันหัน ระหว่างการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ดูไบ เมื่อเร็วๆ นี้

 ร่ำลือกันว่า เป็นเพราะเลือดที่โรงพยาบาลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ารับการรักษาไม่เข้ากับเลือดของ พ.ต.ท.ทักษิณ จนต้องร้อนถึง คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา ต้องนำเลือดจากเมืองไทย พร้อมแพทย์มือหนึ่งของตระกูล “ชินวัตร” ขนไปรักษา พ.ต.ท.ทักษิณ มาครั้งหนึ่งแล้ว และคราวนี้ก็เพิ่งไปอีกหนเมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

 การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจึง “สะเปะสะปะ” ไร้ทิศทาง และยิ่งมีข่าว “ช็อก” กะทันหันของ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยแล้ว สภาพก็เหมือนงูไม่มีหัว เลยกลัวไปหมด กลัวทั้งรัฐบาล กลัวทั้งกลุ่มคนเสื้อหลากสี กลัวทั้งกองกำลังติดอาวุธที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ไม่รู้ว่าวันใดจะเลือกใช้ใครเป็นเหตุกระตุ้นการชุมนุมเหมือนเมื่อค่ำวันที่ 10 เมษายน

 2.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ส่งมือดีกว่า 10 นาย ติดตามความเคลื่อนไหวของ เมธี อมรวุฒิกุล ดาราดาวร้ายในจอและนอกจอ และในที่สุดก็จนมุมเข้าจนได้ ถูกจับกุมที่บ้านพักย่านคลองสาน

 มีการชี้ชัดว่า โทษของ เมธี สูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต โทษฐานมีอาวุธสงครามที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอาวุธที่ครอบครองก็เป็นอาวุธที่ลักลอบมาจากกองทัพ เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา

 ที่สำคัญไปกว่านั้น จากการสอบสวนกว่าหลายชั่วโมง เมธีคายความลับที่เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่จะใช้ต่อยอดในการดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง

 ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการรับผิดชอบการใช้กำลัง แม้ว่าประกาศว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาก็ตาม แต่หากจะปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อประเทศ

 ยิ่งผนวกกับการเสริมกำลัง “ทหาร-ตำรวจ” เข้าไปปิดล้อมสี่ทิศ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงมีการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ จนมาถึงวันนี้ก็ปาเข้าไปสัปดาห์กว่าแล้ว ที่กลุ่มคนเสื้อแดงไม่สามารถ “ท้าทาย” อำนาจรัฐได้เหมือนกับครั้งก่อน นี่ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่สื่อมาถึงกลุ่มคนเสื้อแดงในเวลานี้

 เพราะอำนาจที่ พล.อ.อนุพงษ์ ถือครองไว้ในมือ หากไม่รีบปฏิบัติการเพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ความอึดอัดใจของกลุ่มคนเสื้อหลากสี ที่อาจจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่ “รัฐบาล-ศอฉ.” โดยเฉพาะ “กองทัพ” ที่จะมาดำเนินการแก้ไขปัญหาเอง เมื่อถึงคราวนั้นก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะต้องตายอีกกี่ศพ

 เพราะเพียงแค่ “ขยับ” ไม่กี่วัน กลุ่มคนเสื้อหลากสีก็พลีชีพไปแล้ว ถ้ารัฐบาลยังซื้อเวลาไปเรื่อยๆ มีหวังประชาชนผู้บริสุทธิ์จะต้องตายเกลื่อน

 รัฐบาลจะมัวมารอ “โชคชะตา” จุดเปลี่ยนระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับตัวของนายอภิสิทธิ์ คงจะไม่ทันการณ์

 โหรศาสตร์หลายสำนักทำนายทายทักว่า วันที่ 26 เมษายน ดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี อาจถึงขั้นต้องยื้อ “ชีวิต” จากเงื้อมมือมัจจุราช

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ดวงชะตาจะ “โชติช่วง” หลังจากวันที่ 26 เมษายนไปแล้ว

 แต่ก็ไม่รู้ว่า ถึงเวลานั้นดวงของทั้งคู่จะสลับปรับเปลี่ยนกันแค่ไหน และสภาพความเป็นจริงที่แรงบีบพุ่งเข้าหาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด...เฝ้าจับตาดูด้วยใจระทึก!


ทีมข่าวความมั่นคง